อยากขาวทำไงดี? วิธีทำให้ผิวหน้าใส ห้ามพลาดเคล็ดลับดีๆ

ถ้าพูดถึงเรื่องผิวขาวถือว่าเป็นเรื่องฮิตของสาวๆเลยก็ว่าได้ ก็แหม่ใครๆก็อยากขาว ขนาดมุ๊เมี้ยวเองยังอยากขาวเลยค่ะ โดยส่วนมากสาวชาวไทยอย่างเราๆมักจะมีผิวสีขาวเหลือง ผิวสีแทน ซะเป็นส่วนใหญ่น้อยมากที่จะมีผิวสีขาวอมชมพู แล้วจะทำยังไงให้ขาวล่ะคะ? คำถามนี้ยังเป็นคำถามฮิตของสาวๆอยู่ดี บางคนอยากขาวมากกว่าเดิมก็สรรหาวิธีทำให้ขาวขึ้นไม่ว่าจะเป็น ฉีดผิวขาว หาครีมหน้าขาว หรือแม้กระทั่งทานอาหารเสริมผิวขาว เป็นต้น วันนี้มุ๊เมี้ยวมีสาระดีๆมาฝากสาวๆเกี่ยวกับสารพัดเคล็ดลับทำให้ผิวขาวกันค่ะ

สารพัดเคล็ดลับและเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับผิวขาว

อยากขาว เป็นความปรารถนาที่เป็นสากล ไม่ว่าชนชาติใดในโลกและยุคสมัยใดต่างก็ชื่นชมผิวที่มีสีขาวใสกระจ่างมากยิ่งกว่าผิวสีคล้ำ จะมีบ้างก็คงเป็นบางชนชาติส่วนน้อยที่นิยมชื่นชมผิวคล้ำ เช่นในประเทศแถบทวีปยุโรปบางประเทศมองว่า สาวผิวคล้ำนั้นมีความสวยน่ามองมีเสน่ห์กว่าสาวผิวขาว แนวความคิดนี้มาจากแต่เดิมในสมัยโบราณ สาวผู้ดีมีอันจะกินจะได้มีช่วงเวลาการพักร้อนเพื่ออาบแสงแดด ไม่ต้องจมปรักอยู่แต่ในบ้านจนผิวขาวซีดอย่างหญิงชนชั้นกลางและหญิงชนชั้นล่างทั่วไป แต่หากมองถึงรสนิยมของผู้ชายทั่วโลก และแม้แต่ผู้หญิงกันเองก็นิยมผิวขาวนวล ขาวใสมากกว่าผิวคล้ำหมอง

สำหรับหญิงไทยใครว่าผู้หญิงไทยพึ่งจะมาสนใจสรรหาวิธีการทำให้ผิวขาวสวยกันเมื่อไม่นานมานี้ เพราะในความจริงแล้วหากจะย้อนไปมองดูในยุคโบร่ำโบราณ ความสวยงาม ขาวเนียนของผิวพรรณ เป็นเรื่องที่สาว ๆ รุ่นย่า ยาย ไปจนถึงทวด ต่างก็ให้ความสำคัญกันมานานแล้ว ได้ลองนำสมุนไพรต่างๆนาๆมาทดลองเพื่อที่จะหาสมุนไพรที่ทำให้ผิวขาว คนโบราณกล่าวถึงผิวผู้หญิงที่ขาวสวยว่าเปรียบเหมือนกับหยวกกล้วย สีของหยวกกล้วยคือขาวนวลมีสีเหลืองเจือผิวขาวธรรมชาติ ไม่ใช่ขาวซีดเหมือนผีดิบไร้ชีวิตชีวา

จึงมีเคล็ดลับผิวขาวสูตรสมุนไพรไทยโบราณที่ช่วยในเรื่องความขาวแก่ผิวพรรณและหน้าขาวใสด้วยวิธีธรรมชาติมีอะไรกันบ้าง เราลองมาเปิดตำราคุณย่าคุณยายดู

อยากขาว
credit image : osiosalon.com

มะขามเปียก เป็นสมุนไพรหน้าขาว ผิวขาว ที่แม้แต่คนยุคนี้ก็รู้จักกันดีว่า มีสรรพคุณช่วยทำให้ผิวขาวใส เพราะในมะขามเปียกมีกรดอ่อนที่ช่วยลอกเซลล์ผิวและไคลเก่า ๆ ที่เกาะผิวออก เพียงแค่นำมาขัดบนผิวหรือพอกทิ้งไว้สักครู่ ผิวก็ขาวกระจ่างขึ้นทันตา

