นิทานก่อนนอน เรื่องสั้นๆ ยาวๆ ช่วยสร้างสายสัมพันธ์

นิทานก่อนนอนมีความสำคัญและความหมายต่อลูกของคุณมากนะคุณรู้ไหม? สำหรับเด็กในวัยก่อนวัยเรียน วัยอนุบาล และวัยประถมตอนต้นนิทานก่อนนอนเป็นทั้งความสนุก ความสุข และความอบอุ่นผูกพันที่คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองจะใช้ช่วงเวลาพิเศษร่วมกัน เป็นช่วงเวลาที่จะอยู่ในความทรงจำของลูกๆ ไปจนโต การเล่านิทานก่อนนอนจึงไม่ใช่เพียงเนื้อหาสนุกของนิทาน แต่เป็นความรู้สึก ความรักที่ถ่ายทอดถึงกันด้วย

ประโยชน์ของนิทานก่อนนอนนั้นมีมากมาย ทั้งเสริมสร้างให้เด็กๆ มีสติปัญญา และมีความฉลาดทางอารมณ์ ช่วยเด็กเล็กๆ ในเรื่องของทักษะ เด็กๆ จะหัดพูดหัดออกเสียงตามเวลาที่ได้ฟังนิทาน เด็กวัยหัดพูดก็จะพูดได้เร็วขึ้น เก่งขึ้น และยังช่วยพัฒนาเรื่องทักษะภาษา ทักษะคณิตศาสตร์ได้อีกด้วย ข้อคิดดีๆ ในนิทานจะช่วยให้เด็กๆ รู้จักคิดวิเคราะห์ แยกแยะถูกผิด โตมาเป็นคนที่มีจริยธรรม คุณธรรม และรู้จักใช้ชีวิตได้ดี

การเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนยังช่วยสร้างระเบียบวินัย ตรงต่อเวลา เพราะพวกเขาจะรู้ว่าถึงเวลานอนเป็นช่วงเวลาที่จะได้ฟังนิทานสนุกๆ จากคุณพ่อคุณแม่ เด็กก็จะไม่อิดออดที่จะเข้านอน ในขณะที่ได้ฟังนิทานสมองก็จะได้ทำงานพัฒนาการจากการมีจินตนาการตามเรื่องราว

เทคนิคง่ายๆ ในการเล่านิทานก่อนนอนให้สนุกก็คือ ลองใช้เสียงต่างๆ ในการเล่า เลียนเสียงตามตัวละครแต่ละตัวเวลามีบทพูด และทำเสียงค่อยเสียงดังตามอารมณ์เหตุการณ์ในเรื่อง เด็กๆ ก็จะเกิดจินตนาการและความสนุกเพลิดเพลินด้วย เมื่อเด็กๆ อารมณ์ดี ก็จะนอนหลับสบาย หลับสนิทไม่ฝันร้าย ตื่นมาสดใส

นิทานที่เล่าให้ลูกฟังก่อนนอน ไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนเรื่องเล่าทุกครั้ง แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถวนเอานิทานเรื่องที่เล่าไปแล้ว และลูกชอบเป็นพิเศษกลับมาเล่าอีกก็ได้ เด็กในวัยก่อนวัยเรียนส่วนใหญ่ จะยังไม่เข้าใจเรื่องราวนิทานและจดจำได้ในครั้งแรกครั้งเดียว ที่ได้ฟังนิทานเรื่องใหม่ๆ ถ้าลูกอยู่ในวัยนี้คุณพ่อคุณแม่สามารถนำนิทานมาเล่าซ้ำๆ ได้เรื่อยๆ

