รีวิวสถานที่ท่องเที่ยวประเทศโปรตุเกสด้วยตัวเอง

เที่ยวโปรตุเกส ทัวร์โปรตุเกส ประเทศทางทวีปยุโรปตอนใต้ ที่มีพื้นที่ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก โดยสภาพภูมิประเทศทั่วไปของประเทศโปรตุเกสจะมีลักษณะเป็นเทือกเขาและที่ราบสูงซะส่วนใหญ่

ประชากรในพื้นที่จะนับถือศาสนาคริสต์และใช้ภาษาโปรตุเกสในการสื่อสารเป็นหลัก ภาษาอังกฤษก็ยังคงมีการใช้บ้างบางส่วน ดังนั้นสำหรับใครที่กำลังจะเดินทางมาเที่ยวโปรตุเกส ก็อย่าลืมหัดพูดภาษาโปรตุเกสมาก่อนด้วยนะ เพื่อให้สื่อสารกับชาวพื้นเมืองได้ง่ายขึ้นนั่นเอง ว่าแต่ประเทศโปรตุเกสจะมีเมืองไหนน่าเที่ยวและน่าสนใจบ้างนั้น วันนี้เราจะพาคุณไปทัวร์เมืองท่องเที่ยวต่างๆ ของโปรตุเกสกันค่ะ

ลิสบอน (Lisbon)

ถ้าพูดถึงเมืองลิสบอน ใครที่มาประเทศโปรตุเกสแล้วไม่ได้เหยียบเมืองนี้คงเรียกได้ว่ามาไม่ถึงประเทศโปรตุเกส เพราะเมืองลิสบอนนี้ก็คือเมืองหลวงของโปรตุเกสนั่นเอง เมืองที่ล้อมรอบไปด้วยหุบเขาที่สูงขัน บ้านเมืองที่สวยงามและมีชายฝั่งติดประเทศสเปนแห่งนี้คุณอาจจะเริ่มต้นการท่องเที่ยวประเทศโปรตุเกสที่เมืองลิสบอนนี้หรือจะไม่เริ่มต้นท่องเที่ยวที่เมืองนี้ก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นลำดับที่เท่าไหร่ คุณควรมีเวลาอย่างน้อย 2  วันเพื่อทำการท่องเที่ยวและซึมซับบรรยากาศของเมืองลิสบอนที่แสนจะมีสเน่ห์และเซ็กซี่แห่งนี้ให้เต็มที่ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าในเมืองลิสบอนนี้ บริการสาธารณะทั้งหมดจะให้บริการด้วยบริษัทเดียวกัน ดังนั้นสามารถใช้บัตรโดยสารแบบเติมเงิน แต่ต้องเติมเงินให้พอดีเพราะไม่มีบริการทอนเงินใดๆทั้งสิ้น สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในเมืองลิสบอน ได้แก่

ลิสบอน

Restauradores Square ซึ่งเป็นจตุรัสที่สร้างขึ้นในปี 1640 เพื่อประกาศชัยชนะและอิสรภาพของประเทศโปรตุเกส หลังจากตกอยู่ใต้อำนาจของประเทศสเปนมา 60 ปีนั่นเอง
ทิวทัศน์ของแม่น้ำเตซู ซึ่งเป็นน้ำที่กั้นพรมแดนของประเทศโปรตุเกสและประเทศสเปนอยู่ มีความยาวทั้งหมด 1,038 กิโลเมตร (อยู่ในประเทศโปรตุเกส 275 กิโลเมตร กั้นระหว่างประเทศโปรตุเกสและประเทศสเปน 47 กิโลมเตร และอยู่ในประเทศสเปน 716 กิโลเมตร) และที่สำคัญคือแม่น้ำนี้เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในคาบสมุทรไอบีเรียนั่นเอง

Belem Tower  หรือ Torre de Belém ซึ่งเป็นหอคอยที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก เดิมเป็นหอคอยที่ใช้ป้องกันข้าศึกและศัตรูที่จะข้ามฝั่งมาจากแม่น้ำนั่นเองแต่ในปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

Monument to the discoveries อย่าลืมว่าประเทศนี้เป็นประเทศล่าอาณานิคมในยุคหนึ่ง ดังนั้นเรื่องการเดินเรือของประเทศโปรตุเกสนี้ไม่แพ้ใครแน่นอน และ Monument to the discoveries คือสัญลักษณ์เตือนใจของการเดินเรือที่เลื่องชื่อนั่นเอง

Jeronimos Monastery อีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลก ใครที่ไปก็อย่าลืมไปปชื่นชมศิลปะปูนปั้นชื่อดังระดับโลกได้ที่นี่เลย

