มหากาพย์รีวิว 12 ครีมแต้มสิวยอดนิยมที่ดีที่สุด

การรักษาปัญหาสิวที่สร้างความหนักอกหนักใจให้กับทุกคน นอกจากครีมรักษาสิว สบู่ โฟมล้างหน้าและสารพัดครีมพอก ลอกและขัด ที่ช่วยให้หน้าหายสิวแล้ว “ครีมแต้มสิว” เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้สิวบนใบหน้าลดลงได้อย่างทรงประสิทธิภาพ ช่วยให้สิวไม่ลุกลาม ไม่อักเสบจนสร้างความเจ็บปวดและลดการเกิดรอยอักเสบแดงได้อย่างยอดเยี่ยม

 

ใครควรใช้ครีมแต้มสิว

ถึงแม้ว่าครีมแต้มสิวจะมีคุณสมบัติในการรักษาสิวอย่างที่มุ๊เมี้ยวได้กล่าวไปแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่เป็นสิวจะสามารถใช้ครีมแต้มสิวได้ทั้งหมดนะคะ เพราะผู้ที่สามารถใช้ครีมแต้มสิวรักษาได้นั้น ควรเป็นสิวประเภทที่มีเชื้อแบคทีเรียสะสมอยู่จำนวนมากและสร้างรอยอักเสบแดง ซึ่งหากใครไม่ได้เป็นสิวประเภทนี้ แต่เป็นสิวที่ทำให้เกิดรอยแผลเป็นและจุดด่างดำแล้ว ควรใช้ครีมรักษาสิวที่มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะจะทำให้การรักษาสิวมีประสิทธิภาพมากกว่าค่ะ

รีวิวครีมแต้มสิว

ประเภทต่าง ๆ ของครีมแต้มสิว

ครีมแต้มสิวในปัจจุบัน มีการผลิตขึ้นหลายประเภทเพื่อรักษาสิวที่มีรูปแบบแตกต่างกันค่ะ เพราะบางคนเป็นสิวอักเสบ บางคนเป็นสิวอุดตัน แต่บางคนก็เป็นสิวผด ดังนั้น หากจะรักษาสิวให้ได้ผลดี ก็จำเป็นต้องเลือกครีมแต้มสิวที่มีประสิทธิภาพในการรักษาสิวประเภทนั้น ๆ ด้วย โดยครีมแต้มสิว แยกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้

 

  • ครีมแต้มสิวชนิดฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

ครีมแต้มสิวชนิดนี้ สามารถยับยั้งการเกิดและการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะสิวเสี้ยน สิวอุดตัน และสิวผดที่เกิดขึ้นจากการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย

 

  • ครีมแต้มสิวชนิดที่ลดการอักเสบของสิว

ครีมแต้มสิวชนิดนี้มีคุณสมบัติในการลดอาการอักเสบและอาการบวมแดงที่เกิดจากสิว ช่วยให้สิวอักเสบยุบตัวเร็วขึ้น โดยประเภทของสิวที่สามารถใช้ครีมแต้มสิวในกลุ่มนี้ได้ ได้แก่ สิวหัวหนอง สิวหัวช้างและสิวอักเสบต่าง ๆ ซึ่งหากใครใช้ครีมแต้มสิวตัวนี้แล้วผิวแห้งและขึ้นผื่นแดง ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะแรกเท่านั้น

 

  • ครีมแต้มสิวชนิดผลัดเซลล์ผิว

ครีมแต้มสิวชนิดนี้ช่วยลดการอุดตันของสิวได้อย่างยอดเยี่ยม หัวสิวจะเล็กลงเรื่อย ๆ โดยไม่เกิดรอยแผลเป็น ซึ่งหลังจากการใช้ครีมแต้มสิวตัวนี้แล้ว ผู้ใช้อาจรู้สึกว่าผิวเป็นขุยและบวมแดง แต่จะเป็นเพียงระยะแรกที่ใช้เช่นกัน