ข้อดีของนิทานซ้ำอีกข้อก็คือ เด็กๆ จะจดจำประโยคต่างๆ และหัดพูดหรือคิดตาม ทำให้มีพัฒนาการทางภาษาเพิ่มขึ้น ในระหว่างที่เล่านิทานก็ให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วม เช่นตั้งคำถามสนุกๆ “ ลูกคิดว่าหมาป่าจะทำอย่างไรต่อไป “ “ ลูกรู้สึกไหมว่าเจ้านกตัวนี้มันตลก “ ให้เด็กๆ ได้ออกความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในระหว่างเล่านิทาน บรรยากาศนิทานที่เล่าก่อนนอนจะสนุกมากขึ้น เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมก็จะมีความสุขและภาคภูมิใจ สร้างให้มีนิสัยกล้าคิด กล้าแสดงออกอีกด้วย แต่อย่าถามมากเกินไป อย่าให้เด็กๆ รู้สึกเครียดหรือรู้สึกว่ากำลังทำแบบฝึกหัดอยู่

คุณพ่อคุณแม่เริ่มเล่านิทานให้กับลูกๆ ได้ ตั้งแต่ลูกๆ อยู่ในวัย 2-3 ขวบ เพราะเด็กในวัยนี้เริ่มได้พบปะกับผู้คนมากขึ้น ได้เจอโลกภายนอก เรียนรู้จักสิ่งต่างๆ รอบตัวมากขึ้น ลูกจึงเริ่มเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ที่เล่าในนิทาน คุณพ่อคุณแม่จะได้ใช้เวลากล่อมเกลาเด็กๆ ผ่านนิทานไปจนกระทั่งอายุประมาณ 6-7 ปี ในช่วงวัยนั้นลูกเริ่มอ่านหนังสือคล่องและสำหรับบางครอบครัวเด็กวัยประถมก็จะเริ่มนอนคนเดียว และมีความสนใจในกิจกรรมอย่างอื่นเพิ่มเข้ามา ดังนั้นวันก่อนวัยเรียนและวัยอนุบาล คือช่วงเวลาทองที่คุณพ่อคุณแม่จะใช้เวลาก่อนนอนกับลูกๆ เล่านิทานให้พวกแกฟัง วิธีเลือกนิทานก่อนนอนสำหรับเด็กๆมีดังต่อไปนี้

เลือกนิทานที่มีเนื้อหาไม่ยาวมาก

โดยทั่วไปแล้วนิทานอ่านก่อนอนไม่ควรมีความสั้นหรือความยาวมากเกินไป เนื้อหานิทานที่กำลังดี เมื่อสอดแทรกการพูดคุยกันด้วยไม่เกิน  ครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงจะดีที่สุด ตัวนิทานเองอาจจะเล่าจบใน 10-20 นาที ก็ได้ หากนานกว่านั้นจะทำให้เลยเวลานอน หรือถ้าเป็นเด็กเล็กๆ ก็จะทำให้สมองตื่นตัวมากเกินไปนอนหลับไม่สนิท

เลือกนิทานที่มีเรื่องราวเสริมสร้างให้จินตนาการตามได้สนุกสนาน

เรื่องราวของนิทานที่สนุกสนาน ชวนให้น่าติดตาม เด็กๆ จะเกิดความสนใจและรู้สึกชอบนิทานเกิดความประทับใจเนื้อเรื่อง ตัวละคร ทำให้เด็กๆ จำเรื่องราวได้ รวมไปถึงจำคติสอนใจและสิ่งที่ได้พูดคุยกับได้

เป็นนิทานที่มีข้อคิดดีๆ ช่วยปลูกฝังสิ่งดีๆ แก่ลูก

นิทานสำหรับเด็กๆ ไม่ว่าจะใช้อ่านในช่วงเวลาใดก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือ คุณพ่อคุณแม่จะต้องเลือกเนื้อหาที่มีเรื่องราวดีๆ เพราะในจำนวนนิทานที่มีให้เลือกมากมาย บางเรื่องอาจจะมีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เช่นสอดแทรกตัวอย่างที่ไม่ดีไว้ได้ นิทานอีสป เป็นนิทานที่มีเนื้อหาดี มีคติสอนใจครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็นำมาอ่านก่อนอนให้เด็กๆ ฟังได้