มีอีกหลายสถานที่ในเมืองลิสบอนให้คุณได้ไปเที่ยวชม ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ หรือสถานที่ท่องเที่ยวพื้นเมืองต่างๆ เรียกได้ว่ามีแค่วันเดียวก็คงพออย่างแน่นอน

ปอร์โต้ (Porto)

ปอร์โต้

ปอร์โต้เมืองที่ดูเหมือนเป็นเมืองเก่าแก่ ด้วยรูปทรงของบ้าน อาคารต่างๆ รวมถึงสถานที่ต่างๆ ที่ยังคงตกแต่งและก่อสร้างด้วยรูปแบบเดิมๆ ทำให้เมืองนี้ดูเหมือนเมืองย้อนยุคยังไงยังงั้น แต่ในทางกลับกันหากมองดีๆ คุณจะสัมผัสได้ถึงความมีเสน่ห์ และความเก๋ไก๋ของตัวเมือง ซึ่งจะทำให้คุณหลงรักเมืองปอร์โต้แห่งนี้ได้ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาเหยียบลงบนพื้นที่ของเมืองแห่งนี้กันเลย แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะโปรตุเกสยังมีอะไรให้คุณได้ตื่นตาตื่นใจอีกเยอะเลยทีเดียว

ฟารู (Faro)

ฟารู

เมืองฟารูเป็นเมืองที่ได้ขึ้นชื่อถึงความงดงามของชายหาด แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายถึงชายหาดที่อยู่ติดขอบแดนของเมืองแห่งนี้หรอกนะ เพราะถ้าพูดจริงๆ แล้ว ฟารูเป็นเมืองที่ไม่มีชายหาดเลยแม้แต่แห่งเดียว การจะเดินทางไปชมชายหาดที่ถูกกล่าวขานได้นั้น จะต้องนั่งเรือออกไปอีกที แต่ที่นี่ก็ไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน ด้วยท่าเรือที่มีความงดงามตระการตา การออกแบบที่ดูน่ารัก จะทำให้คุณหลงใหลมันได้ไม่ยากเลย อีกทั้งยังมีเขตเมืองเก่าให้คุณได้ชมถึงความเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ของโปรตุเกส ซึ่งก็จะทำให้คุณเกิดความประทับใจเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

ปอร์ติเมา (Portimao)

ปอร์ติเมา

สำหรับเมืองปอร์ติเมานั้นเป็นเมืองที่คุณสามารถไปเที่ยวได้เมื่อคุณมีแพลนที่จะไปเที่ยวที่เมืองฟารูอยู่แล้ว เพราะเป็นเมืองที่ห่างออกไปจากเมืองฟารูเพียง 1  ชั่วโมงเท่านั้น เวลาที่วางแผนการเที่ยวจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางมากนักด้วย หรับการเดินทางจากเมืองฟารูมายังเมืองปอร์ติเมานั้น วิธีการที่สะดวกและรวดเร็วมากที่สุดก็คือ รถไฟ สถานที่ท่องเที่ยวของเมืองปอร์ติเมาที่ดังที่สุดก็คือ ชายหาดหิน หรือ Praia da Rocha ซึ่งเป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมืองปอร์ติเมา ความโดดเด่นของชายหาดหินนี้ก็คือชายหาดสีทองทอดตัวยาวตลอดหลายกิโลเมตรที่ไม่ได้แตกต่างไปจากชายหาดปกติ แต่เมื่อลองลงไปน้ำดูคุณจะพบแต่ก้อนหินสวยๆทั้งนั้น และเป็นชื่อมาของชายหาดหินนี่เอง อีกอย่างที่ไม่ควรพลาดที่เมืองปอร์ติเมาก็คืออาหารทะเลที่แสนอร่อยถูกปากคนไทยนั่นเองและอาจจะเป็นอาหารที่ถูกปากคนไทยมากที่สุดด้วยในบรรดาอาหารประจำชาติโปรตุเกสทั้งหมด

ลากอส (Lagos)

ลากอส

ลากอสเป็นอีกเมืองที่มาในทางเดียวกันกับเมืองปอร์ติเมา และอยู่ก่อนจะถึงเมืองซาเกรส สำหรับเมืองลากอสนั้นเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเสียงชายหาดสวย น้ำใส รอให้หลายคนไปท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อยใจ แต่ถ้าถามเรื่องความคึกครื้นนั้นอาจจะไม่เท่ากับเมืองปอร์ติเมา ดังนั้นใครที่อยากได้ความเงียบสงบในการท่องเที่ยวก็ขอแนะนำที่เมืองลากอสนี้เลย คุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ซาเกรส (Sagres)