 

  • ครีมแต้มสิวกลุ่มอื่น ๆ

ครีมแต้มสิวประเภทสุดท้ายส่วนใหญ่เป็นครีมแต้มสิวที่มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดอาการอักเสบโดยเฉพาะ ช่วยสมานแผล สมานผิวและทำให้แผลแห้งเร็วยิ่งขึ้น ได้แก่ ใบบัวบก ว่านหางจระเข้ ฯลฯ

 

มุ๊เมี้ยวคิดว่าหลายคนคงหายสงสัยแล้วในเรื่องของประเภทครีมแต้มสิว โดยเฉพาะใครที่ใช้ครีมแต้มสิวแล้วไม่ได้ผล นั่นก็อาจเป็นเพราะคุณเลือกใช้ครีมแต้มสิวไม่ถูกกับประเภทของสิวที่เป็นนั่นเองค่ะ ได้รู้อย่างนี้แล้ว คราวนี้ต้องเลือกใช้ครีมแต้มสิวกันให้ถูกประเภทนะคะ

 


 

คุณสมบัติและส่วนผสมในครีมแต้มสิวที่ควรรู้

มาถึงในส่วนของคุณสมบัติและส่วนผสมของครีมแต้มสิวที่ควรรู้กันบ้างค่ะ สำหรับส่วนผสมสำคัญที่นิยมนำมาใช้ในครีมแต้มสิวมีทั้งหมด 5 ชนิดด้วยกัน ได้แก่

 

1.Benzoyl Peroxide

Benzoyl Peroxide เป็นตัวยารักษาสิวที่มีคุณสมบัติในการลดและกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิวช่วยลดการผลิตน้ำมันที่ต่อมไขมันและทำให้รูขุมขนสะอาดขึ้น สิวที่เคยอักเสบจำนวนมากจะค่อยๆ ลดจำนวนลง

 

2.Antibiotics หรือยาปฏิชีวนะ

Antibioticsหรือยาปฏิชีวนะ เป็นตัวยาที่มีคุณสมบัติในการลดการระคายเคืองของผิว ช่วยให้ผิวหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นตัวเร่งการอักเสบของสิว พร้อมทั้งลดความเข้มข้นของกรดไขมันในต่อมน้ำมัน

 

3.Tretinoin

Tretinoin เป็นหนึ่งในอนุพันธ์จากวิตามินเอที่มีคุณสมบัติในการลดการอุดตันของสิว ช่วยให้ตุ่มสิวที่เคยอุดตันค่อย ๆ ดันตัวออกจากรูขุมขน ไปพร้อม ๆ กับการป้องกันการก่อตัวของหัวสิวใหม่ที่อาจเกิดขึ้น ลดการระคายเคืองและช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่

 

4.Adapalene

ตัวนี้บางคนอาจรู้จักในชื่อของเรตินอยด์ เพราะเป็นวิตามินเอชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการรักษาสิวได้ ช่วยลดการเกิดสิว แต่ครีมแต้มสิวที่มีส่วนผสมของ Adapalene อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ในช่วงแรก ไม่แนะนำให้ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ใช้ค่ะ

 

5.Azelaic acid

Azelaic acid เป็นสารสกัดจากพืชจำพวกข้าวบาเลย์และข้าวสาลี ซึ่งมีลักษณะเป็นกรดทางเคมีที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้อย่างยอดเยี่ยม ยับยั้งการอักเสบของสิวและช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่ ครีมแต้มสิวที่มีส่วนผสมของ Azelaic acid จึงช่วยยับยั้งการก่อตัวของสิวใหม่ได้ดี สิวอักเสบที่เคยมีจะค่อย ๆ ลดลงและหายได้ในที่สุด

 