 

ขมิ้น คนโบราณนิยมทามะขามกับขมิ้นควบคู่กันเป็นสูตรหน้าขาวของคนสมัยนั้น โดยนำเหง้าของขมิ้นมาตำให้แหลกแล้วทาลงที่ผิว ผิวจะขาวแบบมีสีเหลืองนวลที่เรียกกันว่าเนื้อทองนั่นเอง

 

มะกรูดและมะนาว สำหรับมะกรูดและมะนาว คนไทยโบราณจะนำมาทาตามจุดกร้านที่คล้ำดำและหยาบกระด้าง เพราะในมะกรูดและมะนาวจะมีกรดที่ช่วยกัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกและช่วยให้ผิวนุ่มและมีสีสว่างกระจ่างขึ้น หรือดูขาวออร่านั้นเอง

 

ว่านนางคำ ว่านชนิดนี้จะมีความคล้ายคลึงกับขมิ้น เป็นพืชในตระกูลเดียวกัน ในว่านนางคำมีสารหลายชนิดที่บำรุงผิว ต้านอนุมูลอิสระทำให้ผิวขาวใสธรรมชาติ แต่สรรพคุณที่ทำให้ผิวขาวนั้นมาจากสารที่ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีในผิว ว่านนางคำโบราณยังเชื่อว่าเป็นว่านมหาเสน่ห์มีอยู่ในตำราไสยศาสตร์ด้วย

 

ว่านหางจระเข้ สำหรับว่านหางจระเข้ จะเรียกว่าเป็นสมุนไพรช่วยให้ผิวขาวโดยตรงก็อาจไม่ถูกนัก แต่ก็เป็นสมุนไพรที่คนโบราณนิยมนำมาใช้ร่วมกับการประทินผิวให้ขาว เพราะว่านหางจระเข้มีสรรพคุณช่วยสมานแผล จึงถูกนำมาใช้สมานแผลรอยสิวรอยคล้ำดำบนใบหน้า ช่วยให้หน้าหายคล้ำดำและกระจ่างใสอีกทางหนึ่ง


ลองไปดูเคล็ดลับของต่างแดนกันบ้างว่า สาว ๆ ทั่วโลกทั้งในอดีตและปัจจุบันมีวิธีการที่จะทำให้ผิวขาวอย่างไรกันบ้าง

เริ่มจากชนชาวเบลิซ ซึ่งเป็นชนชาติเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ชายฝั่งทะเลแคริเบียนในทวีปอเมริกากลาง สาว ๆเบริซนิยมใช้น้ำมันสกัดจากมะพร้าวทาผิวเพื่อป้องกันรังสีจากแสงแดด ทำให้ผิวหมองคล้ำได้ยากขึ้น

 

สาวญี่ปุ่น มีสูตรน้ำแร่และชาเขียวเป็นเคล็ดลับรักษาผิวขาว นอกจากนั้นจะสังเกตได้ว่าสาวเมืองปลาดิบจะพกพาร่มติดตัวเสมอเมื่อออกนอกบ้านและนิยมใส่เสื้อไหมพรมบาง ๆ แขนยาวเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดด

 

สาวเกาหลี ที่มีสีผิวขาวอยู่แล้ว มีวิธีการรักษาผิวขาวของพวกเธอให้คงความขาวนานแม้ต้องอยู่กลางแสงแดดด้วยการใช้ น้ำตาลทรายแดง หรือน้ำตาลทรายไม่ฟอกสีพวกเธอจะน้ำตาลทรายแดงมาผสมเข้ากับมะนาวแล้วขัดผิวเป็นประจำมาแต่ครั้งโบราณ โดยเฉพาะในส่วนที่คล้ำมากเป็นพิเศษ เช่นข้อศอก แขนหรือคอ เคล็ดลับก็คือใส่ส่วนผสมของน้ำตาลทรายแดงเป็นสองเท่าของน้ำมะนาวและขัดผิวก่อนที่น้ำตาลทรายแดงจะละลายหมดไป

 

สาวอะบอริจิ้น หรือชาวออสเตรเลีย ดินแดนที่เป็นหมู่เกาะในซีกโลกใต้ รู้จักนำเอาสิ่งใกล้ตัวอย่างเกลือทะเลที่มีเม็ดผลึกเหลี่ยมมุมมาขัดผิว ความเข้มข้นของเกลือและพื้นผิวขรุขระทำให้เซลล์ผิวคล้ำดำถูกขจัดออก คงไว้เพียงผิวขาว ๆ กระจ่างใสเท่านั้น

