นิทานอีสปเรื่องกวาง แกะ และหมาป่าจะเป็นตัวแสดงให้เห็นใครว่าแกะเป็นสัตว์ที่เซ่อ มาดูเรื่องนี้กัน พร้อมคติ ข้อคิดดีๆ สอนใจ ความหมายชัดเจน เหมาะที่จะนำไปสอนเด็กที่กำลังจะเติบโต
ในป่าใหญ่ที่เต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์มากมายหลายชนิด พวกมันอาศัยอยู่ไม่ห่างกัน นับว่าเป็นเพื่อนบ้านกัน เจ้ากวางก็เป็นเพื่อนบ้านกับเจ้าแกะด้วย วันหนึ่งเจ้ากวางต้องการทำอาหารแต่พบว่าข้าวสาลีหมด จึงไปหาแกะที่เป็นเพื่อนบ้านเอ่ยปากขอยืมข้าวสาลีจากแกะ
“ข้าขอยืมข้าวสาลีไปทำอาหารสักหน่อยเถิด แล้วจะนำมาคืนเจ้าภายหลัง “” เจ้ากวางพูด
เจ้าแกะมองดูกวาง เห็นขาที่ยาวเรียวปราดเปรียดจึงครุ่นคิดว่าเจ้ากวางมีขาที่ยาวและปราดเรียวขนาดนี้ หากวิ่งก็คงจะรวดเร็วจนไม่สามารถตามทันได้ มันจึงถามออกไปว่า
“ ถ้าข้าให้เจ้ายืมขาวสาลี แล้วใครจะเป็นผู้รับประกันให้เจ้าได้ว่าจะนำข้าวสาลีมาคืนให้ข้าในภายหลัง ”
“ ได้สิ ข้ามีเพื่อนเป็นหมาป่า เขาจะช่วยรับประกันให้ข้าได้ว่าข้าจะเอามาคืนให้เจ้า ”
“ หมาป่างั้นรึ ” ! เจ้าแกะอุทาน “ เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะให้เจ้ายืมข้าวสาลี ข้ารู้จักนิสัยหมาป่าดีว่ามันเจ้าเล่ห์และคาบทุกอย่างไป จากนั้นก็วิ่งอย่างรวดเร็วโดยไม่เคยจ่ายอะไร และไม่เคยคืนของให้ใคร ส่วนเจ้าเองก็มีขาที่ยาวเรียวปราดเปรียว ถ้าเจ้าวิ่งหนีข้าก็คงทวงข้าวสาลีคืนจากเจ้าไม่ทัน ”
กวางจึงกลับบ้านไปมือเปล่า เพราะเจ้าแกะไม่ยอมให้ยืมข้าวสาลีในที่สุด
จากนิทานอีสปเรื่องกวาง แกะ และหมาป่านี้ ให้ข้อคิดดีๆ ว่า เมื่อนำสีดำกับสีดำมารวมไว้ด้วยกัน ก็ไม่อาจจะทำให้เป็นสีขาวไปได้ หรือแปลสำนวนต่อได้ว่าคบกับเพื่อนที่มีนิสัยแบบไหน ก็มีโอกาสที่จะกลายเป็นคนนิสัยแบบนั้น ต่อไปเมื่อมีมิตรสหายแล้วก็อาจจะทะเลาะเบาะแว้งกันดังเช่นนิทานอีสป หมากับหนังสัตว์