ทั้งหมดนี้คือคุณสมบัติและส่วนผสมในครีมแต้มสิวที่ทุกคนควรรู้ค่ะ แม้บางคนอาจจะคิดว่าไม่สำคัญ แต่มุ๊เมี้ยวว่าสำคัญมากนะคะ เพราะ ช่วยให้การพิจารณาเลือกครีมแต้มสิวเป็นเรื่องง่ายขึ้นและเลือกได้ตรงกับประเภทของสิวที่เราเป็นค่ะ ซื้อมาแล้วสามารถจัดการกับปัญหาสิวได้จริงและสิวก็หายเร็วอย่างที่ใจเราต้องการ

 


 

เลือกครีมแต้มสิวอย่างไรให้ปลอดภัย

ครีมแต้มสิวยี่ห้อไหนดี

 

หลังจากที่เราได้รู้กันไปแล้วว่า ครีมแต้มสิวมีกี่ประเภทและมีส่วนผสมอะไรบ้างที่มีคุณสมบัติสำคัญในการรักษาสิว คราวนี้มุ๊เมี้ยวจะมาแนะนำวิธีการในการเลือกครีมแต้มสิวอย่างไรให้ปลอดภัย ให้ทุกคนสามารถเลือกครีมแต้มสิวที่ปลอดภัยได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องของสารเคมีที่เป็นอันตราย

 

  1. ควรเลือกครีมแต้มสิวที่สามารถจัดการกับปัญหาสิวของตนเองได้ โดยพิจารณาจากสิวที่เป็น ว่าตนเองเป็นสิวประเภทไหน จากนั้นจึงเลือกครีมแต้มสิวให้ตรงกับประเภทสิวที่เป็น เพื่อให้ครีมแต้มสิวมีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษา ใช้แล้วสิวหายจริง
  2. ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า organic anti acne เพราะครีมแต้มสิวประเภทนี้จะสามารถรักษาสิวได้ ไปพร้อม ๆ กับการป้องกันการเกิดสิวใหม่
  3. ถ้าเป็นผิวแพ้ง่าย ควรเลือกครีมแต้มสิวที่มีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบของสิวและเป็นครีมที่มีส่วนผสมของ organic 100%ค่ะ เพราะครีมแต้มสิวประเภทนี้ใช้แล้วผิวไม่ระคายเคืองและไม่แสบคัน เนื่องจากสารสกัดส่วนใหญ่มาจากธรรมชาติ
  4. หลีกเลี่ยงส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อผิวและไม่ใช่ส่วนผสมที่ดีอย่างที่มุ๊เมี้ยวได้แนะนำไปแล้วข้างต้น เพราะครีมแต้มสิวเหล่านี้ใช้แล้วนอกจากสิวไม่หาย สิวอาจรุกรามและทำให้ผิวไหม้ หมองคล้ำและผิวอักเสบเพิ่มขึ้นได้
  5. อย่าเห็นแก่ครีมแต้มสิวราคาถูก ต้องพิจารณาจากส่วนผสมเป็นสำคัญ ซึ่งหากใครไม่มั่นใจว่าครีมแต้มสิวตัวไหนใช้ดีจริงหรือไม่ ควรศึกษาจากรีวิวครีมแต้มสิวตัวต่าง ๆ ที่เคยมีผู้ใช้มาแล้ว จะได้รู้ว่าตัวไหนใช้แล้วเป็นอย่างไรและดีจริงหรือไม่ เพราะการศึกษาจากรีวิวเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้ทุกคนเลือกครีมแต้มสิวได้อย่างมั่นใจมากขึ้นค่ะ

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ คราวนี้การเลือกครีมแต้มสิวคุณภาพเยี่ยมที่มีความปลอดภัยสูงคงเป็นเรื่องง่ายขึ้นแล้วใช้ไหมคะ ขอเพียงทุกคนใส่ใจและให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ให้มากขึ้น มุ๊เมี้ยวคิดว่าทุกคนจะได้ครีมแต้มสิวที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงกว่าที่ทุกคนเคยใช้มาก่อนอย่างแน่นอน

 

อันตรายจากครีมแต้มสิวที่ไม่ควรมองข้าม

การใช้ครีมรักษาสิวที่มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะบางชนิด กรดวิตามินเอหรือสารฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่มีประสิทธิภาพสูง ถึงแม้จะช่วยรักษาสิวได้อย่างทรงประสิทธิภาพ แต่การใช้ครีมแต้มสิวที่มีส่วนผสมเหล่านี้ในปริมาณที่มีความเข้มข้นสูงและใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลให้ผิวได้รับผลข้างเคียงต่าง ๆ ดังนี้ได้

 

  1. ครีมแต้มสิวที่มีส่วนผสมของ BPO หากใช้แล้วอาจทำให้ผิวแห้ง คัน แสบร้อน หรืออาจมีรอยแดงขึ้นได้
  2. ครีมแต้มสิวอุดตันบางประเภทโดยเฉพาะครีมแต้มสิวที่มีวิตามินเอสูง อาจทำให้ผิดเกิดการระคายเคือง ผิวแสบแดง แห้ง และเป็นขุย นอกจากนี้อาจทำให้ผิวไวต่อแสงมากขึ้น เสี่ยงต่อผิวไหม้ ที่สำคัญมีผลต่อทารกในครรภ์ด้วยค่ะ อาจทำให้เกิดความผิดปกติต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ได้
  3. ครีมแต้มสิวที่มีส่วนผสมของ Azelaic acid ซึ่งเป็นกรดวิตามินเอชนิดหนึ่ง สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ดี แต่ระคายเคืองผิวมาก ผิวอาจแห้ง แสบคันและผิวขึ้นผื่นแดง
  4. ครีมแต้มสิวที่มีส่วนผสมของ Clindamycinและ Erythromycin แม้จะลดการอักเสบได้ดีและฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ แต่ก็มีผลข้างเคียงเช่นกันหลังจากใช้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการระคายเคืองผิว ผิวหนังลอก แสบร้อนและแดง

 

เหล่านี้คืออันตรายจากครีมแต้มสิวที่ไม่ควรมองข้าม หากใครพบว่าหลังจากใช้ครีมแต้มสิวที่มีส่วนผสมเหล่านี้แล้วไม่เป็นอันตรายหรือได้รับผลข้างเคียงใด ๆ แสดงว่าผิวของคุณไม่แพ้และสามารถใช้ได้ต่อไป แต่ถ้าใช้แล้วได้รับผลข้างเคียงและหยุดใช้แล้วก็ยังไม่หาย แบบนี้อย่ารอช้านะคะ มุ๊เมี้ยวแนะนำให้ไปพบแพทย์ผิวหนังทันทีเลยค่ะ

 


 

12 ครีมแต้มสิวยอดนิยม ที่ทุกคนเลือกใช้

คราวนี้มุ๊เมี้ยวจะขอรีวิว 12 ครีมแต้มสิวคุณภาพเยี่ยมที่ทุกคนไว้วางใจและเลือกใช้มากที่สุดกันบ้าง ลองไปดูสิว่ามีตัวไหนบ้างที่เราเคยใช้ และครีมแต้มสิวตัวไหนใช้ดีจนต้องบอกต่อ

 

1.Benzac AC

Benzac AC เป็นครีมแต้มสิวความเข้มข้นสูงค่ะ ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้อย่างทรงประสิทธิภาพ ที่สำคัญสามารถจัดการได้ทุกปัญหาสิว ไม่ว่าจะเป็นสิวอักเสบ สิวหนองหรือสิวอุดตันบวมแดง ตัวนี้เอาอยู่จริง ๆ ค่ะ แต่เสียอยู่นิดหน่อยตรงที่ผิวอาจได้รับการระคายเคืองเพราะเนื้อครีมมีความเข้มข้นสูงนี่เอง 