ซาเกรส

ซาเกรสเป็นเมืองที่อยู่ถัดมาจากเมืองลากอส แต่ถึงอย่างนั้นก็อยู่ห่างจากเมืองปอร์ติเมาเพียง 40 กิโลเมตรเท่านั้น ใครที่มีเวลาจำกัดหน่อยก็อาจจะข้ามเมืองลากอสมาที่เมืองนี้เลยก็ได้เช่นกัน สำหรับเมืองซาเกรสนั้นเป็นเมืองที่อยู่สุดขอบทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป แน่นอนว่าการเดินทางมาทางใต้ของประเทศโปรตุเกสนั้นเรื่องทะเลคงเด่นที่สุดอยู๋แล้ว และถ้าหากคุณต้องการที่จะโต้คลื่นด้วยแล้วล่ะก็ เมืองซาเกรสคือเมืองที่ตอบโจทย์คุณได้มากที่สุดแล้ว แถมยังได้ความรู้สึกของมหาสมุทรแอตแลนติกอย่างชัดเจนอีกด้วย แต่การเดินทางในเมืองซาเกรสนี้แม้ว่าจะมีบัสวิ่งตลอดทั้งวัน แต่บางแห่งก็ต้องเรียกแท็กซี่ไปเองเพื่อความสะดวก เช่น แหลมเซนต์วินเซนต์ เป็นต้น

มาเดรา (Madeira)

มาเดรา

มาเดรา เกาะทางตอนใต้ของประเทศโปรตุเกสแห่งนี้เป็นเกาะที่เรียกได้ว่ามีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติมากที่สุดแห่งหนึ่งอย่างที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว นอกจากนี้อากาศบนเกาะยังออกไปทางแนวเขตร้อนเสียมากกว่าจะเป็นเขตอบอุ่นอย่างตัวประเทศโปรตุเกสที่อยู่บนภาคพื้น ที่เด็ดที่สุดของเกาะมาเดราก็คือ เขตพื้นที่ป่ากึ่งเขตร้อนที่อยู่ภายใต้การอนุรักษ์ของยูเนสโกนั่นเอง การเดินทางสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ขึ้นไปทางเหนือของเกาะประมาณ 30 นาทีเท่านั้นเอง

ซินตรา (Sintra)

ซินตรา

ซินตรา เมืองแห่งนี้หากคุณได้ไปเยือนดูสักครั้ง คุณจะรู้ว่ามันไม่ธรรมดาเหมือนเมืองอื่นๆ หรือประเทศอื่นๆ ที่เคยไปเลย เพราะที่นี่ดูเหมือนเมือง ปราสาทแห่งเทพนิยายที่หลุดออกมาจากนิยายปรัมปราอันเก่าแก่ ให้ความรู้สึกเหมือนคุณได้เข้าไปสัมผัสกับโลกแห่งนิยายจริงๆ และบางทีคุณอาจจะได้ใฝ่ฝันถึงการเป็นเจ้าชาย เจ้าหญิง ณ เมืองแห่งนี้อีกด้วย โดยเมืองซินตรานั้น การตกแต่งอาคารต่างๆ จะมีรูปทรงเหมือนดั่งปราสาทอันงดงาม แต่งแต้มด้วยสีพาสเทลสีหวาน ให้ความรู้สึกอ่อนโยน สบายตา และด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามอีกมากมายหลายแห่ง จึงทำให้คุณเหมือนอยู่ในฝันที่เป็นจริง

สำหรับใครที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวโปรตุเกสแล้วล่ะก็ นี่คือเมืองใหญ่ในโปรตุเกสที่คุณไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน เพราะเป็นแหล่งรวมทั้งวัฒนธรรม อาหารและศิลปวัฒนธรรมไว้อย่างครบถ้วน เรียกง่ายๆว่าเที่ยวรอบเดียวไม่มีพลาดแน่นอน
ต่อไปเป็นข้อมูลเที่ยวโปรตุเกสด้วยตัวเอง

