พระอุ้มหมา ชีอุ้มแมว ตำนานความเชื่อตำนานความตาย
ตำนานความเชื่ออยู่คู่กับคนไทยมาแต่ช้านานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทีดีหรือเรื่องที่ไม่ดีก็ตาม บางพื้นที่อาจมีคำพูดคำสอนจากคนเฒ่าคนแก่ที่คอยเตือนเราไม่ให้เราทำในสิ่งที่เป็นอันตรายอย่างเช่นตอนกลางคืนหากใครมาเคาะประตูบ้านห้ามเปิดเด็ดขาดสิ่งที่บอกมานี้ก็คงจะคลายๆกับเรื่องที่มุ๊เมี้ยวนำมาเล่าให้ฟังกับตำนานพระอุ้มหมา ชีอุ้มแมว ความเชื่อที่เกี่ยวกับความตาย
พระอุ้มหมา ชีอุ้มแมว ถือได้ว่าเป็นตำนานที่เล่าต่อกันมานานแล้ว โดยมีเรื่องอยู่ว่าในหมู่ๆหนึ่งจะมี พระอุ้มหมาสีดำ ชีอุ้มแมวสีดำเดินไปตามบ้านต่างๆและเคาะประตูบ้านทุกหลัง หากใครเปิดประตูหรือขานรับคนๆก็จะต้องตาย สภาพศพของคนที่ตายภายนอกจะเป็นเหมือนปกติทั่วไป แต่หากชันสูตรภายในแล้วจะพบว่าเครื่องในตับไตใส้พุงอวัยวะภายหายไปแบบไร้ร่องรอย หรือไม่ก็เน่าเหม็น ทำให้ทุกคนได้สรุปว่าพระชีคู่นี้เป็นปอบแน่นอน

ในความเชื่อของคนอีสาน ผีปอบเกิดจากผู้ที่มีวิชาอาคมไสยเวทย์ด้านมืด ใช้อาคมพวกนี้ทำร้ายคนด้วยวิธีการต่างๆอย่างเช่น การทำเสน่ห์ เสกของเข้าตัวคนอื่น ทั้งที่ในคำสอนของพระพุทธเจ้าเคยบอกไว้ว่า ไสยศาสตร์ถือเป็นเดียรัจฉานวิชาห้ามละเมิดข้อปฏิบัติโดยเด็ดขาด หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือละเมิดกฎแล้วล่ะก็ผู้นั้นจะถูกลงโทษให้เป็นปอบ

แต่อีกความเชื่อหนึ่งก็คงคล้ายๆกันคือคนที่เล่นไสยศาสตร์แล้วทำผิดกฎปฏิบัติจึงทำให้ของเข้าตัวทำให้สูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป อย่างที่คำที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ผีปอบ เข้าสิงอาการที่ออกมาก็จะแตกต่างกันไปไม่เหมือนกันบางคนก็มีอาการดุร้ายคุ้มครั่ง บางคนก็มีอาการซึมเศร้าหดหู่ บางคนก็มีอาการเพ้อคุยอยู่คนเดียว ส่วนของกินก็อย่างที่เรารู้ๆกันว่าพวกปอบชอบกินของสดๆ ดิบๆ เรื่องราวทั้งหมดนี้ก็ถูกเล่าต่อกันมาจนถึงยุคปัจจุบัน

มุ๊เมี้ยวนำเรื่องพระอุ้มหมาชีอุ้มแมวมาเล่าให้ฟังเป็นวิจารณญาณของแต่ล่ะคน หากบนโลกนี้ยังมีความเชื่อเรื่องโชคลางอยู่ความเชื่อเรื่องภูตผีก็ไม่หายไปจากเราเช่นกัน ใครไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ละมุ๊เมี้ยวเตือนแล้วนะ