เป็นเนื้อหาที่เด็กๆ ชอบ

เลือกนิทานที่มีเนื้อหาซึ่งคาดว่าเด็กๆ จะต้องชอบ เช่นมีตัวละครเป็นสัตว์น่ารักที่เด็กๆ ชอบ มีเรื่องราวที่เด็กๆ สนใจ เช่นการผจญภัย งานเลี้ยง ขนม ของเล่น ดอกไม้ ทำให้เด็กๆ รู้สึกสดใสและชอบเนื้อหาที่เล่า เด็กๆ ก็จะจดจำได้ และติดใจอยากให้เล่านิทานให้ฟังอีกในครั้งต่อๆ ไป

เรื่องราวมีจุดเด่น จดจำง่าย

นิทานที่เลือกมาเล่าก่อนนอน ควรจะเป็นนิทานที่มีเรื่องราวเด่นๆ มีจุดเด่นที่จดจำได้ง่าย เพราะในช่วงเวลาที่เล่านิทาน เด็กๆ อาจจะเริ่มง่วง ถ้านิทานดำเนินเรื่องเรียบเกินไป ไม่มีจุดเด่นที่น่าสนใจ เด็กๆ ก็จะรู้สึกเบื่อ ทำให้งอแงได้

ตัวอย่างนิทานก่อนนอนจากนิทานอีสป

นิทานอีสปมีหลายเรื่องที่เหมาะกับการอ่านให้ลูกๆฟังในเวลาก่อนเข้านอนดังต่อไปได้

หมากับเงา

นิทานอีสปเรื่องหมากับเงาเป็นเรื่องเกี่ยวกับหมา หรือสุนัขที่เด็กๆ คุ้นเคย เด็กๆ ก็จะจินตนาการถึงสุนัขที่ชอบ หรือสุนัขที่เคยเห็นในการ์ตูน ติดตามเรื่องราวที่เล่าอย่างสนุกสนาน และได้ข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้

หนูนากับพังพอน

นิทานอีสปเรื่องหนูนากับพังพอนนี้มีตัวละครเป็นหนูและพังพอน พังพอนเป็นสัตว์ที่เด็กๆ อาจจะไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นบ่อยนัก เด็กบางคนอาจจะยังไม่เคยรู้จักพังพอน เมื่อได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับหนูและตัวพังพอน เด็กๆ ก็จะรู้สึกสนใจและ อยากรู้จักพังพอนมากขึ้น ทำให้อยากฟังนิทานเรื่องนี้ และอาจจะต่อยอดในโอกาสหน้าไปค้นคว้าเกี่ยวกับพังพอน หรือพาไปสวนสัตว์เพื่อดูพังพอนได้ ขณะที่ฟังนิทานก็จะจินตนาการภาพพังพอนไปด้วย

หมีกับรังผึ้ง

นิทานอีสปเรื่องหมีกับรังผึ้งนี้มีหมีเป็นตัวละครหลัก และผึ้ง เมื่อได้ฟังนิทานเรื่องนี้ก่อนนอน เด็กๆ อาจจะมีตุ๊กตาหมีไว้กอดนอน ฟังไปด้วยกอดตุ๊กตาหมีที่เหมือนในนิทาน เด็กๆ จะชอบ หรือคิดถึงเรื่องราวสนุกๆ ระหว่างเจ้าหมีที่กำลังปีนต้นไม้ และฝูงผึ้งในรังก็ยิ่งสนุกสนานตื่นตเนชวนติดตาม

ห่านกับไข่ทองคำ

นิทานอีสปเรื่องห่านกับไข่ทองคำนี้เป็นนิทานที่สอนใจเด็กๆได้อย่างดี คุณพ่อคุณแม่ใช้โอกาสนี้ที่เล่านิทาน และเด็กๆ ก็กำลังสนใจสอนพวกเขาเกี่ยวกับความพอเพียงและความโลภ การใช้สติปัญญา และยังมีห่านที่ไข่มาเป็นทองคำ เด็กๆ จะรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่พิเศษชวนติดตาม