 

สาวแม็กซิโก ผิวน้ำผึ้งและสาวคอสตาริกา พวกเธอนิยมใช้มะละกอสุกนำมาบดกับน้ำมันมะกอก เป็นสูตรผิวขาวที่สืบทอดกันมายาวนานในภูมิภาคแถบนี้

 

บัลแกเรีย เป็นดินแดนต้นกำเนิดของโยเกิร์ต ผู้หญิงชาวบัลกาเรียทุกคนต่างเติบโตขึ้นมาโดยรู้จักวิธีการทำโยเกิร์ต พวกเธอมีโยเกิร์ตติดบ้านไว้ตลอดทั้งปี และโยเกิร์ตนี่เองคือเคล็ดลับความขาวใสที่สาวชาวบัลแกเรียใช้พอกหน้าหมักผิวเป็นประจำ ในโยเกิร์ตนั้นมีเอนไซม์ กรดแลคติก รวมถึงโปรตีน ช่วยบรรเทาการไหม้ของผิวจากแสงแดดและลอกเซลล์ผิวเก่า

 

สาวตะวันออกกลางและปลายทวีปอาฟริกา มีเคล็ดลับผิวขาวสวย อย่าง อีรัก จอร์แดน อิหร่านหรือแม้กระทั่งเลยไปถึงตุรกี สาวแขกเหล่านี้จะใช้เมล็ดกาแฟบดผงและกากกาแฟในการขัดผิวเป็นวิธีขัดผิวขาวแบบธรรมชาติ ก่อนที่พวกเธอจะประทินผิวต่อด้วยน้ำมันมะกอกและน้ำมันจากเมล็ดอัลมอนด์

 

สาวนิวซีแลนด์ มีสูตรที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นแต่โบราณว่า การใช้น้ำผึ้งที่ได้จากท้องถิ่นอย่างงManuka honey มาพอกหน้าพอกผิวขาว และยังช่วยปกป้องผิวจากริ้วรอยได้ดีด้วย

 

สาวอิสราเอล นั้นมีของดีอยู่ใกล้ตัวที่โชคดีกว่าสาว ๆ จากถิ่นอื่นเพราะพวกเธอมีดินจากทะเลสาบเดดซีที่ช่วยทำให้ผิวสวยกระจ่างใส แม้แต่พระนางคลีโอพัตราจากอียิปต์ ครั้งเมื่อปกครองอิสราเอล ยังนำโคลนจากเดดซีและน้ำจากเดดซีมาหมักพอกประทินผิวด้วย

 

สาวดินแดนภารตะอย่างสาวอินเดีย มีวิธีดูแลผิวให้ขาวสวยด้วยการล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเท่านั้น และยังนำน้ำแข็งมาประคบลูบไล้ใบหน้าหลังจากนั้นจะนำเอาเปลือกส้มที่ยังมีเศษของเนื้อส้มปนอยู่มาขัดเบา ๆ ที่ใบหน้า ถ้ามีสิวด้วยเธอจะเพิ่มมะนาวและน้ำตาลทรายขัดถูหน้าด้วย ก่อนออกไปผจญแดดกล้า สาวอินเดียจะใช้น้ำมันมะพร้าวทาเคลือบผิวหน้าก่อน และหลังกลับจากโดนแสงแดดเผาพวกเธอจะน้ำมันมะกอก โยเกิร์ตและน้ำอุ่นมาผสมน้ำอุ่นเพื่อพอกผิวขาวและสมานผิว

สาวพม่า ก็คงไม่พ้นพืชสมุนไพรที่มีชื่อเสียงอย่าง ทานาคาเป็นสูตรหน้าขาวใสเฉพาะของสาวพม่าเลยก็ว่าได้ เป็นไม้ยืนต้นที่ขึ้นเฉพาะในแถบแห้งแล้งตอนกลางประเทศพม่า สาวพม่าจะนำท่อนไม้ทานาคามาฝนเข้ากับแผ่นหินให้ละเอียดผสมกับน้ำแล้วพอกไว้ที่หน้า สรรพคุณของทานาคาจะทำให้ผิวขาวขึ้นอย่างอัศจรรย์ทีเดียว

 