2.Fucidin

ครีมแต้มสิวตัวนี้มุ๊เมี้ยวขอแนะนำสำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็วในการจัดการปัญหาสิว เพราะ Fucidin เป็นยาฆ่าเชื้อที่มีฤทธิ์แรงมาก มีกลิ่นฉุนและสามารถใช้แต้มสิวได้เท่านั้นค่ะ ซึ่งหากเป็นคนผิวแพ้ง่าย อย่าใช้ครีมแต้มสิวตัวนี้ล่ะ เพราะอาจเกิดการระคายเคืองต่อผิวและเกิดการแสบแดงได้ 

3.Clinda M

ตัวนี้ขวัญใจมุ๊เมี้ยวเลยล่ะ เพราะใช้แล้วสิวยุบไวมากค่ะ แม้จะเป็นน้ำใส ๆ แต่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ดี สิวจึงแห้งและยุบเร็ว ที่สำคัญสามารถใช้ได้ทั้งกับสิวที่กำลังอักเสบหรือสิวที่เป็นหนองก็ได้ ติดอยู่นิดเดียวที่กลิ่นค่อนข้างฉุน ใช้แล้วเหมือนเอาน้ำยาเคมีป้ายหน้า แต่ภาพรวมอย่างที่มุ๊เมี้ยวบอกค่ะ ใช้ดีจนเป็นขวัญใจเลย

4.Tomei anti acne cream

ครีมแต้มสิวตัวนี้มีดีมากกว่าที่เห็น เพราะนอกจากจะลดการอักเสบของหัวสิวทั้งแบบสิวอักเสบและสิวหนองได้ดีและทำให้หัวสิวแห้งสนิทได้ภายในคืนเดียวแล้ว ยังทำให้สิวหลุดออกเองอย่างง่ายดาย และที่พิเศษไปกว่านั้น คือช่วยลบเลือนรอยแดงที่เกิดจากสิวอักเสบได้ดีมากอีกด้วย 

5.Clindalin Gel

ตัวนี้มุ๊เมี้ยวยกให้เป็นขวัญใจอีกหนึ่งตัวเลยค่ะ เพราะ Clindalin Gelมีลักษณะเป็นเจลใสที่ช่วยให้หัวสิวกำลังอักเสบยุบลงได้ในเวลาไม่นาน พร้อมทั้งยับยั้งการอักเสบของหัวสิวใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ที่สำคัญสามารถลดรอยสิวได้อย่างทรงประสิทธิภาพด้วยค่ะ ข้อนี้แหละที่โดนใจมุ๊เมี้ยว

6.Metronidazole robaz gel

ครีมแต้มสิวตัวนี้มีคุณสมบัติในการจัดการสิวได้ดีเยี่ยมไม่แตกต่างจากครีมแต้มสิวตัวอื่น ๆ สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ดี ช่วยให้สิวยุบเร็วเพียงชั่วข้ามคืนและจัดการกับทั้งสิวอักเสบและสิวหัวหนอง ซึ่งหากใครเป็นสิวง่ายและเกิดการอักเสบบ่อย มุ๊เมี้ยวขอแนะนำตัวนี้ เพราะสามารถป้องกันการเกิดซ้ำของสิวรูปแบบต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี 

7.Retin-A

Retin-A เป็นครีมแต้มสิวที่ให้ผลเกินความคาดหมายค่ะ ใช้แล้วหน้าใสกิ๊กแบบคนไม่เคยเป็นสิวแต่ แต่มีข้อแม้ว่าต้องใช้ให้ถูกวิธี คือใช้เฉพาะก่อนนอตอนกลางคืนเท่านั้น เวลาอื่นไม่แนะนำให้ใช้ เพราะหน้าอาจเป็นรอยไหม้ดำได้นั่นเอง

8.Smooth E Acne Hydro Gel

ชื่อนี้ใครได้ยินชื่อก็มั่นใจค่ะ เพราะได้รับความไว้วางใจจากสาว ๆ จำนวนมากมานาน ตัวครีมแต้มสิวมีลักษณะเป็นเนื้อเจลออกฤทธิ์เร็วและแห้งทันทีเมื่อใช้ ช่วยยับยั้งการก่อตัวของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิวได้ดีอีกด้วย