หมาป่ากับลา

นิทานอีสปเรื่องหมาป่ากับลานี้เป็นนิทานอีกเรื่องหนึ่งที่มีเนื้อเรื่องชวนให้ติดตาม เนื้อเรื่องมีความตื่นเต้นและลุ้นเมื่อได้ฟัง นอกจากนั้นคุณพ่อคุณแม่ยังสามารถสอดแทรกคำถามกับเด็กๆ ได้ด้วย เช่น “ ถ้าลูกเป็นเจ้าลาตัวนี้ ลูกจะทำอย่างไร “ เด็กๆ จะเกิดจินตนาการและคิดตามอย่างสนุกสนาน

แกะกับหมู

นิทานอีสปเรื่องแกะกับหมูนั้นมีความน่าสนใจเพราะทั้งแกะและหมู เป็นสัตว์ที่เด็กๆ รู้จักอยู่แล้วเป็นอย่างดี เมื่อสัตว์ทั้งสองชนิดมาเป็นตัวละครในเรื่องราวนิทานเล่าให้ฟังก่อนนอน เด็กๆ ก็จะนึกภาพออกและจินตนาการตามได้อย่างสนุกสนาน

หมากับหนังสัตว์

นิทานอีสปเรื่องหมากับหนังสัตว์เป็นนิทานที่มีเนื้อเรื่องที่แตกต่างจากนิทานที่เด็กๆ เคยได้ฟัง ตัวละครหมาเป็นเป็นสัตว์ที่ฉลาด มีไหวพริบ แต่สำหรับเรื่องนี้มันกลับสร้างความแปลกใจให้เด็กๆ ได้ เพราะพวกมันกลับไม่ฉลาดอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้เด็กๆ รู้สึกสนุกกับเนื้อเรื่อง และมีเรื่องราวชวนให้คิด วิเคราะห์ตามได้อย่างดี

เฮอร์คิวลิสกับคนขับรถม้า

นิทานอีสปเรื่องเฮอร์คิวลิสกับคนขับรถม้านี้เหมาะจะอ่านให้เด็กๆ ฟังก่อนอน เพราะเป็นเรื่องที่มีตัวละครเป็นเทพเจ้ากรีกองค์หนึ่งคือ เฮอร์คิวลิส และยังมีรถม้าซึ่งเป็นของโบราณ เด็กๆ ก็จะสนใจอยากรู้ว่า ใครคือเฮอร์คิวลิส และรถม้ามีหน้าตาเป็นอย่างไร คุณพ่อคุณแม่จะมีเรื่องชวนคุย ชวนเล่าใกเล่า เกิดความเพลิดเพลินและความอบอุ่นในช่วงเวลาก่อนนอน

หญิงสาวและถังนม

นิทานอีสปเรื่องหญิงสาวและถังนมนั้นน่าจะเข้ากับบรรยากาศดีเพราะว่าเด็กๆ ทุกคนชอบดื่มนม และในก่อนนอนขณะที่เล่าเด็กๆ ก็อาจจะกำลังดูดนมก่อนอนอยู่ด้วย เมื่อนำเอาเรื่องราวเกี่ยวกับนมและหญิงสาวผู้มีอาชีพรีดนมวัวมาเล่า เด็กๆ ก็จะชอบ และเรื่องนี้ยังมี้อคิดดีๆ ให้กับเด็กๆ อีกด้วย

หมาป่าในชุดแกะ

นิทานอีสปเรื่องหมาป่าในชุดแกะนี้เป็นเรื่องที่มีเนื้อหาสนุกสนานและตื่นเต้น และยังเป็นเรื่องที่มีตอนจบที่คาดไม่ถึงอีกด้วย เมื่อได้ฟังเด็กๆ จะรู้สึกสนุก และจดจำคติสอนใจได้เป็นอย่างดี

นิทานก่อนนอน ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสนุกๆ ที่เล่าให้เด็กๆ ฟังเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่เด็กๆ จะจดจำถึงช่วงเวลาความรัก ความอบอุ่นสายใยผูกพันที่คุณพ่อคุณแม่มีให้แก่พวกเขาด้วย บางครั้งอาจจะจำได้จากพ่อแม่ที่อ่านนิทานสำหรับทารกให้ฟัง