วิธีทำให้ขาว
credit image : permanentmakeupsocal.com

นอกจากสมุนไพรและวัตถุดิบต่าง ๆ ที่เหล่าสาว ๆ ทั่วโลกนำมาใช้เพื่อทำให้ผิวขาวขึ้นแล้ว ในปัจจุบันยังมีทั้งวิธีทำให้ผิวขาวในรูปแบบต่าง ๆ เครื่องสำอาง อาหาร หรือแม้กระทั่งสารเคมีที่ทำให้ผิวขาว ได้แก่

ทานอาหารเสริม

ผลิตภัณฑ์ผิวขาวประเภทอาหารเสริม เป็นวิธีการหนึ่งที่เชื่อกันว่าจะทำให้ผิวขาวคือการเริ่มจากภายในด้วยการรับประทานสิ่งที่ช่วยให้ผิวขาว แต่หากจะให้รับประทานพืชผักผลไม้หรืออาหารต่าง ๆ สาว ๆ หลาย ๆ คนก็อาจจะไม่สามารถหาทานได้สม่ำเสมอ หรืออาหารเหล่านั้นอาจจะไม่ทำให้ขาวได้ในระยะเวลาอันสั้น จึงมีตัวช่วยก็คืออาหารเสริมสกัดที่คิดค้นกันขึ้น อาหารเสริมผิวขาวเหล่านั้นมีส่วนผสมหรือสรรพคุณอะไรบ้างลองมารู้จักด้วยกัน

ส่วนผสมตัวแรกที่มักมีในอาหารเสริมผิวขาวคือ อิฟนิ่งพิมโรส หรือสารสกัดจากอิฟนิ่งพิมโรส สรรพคุณสมานและทำให้ผิวกระจ่างขาว ต่อมาคือสารกลูต้าไธโอนหรือที่เรียกกันว่ากลูต้าขาว หรือกลูต้าผิวขาวนั้นเอง เดิมทีแพทย์ใช้สารกลูต้าไธโอนในการรักษาผู้ป่วยเพื่อเพิ่มการทำงานของตับในการฟอกสารพิษและขจัดสารพิษในร่างกาย ผลข้างเคียงที่ได้จึงค้นพบว่า ช่วยทำให้ผู้ที่ได้รับสารกลูต้าไทโอนนี้มีผิวเปลี่ยนจากสีน้ำตาลคล้ำเป็นขาวชมพูได้ แต่สารกลูต้าไธโอนนั้นต้องได้รับอยู่สม่ำเสมอจึงจะทำให้ผิวขาวต่อเนื่อง มักจะรับประทานคู่กับอาหารเสริมอีกตัวคือ กรดอัลฟ่าไลโปอิค หรือ ALA ตัวนี้จะไปเสริมให้การทำงานของกลูต้าไทโอนมีประสิทธิภาพขาวขึ้น

วิตามินซี

วิตามินที่ทำให้ผิวขาวคือวิตามินซีเป็นอีกสิ่งที่มักมีอยู่ในอาหารเสริม เพราะจะซ่อมแซมผิวและทำให้ผิวกระจ่างใส ผิวที่คล้ำเพราะไม่สมบูรณ์จะกลับฟื้นแข็งแรงและกระจ่างขึ้น มักมาคู่กับสารสกัดจากเมล็ดองุ่น เพราะสารสกัดเมล็ดองุ่นจะไปกระตุ้นให้การทำงานของวิตามินซี และวิตามินอีมีประสิทธิภาพมากขึ้น และป้องกันการสูญเสียวิตามินสองตัวนี้ได้ ตัวสุดท้ายคือ แอสตาแซนธิค เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สกัดจาก คาร์เวีย ปลาแซลม่อน ไข่กุ้ง เปลือกปู เปลือกกุ้ง หากทานควบคู่กับวิตามินซีและเมล็ดองุ่นก็จะทำให้ผิวขาวเร็วขึ้นด้วย

ฉีดสารกลูต้าไธโอน

ฉีดผิวขาววิธีการอีกวิธีหนึ่งที่นิยมไม่แพ้การรับประทานอาหารเสริม และเป็นวิธีที่ให้ผลเร็วกว่า แต่ก็อาจจะเสี่ยงต่อผลข้างเคียงเช่นกันก็คือ การฉีดผิวด้วยสารกลูต้าไธโอน วิธีการฉีดนิยมที่จะฉีดเข้าทางเส้นเลือดดำหรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ การฉีดเข้ากล้ามเนื้อจะเจ็บกว่า ส่วนใหญ่เมื่อฉีดกลูต้าไธโฮนก็จะฉีดควบคู่ไปกับวิตามินซี เมื่อฉีดไปแล้วผลที่ได้รับผิวจะกระจ่างใสและขาวขึ้นแต่ไม่คงอยู่นาน มักจะต้องมาฉีดเป็นประจำ ในอีก 2 ถึง3 อาทิตย์ต่อมาหากจะคงความขาวสม่ำเสมอต่อเนื่อง แต่ไม่ควรฉีดบ่อยกว่าสัปดาห์ละครั้ง ยังไม่มีการทดสอบหรือวิจัยที่บอกว่าการฉีดสารสองตัวนี้เข้าสู่ร่างกายแล้วจะเกิดผลเสีย แต่ทางองค์การอาหารและยา หรือ อย.ไทยไม่ได้รับรองวิธีการรักษานี้ไว้