9.Vincere’ Anti-Acne Cream

ครีมแต้มสิวตัวนี้นอกจากจะโดดเด่นในเรื่องของสิวเสี้ยน สิวหนองและสิวอักเสบแล้ว ความสามารถที่เหนือกว่าแต้มสิวตัวอื่น ๆ ที่ทำให้มุ๊เมี้ยวประทับใจคือความสามารถในการปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนขึ้นจนเห็นความแตกต่าง ช่วยลบเลือนจุดด่างดำและรอยแดงได้ดีมาก ๆ เลยล่ะ 

10.Cybele akneles

Cybele akneles มาพร้อมคุณสมบัติที่ดีในเรื่องของการลดการอักเสบของสิวและลบเลือนจุดด่างดำได้อย่างยอดเยี่ยม เนื่องจากเป็นครีมแต้มสิวที่มีสารสกัดจากเปลือกมังคุด ใครเคยใช้ตัวไหนแล้วดื้อยา รับรองว่าตัวนี้เอาอยู่ค่ะ 

11.Eryacne erythromycin

ตัวนี้หลายคนเลือกใช้เพราะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียได้ดีมาก ๆ ทั้งยังลดการติดเชื้อและการอักเสบของหนองสิวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เพียงแค่แต้มสิวไว้ก่อนนอนในตอนกลางคืน เช้ามาก็รู้สึกว่าสิวยุบแล้ว ที่สำคัญไม่ต้องล้างออกด้วย สามารถทาแล้วทิ้งไว้ได้เลยค่ะ แต่ติดอยู่ตรงที่มีราคาแพงมากพอสมควร แต่ถ้าเปรียบเทียบกับประสิทธิภาพ ก็ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ เช่นกัน 

12.KA acne cream

ตัวสุดท้ายที่หลายคนเลือกใช้ อาจเพราะดีทั้งความสามารถและราคาที่แสนถูก ทำให้ KA acne cream ได้รับความนิยมสูงนั่นเอง ซึ่งประสิทธิภาพในการจัดการสิวของ KA acne cream นั้น เพียงแต้มสิวไว้ก่อนนอน ชั่วข้ามคืนหัวสิวยุบลงเห็นได้ชัด โดยเฉพาะสิวผด ลดลงมากอย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ

 

มุ๊เมี้ยวอยากแนะนำทุกคนว่า การใช้ครีมแต้มสิวให้มีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น ก่อนใช้ควรล้างหน้าให้สะอาดก่อนทุกครั้ง เช็ดหน้าให้แห้งสนิท แล้วจึงใช้ครีมแต้มสิว และเมื่อใช้ครีมแต้มสิวตัวไหนแล้ว ควรรอดูผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์ อย่าใจร้อน เพราะรีวิวของทุกคนบอกว่าใช้แล้วสิวยุบในชั่วข้ามคืน นั่นก็มีส่วนจริง ซึ่งเป็นการยุบลงแบบเม็ดต่อเม็ด แล้วถ้าใบหน้าของคุณไม่ได้มีสิวแค่เม็ดเดียวล่ะ ประกอบกับฮอร์โมนในร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การรักษาย่อมให้ผลที่แตกต่างกันบ้างเล็กน้อยเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้น ขอให้ตั้งใจรักษาสิวตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่มุ๊เมี้ยวแนะนำนี้ และไม่ลืมที่จะใช้ความอดทนให้มาก อย่าใจร้อน เพราะถ้าหากทำได้ ผิวหน้าที่เรียบเนียนสดใสไร้สิว ก็กำลังรอทุกคนอยู่ เชื่อเถอะไม่นานเกินรอ

มีความคิดเห็นยังไงกันบ้างคะ?

mumeaw-fashion

Mumeaw Fashion นักเขียนด้านแฟชั่นโดยเฉพาะ