นิทานอีสป หมาป่ากับลูกแกะ สอนให้รู้จักนิสัยของคนพาล

นิทานอีสปเรื่องหมาป่ากับลูกแกะมีการกล่าวขานอยู่ว่า ลูกแกะนั้นเกิดมาก็เหมือนเป็นอาหารของเหล่าหมาป่า และสัตว์ป่านักล่าอยู่แล้ว เช่นเดียวกับลูกแกะน้อยน่าสงสารตัวนี้

ในเช้าวันหนึ่งของหมาป่า มันยังไม่มีอาหารตกถึงท้อง แต่โชคดีของมันที่มาพบเข้ากับลูกแกะหลงฝูงตัวหนึ่ง แกะน้อยกำลังดื่มน้ำในลำธาร ตามกฎของหมาป่านักล่า เมื่อพบเหยื่อก็จะกระโจนเข้าขย้ำและกัดกินโดยทันที แต่วันนี้เจ้าหมาป่ารู้สึกว่า มันควรที่จะหาข้ออ้างที่ดูดีสำหรับฆ่าเหยื่อของมันจะดีกว่า เจ้าหมาป่าคิดดังนั้นจึงพูดออกไปว่า

“นี่เจ้ารู้ไหมว่าที่ตรงนี้เป็นลำธารของข้า และเจ้าก็กำลังเหยียบย่ำไปทั่ว ทำให้โคลนที่อยู่ด้านล่างกวนไปมาจนน้ำในลำธารขุ่นไปหมดแล้ว หมาป่าตะโกนว่าลูกแกะด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ “ ข้าจะต้องลงโทษเจ้าในความผิดครั้งนี้ ”

“ท่านหมาป่า ” แกะน้อยตอบอย่างหวาดกลัว ” อย่าทำอะไรข้าเลย น้ำที่ข้าเหยียดอยู่มันอยู่ปลายน้ำ ห่างจากตรงที่ท่านอยู่ตั้งเยอะ และข้าตัวเล็กนิดเดียวไม่สามารถกวนน้ำทั้งลำธารให้ขุ่นได้หรอกท่าน ”

“ถึงยังไงเจ้าก็ทำอยู่ดี” หมาป่าพูดอย่างขัดใจ “แล้วข้ายังได้ยินมาอีกว่า เจ้าเอาข้าไปเที่ยวโกหก และว่าให้สัตว์ทั้งหลายฟัง “เจ้าหมาป่าเริ่มหาข้ออ้างอื่นมาว่าลูกแกะ

“ข้าจะทำแบบที่ท่านว่าได้อย่างไรกัน ท่านหมาป่า ก็ข้าเพิ่งอายุไม่ถึงปีเลย ปีที่แล้วข้ายังไม่เกิดด้วยซ้ำ”

“ถ้าเจ้าไม่ได้ทำก็ต้องเป็นพี่ของเจ้านั่นแหละ ”

“แต่ข้าไม่มีพี่น้องเลย”

“ไม่ใช่พี่เจ้าก็อาจเป็นพ่อเจ้า หรือลุงเจ้าแน่ ๆ ” เจ้าหมาป่ายิ่งอารมณ์เสียหนัก ” พวกแกะญาติเจ้านั่นแหละทำ แต่ยังไงก็เถอะ ข้าไม่น่ามาเสียเวลาคุยกับเหยื่อที่กำลังจะเป็นอาหารอันโอชะของข้าหรอก ”

ว่าแล้วหมาป่าก็กระโจนเข้าขย้ำลูกแกะน้อยที่น่าสงสาร ก่อนจะลากเข้าป่าลึกไปกินอย่างเอร็ดอร่อย

นิทานอีสปเรื่องหมาป่ากับลูกแกะนั้นสอนให้เราเข้าใจว่าคนพาลและคนชั่ว มักจะหาเหตุ หาช่องเพื่อจะทำความชั่ว แม้ว่าการกระทำนั้นจะทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ต่อไปอ่านนิทานอีสป หมาจิ้งจอกกับองุ่นเปรี้ยว