เที่ยวโปรตุเกสด้วยตัวเอง

ตามที่ได้กล่าวไปตอนแรกประเทศโปรตุเกสเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความหลากหลายของวัฒนธรรมและภูมิประเทศ ไม่ว่าจะเป็นชายหาดแสนสวยของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนหรือจะเป็นความศิวิลัยของเมืองใหญ่อย่าง Lisbon เมืองหลวงประจำชาติโปรตุเกส ความแตกต่างที่ลงตัวเหล่านี้ทำให้โปรตุเกสได้ชื่อว่าเป็นประเทศแห่งเสียงเพลง ไวน์ชั้นเยี่ยม เต็มไปด้วยมรดกโลก และการดำเนินชีวิตอันแสนเรียบง่ายที่น่าหลงใหล สิ่งเหล่านี้ดูไม่น่าเชื่อว่าจะหลอมรวมกันออกมาเป็นประเทศโปรตุเกสได้ ถ้าใครอยากรู้ก็ต้องลองไปดูกันด้วยตัวตนเองผ่านการท่องเที่ยวกันเลย

ฤดูกาลต่างๆ ในประเทศโปรตุเกส

สภาพอากาศของประเทศโปรตุเกสจะเป็นแบบเมดิเตอร์เรเนียนขนานแท้ อากาศสบายๆ ไม่ร้อนไปหรือเย็นจนเกินไป น่าท่องเที่ยวและเหมาะกับคนไทยเป็นที่สุด ฤดูกาลของประเทศโปรตุเกศจะมี 4 ฤดู

ฤดูใบไม้ผลิคือช่วงมีนาคม – พฤษภาคม มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 12 – 22 องศาเซลเซียส

ฤดูร้อนคือช่วงมิถุนายน – สิงหาคม โดยเฉลี่ยอากาศจะเย็นๆ ไม่ร้อนมากและแห้ง ช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวที่สุดเพราะท้องฟ้าจะโปร่งและมีแสงแดดไม่แรงจนเกินไป จุดพีคคือเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นเดือนที่มีอากาศร้อนที่สุดและอุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูนี้ประมาณ 25 – 35 องศาเซลเซียส

ฤดูใบไม้ร่วงคือช่วงสิงหาคม – พฤศจิกายน ฤดูนี้มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาน 10 – 20 องศาเซลเซียส

ฤดูหนาวคือช่วงธันวาคม – มีนาคมฤดูหนาวมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 5 – 15 องศาเซลเซียสและเดือนมกราคมเป็นช่วงที่อากาศหนาวที่สุด ใครทนหนาวไม่ได้มากก็หลีกเลี่ยงเดือนนี้จะดีกว่าทางตอนใต้ของประเทศจะไม่มีหิมะ ใครที่อยากจะเล่นหิมะก็แนะนำให้ขึ้นไปที่ตอนกลางหรือตอนเหนือจะสมหวังอย่างแน่นอน

การเตรียมตัวเมื่อจะไปเที่ยวโปรตุเกสด้วยตัวเอง

หนังสือเดินทางและวีซ่า

การเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศที่เป็นกลุ่มข้อตกลงเชงเก้นอย่างประเทศโปรตุเกส จะต้องขอวีซ่าเชงเก้น เพื่อใช้วีซ่าเดียวในการท่องเที่ยวในประเทศในกลุ่มนี้ทั้ง 25 ประเทศเป็นเวลา 90 วันภายใน 6 เดือน ได้แก่ออสเตรีย เบลเยียม สาธารณรัฐเช็ก ฝรั่งเศส กรีซ ฮังการี เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ อิตาลี ลิทัวเนีย ลัตเวีย ลักเซมเบิร์ก โปรตุเกส เยอรมนี สโลวะเกีย สโลวีเนียมอลตา เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ สเปน สวีเดน และสวิตเซอร์แลนด์

แนะนำว่าให้ยื่นคำร้องที่สถานทูตของประเทศแรกในกลุ่มประเทศ 25 ประเทศที่เราไปถึง และควรขอวีซ่าก่อนเริ่มเดินทางอย่างน้อย 1 เดือนเป็นอย่างน้อยเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจะเกิดขึ้นได้

การแต่งกาย

แนะนำว่าให้เลือกตามเมืองที่จะไปและฤดูกาลที่จะเจอ หากเป็นทางตอนใต้ก็อาจจะเลือกชุดที่ไม่ต้องหนามากก็ได้ แต่ถ้าไปทางตอนกลางขึ้นไปในช่วงหน้าหนาวก็แนะนำว่าให้เตรียมเสื้อผ้าที่เก็บความร้อนและกันความเย็นจากลมหนาวไปจะดีที่สุด ที่สำคัญแต่งกายให้เป็นชั้นๆหลายๆชั้น เพื่อให้สามารถถอดออกบางชั้นได้ถ้าเกิดร้อนขึ้นมา รองเท้าควรใช้แบบที่สวมใส่สบายและกันลื่นได้ดีพอสมควร