ทำเบบี้เฟส

การทำเบบี้เฟส หรือการลอกผิวขาวด้วยวิธีต่าง ๆ อย่างที่รู้ ๆ กันโดยทั่วไปว่า ผิวกระจ่างใสเกิดนอกจากเกิดจากการสร้างเซลล์เม็ดสีน้อยแล้ว ยังเกิดจากการผลัดเซลล์ผิวใหม่ วิธีเบบี้เฟสจึงเป็นวิธีทำให้ผิวดูเด็กและที่สำคัญทำให้ผิวขาวขึ้นจากการผลัดเซลล์ผิวใหม่โดยลอกเซลล์ผิวเก่าออก มีทั้งการลอกผิวโดยสารเคมี มีทั้งลอกผิวในระดับผิวชั้นตื้น ไปจนถึงชั้นกลางและชั้นลึก การลอกผิวชั้นตื้นจะมีผลข้างเคียงน้อย ผิวขาวกระจ่างใสแต่อาจจะคงอยู่ได้ไม่นานสักพักก็ต้องมาทำการลอกอีก ส่วนการลอกผิวในระดับชั้นกลางและลึกผลมากกว่าเพราะจะช่วยลอกส่วนของกระ ฝ้า ออกไปด้วย แต่ผิวจะบอบช้ำมาก มีสะเก็ดรอยดำไหม้หรือน้ำเหลืองซึมแฉะในช่วงแรกที่ทำเสร็จจึงไม่นิยมในปัจจุบัน เบบี้เฟซวิธีใหม่ที่นิยมทำกันก็คือการกรอผิวด้วยการใช้เครื่องกรอ เป็นการใช้เครื่องมือที่ปลายทำจากเกล็ดเพชรกลิ้งไปบนผิวหน้า กรอเซลล์ผิวเก่าออก ต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้นประมาณ 10 วันจึงจะใช้เครื่องสำอางแต่งหน้าได้   การผลัดเซลล์ผิวด้วยเลเซอร์ ทำโดยวิธีการยิงเลเซอร์เพื่อทำลายเซลล์ผิวเก่าจะทำให้ผิวที่เกิดขึ้นใหม่ขาวอยู่ได้ประมาณ 5 ถึง 6 เดือนจึงจะกลับมาคล้ำ

ทาครีมขาว

ครีมทาผิวขาว  วิธีการท้ายสุดนั้นก็คือการทาครีมเพื่อผิวขาวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ครีมตัวขาว ครีมพอกผิวขาว และอีกมากมายที่มีขายตามท้องตลาด คลีนิคความงามทั่วไป วิธีการนี้ก็คงไม่ต่างจากการใช้สมุนไพรทาผิวแต่ดั้งเดิม แต่สะดวกกว่าตรงที่มีผู้คิดค้นและนำส่วนผสมต่าง ๆ ที่ทำให้ผิวขาวมาใส่ไว้ในบรรจุภัณฑ์ให้ได้ใช้ทาผิวกันได้เลย

ทั้งหมดนั้นก็เป็นเรื่องราวของ กระบวนการและเคล็ดลับรวมถึงวิธีต่าง ๆ เพื่อทำให้ผิวขาว ส่วนวิธีใดหรือเคล็ดลับหน้าขาวใดจะใช้ได้ผลมากน้อยเพียงใดนั้นก็คงจะต้องขึ้นอยู่กับสภาพผิวของสาวๆแต่ละคนว่าวีธีใด หรือเคล็ดลับใดเหมาะกับตัวเรานั่นเอง แต่สาวๆอย่าลืมว่าอยากขาวใสต้องมาจากสุขภาพภายในที่ดีก่อนถึงจะดูดีนะจ๊ะ

อัพเดทล่าสุดเมื่อ



Tags:

mumeaw-fashion

Mumeaw Fashion นักเขียนด้านแฟชั่นโดยเฉพาะ