นิทานอีสป นกเค้าแมวกับตั๊กแตน คิดให้ดีกับคำพูดคน

นิทานอีสป นกเค้าแมวกับตั๊กแตนมีเรื่องราวที่น่าสนใจนั่นก็คือ ไม่ว่าคนหรือสัตว์ก็คงจะเหมือนกัน เมื่อยามที่กำลังนอนหลับสบายก็คงจะหัวเสียหากมีเสียงดังรบกวน มาดูเรื่องของเจ้านกเค้าแมวชรา ผู้กำลังพักผ่อนแต่ต้องมาถูกรบกวน ดูสิว่ามันจะทำอย่างไรกับผู้ไร้มารยาทนั้น

นกเค้าแมวเป็นสัตว์ที่ใช้ชีวิตยามค่ำคืนอย่างที่ใคร ๆ ก็รู้กัน กลางวันจึงเป็นเวลานอนหลับพักผ่อนของนกเค้าแมว พวกมันจะคุดคู้อยู่ในโพรงต้นไม้ จนกระทั่งเวลาพลบค่ำท้องฟ้าเปลี่ยนจากสีชมพูในยามเย็นย่ำ เปลี่ยนเป็นสีดำมืดทั่วทั้งผืนป่าเงียบสงัด เวลานั้นนกเค้าแมวจึงจะออกหากินในจะกางปีกและบินออกมาจากโพรงไม้ ส่งเสียงร้อง จากนั้นก็หาอาหาร อาหารของมันก็คือเหล่าแมลงน้อยใหญ่ เต่าทอง และนกหนูตัวเล็ก ๆ นั่นเอง

ณ ป่าแห่งหนึ่งมีนกเค้าแมวเฒ่าตัวหนึ่ง มันเป็นเพียงนกเค้าแมวแก่ ๆ ถ้าเปรียบกับคนก็คงเป็นยายแก่ ๆ ที่ขี้บ่นขี้รำคาญเอาใจยาก มันจะหัวเสียมากหากใครมารบกวนช่วงเวลากลางวันที่มันนอนหลับอยู่ในโพรงต้นโอ๊กอันเก่าแก่ของมัน บ่ายวันนั้นในฤดูร้อนที่ท้องฟ้าสดใส เจ้าตั๊กแตนรู้สึกเริงร่าและมีความสุข จึงได้เกาะอยู่ตรงกิ่งไม้ใกล้กับโพรงนกเค้าแมวเฒ่า ในเวลานั้นนกเค้าแมวก็นอนหลับพักผ่อนเหมือนเคย แต่เจ้าตั๊กแตนด้วยความที่มันกำลังมีความสุข จึงร้องเพลงเสียงดังด้วยเสียงอันแหบพร่า เสียงของมันรบกวนการนอนของนกเค้าแมว มันจึงโผล่หัวออกมาจากโพรงไม้

“ ท่านตั๊กแตน ช่วยไปจากตรงนี้เถิด ท่านควรจะมีมารยาทไม่ส่งเสียงดังรบกวนการนอนของข้า ข้าเป็นผู้อาวุโสและอยู่ที่นี่มานาน ท่านควรไปร้องเพลงที่อื่น เพื่อข้าจะได้นอนหลับ ” นกเค้าแมวกล่าว

“ที่นี่เป็นผืนป่าของทุกคน และข้าเองก็มีสิทธิ์ที่จะเกาะตามกิ่งไม้และร้องเพลงตรงไหนก็ได้ เหมือนกับที่ท่านมีสิทธิ์จะนอนในโพรงของท่าน ”เจ้าตั๊กแตนยืนกรานและไม่ยอมไปไหน ซ้ำยังร้องเพลงด้วยเสียงแหบพร่าดังขึ้นกว่าเดิม

ฝ่ายนกเค้าแมวเฒ่า ด้วยความที่มันเนผู้ใหญ่และมีสติปัญญาชาญฉลาด มีประสบการณ์ชีวิตมามาก มันรู้ว่าการทุ่มเถียงกับตั๊กแตนต่อไปคงไม่เกิดประโยชน์อะไรแน่นอน อีกทั้งในเวลากลางวันที่แสงอาทิตย์เจิดจ้าเช่นนี้ ดวงตาของมันก็พร่ามัว ไม่อาจสู้แสงได้ ทำให้ไม่สามารถตอบแทนตั๊กแตนให้สาสม มันจึงอดทนต่อกิริยาและวาจาหยาบคายของตั๊กแตนโดยสุขุมไม่ใช้อารมณ์ ก่อนจะกล่าวออกไปว่า

” ไหน ๆ ข้าก็ตื่นขึ้นมาแล้ว และคงไม่อาจจะหลับลงได้ ข้าจะหาความสุขสดชื่นจากเสียงอันไพเราะของท่านก็แล้วกัน อ้อ ข้าบังเอิญนึกขึ้นได้ว่าข้ามีองุ่นพิเศษเก็บไว้ มันเป็นพวงองุ่นจากเทือกเขาโอลิมปัส ข้าได้ยินว่าขนาดเทพอพอลโล่ยังเสวยองุ่นนี้ ก่อนที่ท่านจะร้องเพลงด้วยเสียงไพเราะขับกล่อมทวยเทพ ถ้าท่านไม่รังเกียจละก็ เชิญเข้ามาในบ้านของข้าแล้วกินผลองุ่นเลิศรสนั้นเถิด ท่านจะได้มีเสียงที่ไพเราะและร้องเพลงได้เหมือนเทพอพลอโล่ทีเดียว ” นกเค้าแมวเฒ่ากล่าว

เมื่อตั๊กแตนได้ฟังก็รู้สึกดีใจ อยากที่จะลิ้มลององุ่นพิเศษ จึงกระโดดตามนกเค้าแมวเข้าไปในโพรง ทันทีที่ตั๊กแตนเข้าไปในโพรงของนกเค้าแมว เค้าแมวเฒ่ามองเห็นตั๊กแตนได้อย่างชัดเจนเพราะโพรงของมันมืดสนิท มันจึงจิกตั๊กแตนแล้วเอาเข้าปากกลืนกินในที่สุด

นิทานอีสปเรื่องนกเค้าแมวกับตั๊กแตนสอนให้รู้ว่า เราเองในชีวิตประจำวันก็ต้องระวังในคำชมและคำเชื้อเชิญ เพราะคำชื่นชมเยินยอที่แฝงไว้ด้วยเลศนัย อาจจะมาจากความคิดร้ายถ้ามาจากปากของศัตรู อ่านนิทานอีสป หมาป่าในชุดแกะ