สกุลเงิน

สกุลเงินที่ใช้ยูโร Euro โดยเพิ่งเริ่มใช้เมื่อเดือนมกราคม ปี2002 นี้เอง เพื่อความสะดวกอาจจะแลกไปจากไทยเลยส่วนหนึ่ง และอีกส่วนเก็บไว้ในบัตร Visa

การเดินทาง

มีหลากหลายสายการบินที่พาเราไปถึงประเทศโปรตุเกสได้ ส่วนการเดินทางภายในประเทศโปรตุเกสนั้น วิธีการเดินทางที่สะดวกที่สุดก็คือการโดยสารโดยรถไฟ ซึ่งมีราคาถูกกว่าหลายประเทศในยุโรป แบ่งเป็นรถไฟความเร็วสูง รถไฟท้องถิ่น และรถไฟระหว่างเมือง ทั้งชั้นโดยสารประหยัด และชั้นโดยสารชั้นหนึ่ง  หากใครต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ http://www.cp.pt นอกจากนี้ยังมีการให้บริการรถบัสท้องถิ่นด้วย ส่วนรถไฟใต้ดินนั้นมีให้บริการในสองเมือง คือ กรุงลิสบอน และเมืองปอร์ต เท่านั้น

ข้อห้ามที่ควรรู้เมื่อไปเที่ยวโปรตุเกสด้วยตัวเอง

  • ไม่ชี้นิ้วหรือจ้องไปที่คนอื่นตรงๆเพราะอาจทำให้เขาคิดว่าคุณกำลังหาเรื่องเขาได้
  • ไม่รับประทานอาหารด้วยมือเปล่า แนะนำให้ใช้ช้อนส้อม หรือกระดาษจับอาหารแทน
  • การสนทนากับคู่สนทนาชาวโปรตุเกสที่เป็นผู้ชายนั้น การจับแขนหรือไหล่ระหว่างการสนทนาถือว่าเป็นธรรมเนียมปกติ
  • อย่าใช้คำพูดเสียดสี หรือหยาบคายกับชาวโปรตุเกส เนื่องจากชาวโปรตุเกสให้ความสำคัญและจริงจังกับทุกคำพูดหากใช้คำพูดที่เสียดสีมากเกินไป คุณอาจจะโดนไล่ออกจากประเทศอย่างกะทันหันก็ได้
  • การพูดกับชาวโปรตุเกสด้วยภาษาสเปน นั้นเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง และไม่ควรใช้ภาษานั้นจนกว่าจะไม่มีทางเลือกจริงๆ เนื่องจากชาวโปรตุเกสส่วนหนึ่งมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อภาษานี้นักซึ่งเป็นผลจากการต่อสู้กันในอดีต และชาวโปรตุเกสก็ไม่ได้รู้ภาษาสเปนกันทุกคนด้วย
    เมื่อรับประทานอาหารร่วมโต๊ะเดียวกันกับชาวโปรตุเกส เราอย่าได้เผลอไปเท้าศอกบนโต๊ะอาหารและระวังไม่ให้ตนเองรับประทานอาหารเสียงดัง ตลอดจนการพูดคุยระหว่างที่ยังมีอาหารอยู่ในปากเพราะชาวโปรตุเกสคิดว่าเป็นมารยาทที่ไม่ดีนั่นเอง
  • หากไปเที่ยวชายหาดแล้วเกิดอยากอาบแดดแล้วล่ะก็ อย่าถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมดเด็ดขาด โดนปรับได้ง่ายๆเลย เนื่องจากชาวโปรตุเกสเคร่งศาสนามาก ดังนั้นหลีกเลี่ยงประเด็นทางศาสนาที่จะทำให้เกิดข้อพิพาทไปได้จะปลอดภัยกับตัวเองได้มากกว่านั่นเอง

จองที่พักออนไลน์

รู้ข้อมูลแบบนี้แล้ว ทีนี้ก็เตรียมตัวไปเที่ยวโปรตุเกสด้วยตัวเองกันได้เลย รับรองว่าทัวร์นี้จะเป็นทัวร์ที่แสนวิเศษและทำให้คุณตื่ตาตื่นใจมากที่สุดเลยล่ะ อย่างไรก็อย่ามัวแต่สนุกจนลืมถ่ายรูปและซื้อของฝากกลับมากันด้วยนะ




อย่าลืมกด Like ติดตาม Mumeaw ด้วยน๊า ^_^

Facebook By Weblizar Powered By Weblizar
มีความคิดเห็นยังไงกันบ้างคะ?

เรื่องที่คุณอาจจะสนใจ

Mumeaw Travel

Mumeaw Travel มุ๊เมี๊ยวในโหมดนักเดินทางสุดคิ้ว ^_^