5 ความเชื่อของประเทศญี่ปุ่นที่คุณอาจจะไม่เคยรู้

ความเชื่อของประเทศญี่ปุ่นก็เหมือนกับประเทศอื่นๆ ค่ะ เป็นสิ่งที่ผู้หลักผู้ใหญ่เชื่อสืบทอดกันมาตั่งแต่สมัยก่อนเหมือนกัน บางความเชื่อก็รู้ที่มา แต่บางความความเชื่อก็ไม่

วันนี้มุ๊เมี้ยวจึงอยากจะพาเพื่อนๆทุกคนไปรู้จักกับความเชื่อบางอย่างในประเทศญี่ปุ่นที่เพื่อนๆอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนค่ะ

Credit image : archive-e.blogspot.com

ทุกๆคนอาจจะคุ้นเคยกับความเชื่อหลายอย่างๆ ของญี่ปุ่นอยู่บ้าง อาจจะเคยได้ยินเรื่อง กระจกแตกเป็นรางบอกเหตุร้าย , หากหาใบโคลเวอร์ 4 กลีบเจอจะได้พบกับเรื่องดีๆ และบางความเชื่อมันก็ดูจะญี่ปุ่นมากๆ เพราะฉะนั้นเนี่ย ในวันนี้มุ๊เมี้ยวจะพาทุกคนไปพบกับ “5 ความเชื่อของประเทศญี่ปุ่นที่คุณอาจจะไม่เคยรู้” นะคะ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่าา

 

1. ตุ๊กตาไล่ฝน

blank
Credit image : duncansensei.com

เป็นความเชื่อที่มุเมี๊ยวคิดว่า น่าจะมีหลายคนเคยได้ยินมาก่อนนะ คือ หากนำเจ้าตุ๊กตาตัวนี้ไปแขวนไว้บนขอบหน้าต่างจะทำให้วันต่อมาฝนไม่ตก และอีกความเชื่อนึงของตุ๊กตาตัวนี้ก็คือ ถ้าแขวนกลับหัวจะส่งผลตรงกันข้าม

2. ถ้าหากก้านใบชาตั้งจะพบกับความโชคดี

blank
Credit image : ameblo.jp

คนญี่ปุ่นมีความเชื่อว่าหากรินชาออกมาแล้ว มีก้านใบชาออกมาตั้งตรง จะทำให้ได้พบกับเรื่องดีๆ

3. ห้ามเขียนชื่อของคนอื่นด้วยหมึกสีแดง

blank
Credit image : tokyogirlsupdate.com

คนญี่ปุ่นเชื่อว่า สีแดงเป็นสีที่สื่อถึงสงครามและการนองเลือด อีกเหตุผลหนึ่งคือ สีแดงนั้น เป็นสีที่ทำให้นึกถึงคนตาย มุ๊เมี้ยวคิดว่านี่จึงเป็นสาเหตุที่ห้ามเขียนชื่อของคนอื่นด้วยสีแดง

4. ถ้าตัดเล็บตอนกลางคืน อาจจะไม่ได้อยู่ดูใจบุพการีในยามวาระสุดท้าย 

blank
Credit image : health.howstuffworks.com

อันนี้คล้ายๆของไทยเรานะคะ แต่มุ๊เมี้ยวคิดว่าสาเหตุของความเชื่อนี้ มีจุดประสงค์เพื่อความปลอดภัย เพราะถ้าตัดเล็บตอนกลางคืนอาจเกิดการพลาดจนทำให้เกิดบาดแผลได้

5. เวลานอนหันศรีษะไปทางทิศเหนือ

blank
Credit image : tokyogirlsupdate.com

สำหรับญี่ปุ่นแล้วทิศเหนือเป็นทิศของคนตาย เป็นทิศที่ใช้จัดทิศทางของศพ จึงไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ที่จะหันศรีษะไปทางทิศเหนือเวลานอน นอกจากนี้การหันศรีษะไปทางอื่นก็มีความเชื่อที่แตกต่างออกไป

เป็นยังไงกันบ้างค่ะสำหรับเรื่องความเชื่อของประเทศญี่ปุ่นในคราวนี้ แต่เอาจริงๆความเชื่อหลายๆอย่าง ก็คล้ายๆกับของไทยเรานะคะ บางคนก็อาจจะรู้เรื่องพวกนี้มาบ้างอยู่แล้ว รอบนี้มุ๊เมี้ยวอาจจะเขียนน้อยไปหน่อย ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะ