เรียนต่อออสเตรเลีย ดินแดนจิงโจ้แสนสงบสุขน่าศึกษาเรียนรู้

เรียนต่อออสเตรเลีย มาสนุกสนานกับชีวิตนักศึกษาในแดนจิงโจ้ ด้วยประสบการณ์ตรงจากนักศึกษาปัจจุบันกัน สถานที่ เรียนต่อต่างประเทศ ยอดฮิตของเด็กไทยและเด็กต่างชาติมากมายอีกแห่งหนึ่งคือ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศในฝันของเด็กไทยหลายๆคน ยกเว้นเรย์ เพื่อนนักเรียนสมัยมัธยมที่รู้จักสนิทสนมกันมาตั้งแต่ ม.1 ถึง ม.6 เรย์เป็นเด็กเรียนสายวิทย์ที่เรียนเก่งมากระดับต้นๆของโรงเรียน ทั้งยังเป็นนักดนตรีวงโยธวาทิต และเป็นนักเปียโนมือฉมังอีกด้วย

เธอเป็นคนสนุกสนานมีเพื่อนฝูงเยอะ เธอชอบและหลงใหลชีวิตในเมืองไทยมาก แต่ในที่สุดสวรรค์เธอก็เป็นอันล่ม เมื่อถูกคำสั่งสายฟ้าฟาดจากคุณพ่อและคุณแม่ของเธอให้ไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ประเทศออสเตรเลีย! แน่นอนสาวอารมณ์ดีที่ใบหน้ามักมีแต่รอยยิ้มอยู่เสมอหม่นหมองลงไปในทันใด เพียงไม่กี่วันที่ไปถึง เธอโทรมาร้องไห้กับฉันและเพื่อนๆ จนทุกคนปลอบกันแทบไม่หวาดไม่ไหว เธอไม่อยากเรียนต่อออสเตรเลีย เธอพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เธอไม่มีเพื่อน เธอเหงาและ ฯลฯ เธอผู้เป็นนักเรียนนอกระดับหัวกะทิ สวยมั่นและทันสมัย ผู้สนุกสนานกับชีวิตเด็กนอกในปัจจุบัน เคยผ่านเรื่องนั้นมาก่อน และเธอได้แชร์ประสบการณ์ต่างๆให้ฉันและกลุ่มเพื่อนๆฟังอย่าเสมอ ดังนั้นเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ จึงมีทั้งมุมมืดและมุมสว่างสไวของชีวิตในต่างแดนอย่างแน่นอน

เมื่อครั้งที่เธอโทรมาร้องไห้กับเพื่อนๆนั้น คือช่วงหลายเดือนจนถึงปีแรกเลยทีเดียว ทันทีที่เธอไปถึงเธอยังไม่สามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ แต่ต้องลงเรียนคอร์สภาษาอังกฤษอย่างเข้มงวดก่อน โดยในส่วนของคอร์สเรียนภาษา จะตกที่ประมาณสัปดาห์ละ 8,000-10,000 บาท โดยหากลงเรียนเป็นคอร์ส ระยะสั้น 6 เดือน เธอมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่สองแสนกว่าบาท เธอต้องติวเข้มทั้งน้ำตาเป็นเวลาเกือบปีก่อนที่จะลงเรียน Foundation studies หรือการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้ามหาวิทยาลัยในเวลาต่อมา เธอเป็นคนเก่งและเรียนรู้อะไรง่ายๆ แม้ครั้งนี้เธอจะดื้อแพ่งไม่ยอมเรียน แต่เธอก็เรียนจบตามหลักสูตร 1 ปีได้อย่างราบรื่น หลักสูตร Foundation นี้เป็นหลักสูตรปูพื้นฐานของนักศึกษาต่างชาติที่มาเรียนต่อออสเตรเลียที่คุณสมบัติไม่ถึงหรือไม่ครบตามเกณฑ์ โดยเป็นการเตรียมความพร้อมในรายวิชาต่างๆที่นักศึกษาได้ลงเรียนในระดับมหาวิทยาลัยไว้ เช่น วิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ การบัญชี ฯลฯ ใช้เวลารวมทั้งสิ้น 1 ปี ก่อนจะเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยได้ โดยใช้เวลาอีก 3-5 ปีตามแต่หลักสูตรของแต่ละสาขาสำหรับปริญญาตรี และ 1-2 ปีสำหรับปริญญาโท โดยขึ้นอยู่กับหลักสูตรอีกเช่นกัน ซึ่งหลักสูตรปริญญาโทนี้มีให้เลือกสองแบบคือ Course work อันประกอบด้วย การเข้าชั้นเรียน การทำรายงาน และกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเรียน และอีกแบบคือ Thesis คือการทำวิทยานิพนธ์ เป็นการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง โดยนักศึกษาเลือกหัวข้อที่จะทำเอง และนำเสนอแก่อาจารย์ที่ปรึกษา และสุดท้ายสำหรับการเรียนปริญญาเอกใช้เวลา 3-5 ปี โดยผู้ที่จะศึกษาในระดับนี้ต้องมีผลการเรียนที่ดี และมีประสบการณ์ในการทำ Publication หรืองานวิจัยมาก่อน

มหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลียมีทั้งหมด 40 แห่ง โดย 3 แห่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ที่เหลืออีก 37 แห่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาล การจะเข้าเรียนที่นี่ต้องผ่านการสอบ IELTS โดยมีระดับคะแนนขั้นต่ำอยู่ที่ 5.5-6.5 แล้วแต่สถาบัน สำหรับเรย์แล้วเธอพักอาศัยและอยู่กินกับครอบครัว จึงไม่มีปัญหาค่าใช้จ่าย แต่เพื่อนๆของเธอที่เป็นชาวต่างชาติเหมือนกันแต่มาเรียนด้วยตนเอง ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมากพอสมควรหากไม่ได้รับทุนจากรัฐบาล โดยค่าใช้จ่ายต่อปีคิดเป็นอัตราเฉลี่ยหากทำงานพิเศษร่วมด้วยอยู่ที่ประมาณ 8แสน-1.5ล้านบาทเลยทีเดียว ดังนั้นหากเรียน 3 ปีควรมีงบประมาณ 4.5 ล้านบาท การไปหาเอาดาบหน้าปีต่อปีจะเป็นภาระหนัก และอาจกระทบการเรียนจนถึงขั้นเรียนไม่จบได้

หากมีงบประมาณที่ต้องการแล้วสำหรับการไปเรียนต่อออสเตรเลีย สิ่งที่ควรตระเตรียมไปในการเรียนคือ ดิคชันนารี ไทย-อังกฤษ อังกฤษ-ไทย และ อังกฤษ-อังกฤษ ยาสามัญประจำบ้าน และเครื่องใช้ที่จำเป็นหรือเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ จากนั้นก็เป็นส่วนของที่พัก มีให้เลือกทั้งแบบไปอยู่กับ Local family การอยู่หอพักมหาวิทยาลัย และบ้านเช่า/ห้องเช่า/อพาร์ทเม้นท์/คอนโดต่างๆ เรียงลำดับจากถูกที่สุดไปแพงที่สุด ซึ่งยิ่งถูกปัญหา และระเบียบต่างๆก็ยิ่งเยอะ และสุดท้าย การเลือกกลุ่มเรียนกับเพื่อนๆในชั้นเรียน เพราะจะมีรวมเชื้อชาติกันอยู่มากทั้งชาวยุโรป เอเชีย เจ้าบ้านชาวออสเตรเลีย โดยกลุ่มนักศึกษาจีนจะมีมากที่สุด มักรวมกลุ่มเรียนด้วยกันและใช้ภาษาจีน ไม่ค่อยขยัน แต่หากเจอคนที่ขยันก็จะเป็นคนเก่งเอามากๆเสียด้วย ชาวเกาหลี พม่า ลาว และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน มีจำนวนไม่มากแต่มักมีคุณภาพ มีความรับผิดชอบ พึ่งพาได้ ชาวยุโรป เก่งและขยันแต่มักไม่ค่อยรวมกลุ่มกับชาวเอเชีย คนออสเตรเลียเอง มีน้อย มักเป็นผู้ที่ทำงานแล้ว นัดเวลายาก และคนไทยด้วยกันเอง มีพฤติกรรมคล้ายๆชาวจีน ใช้ภาษาของตนเองในการทำงานกลุ่ม และถูกเหมารวมว่าเป็นคนจีนด้วย

ติดตามมุ๊เมี๊ยวบน Youtube

ทั้งหมดก็เป็นประสบการณ์คร่าวๆที่เพื่อนของฉันได้พบเจอมา หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย การหาข้อมูลเพิ่มเติมในรายละเอียดเชิงลึกเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด ปัจจุบันเพื่อนคนนี้เธอกลับมาเป็นเด็กนอกอารมณ์ดีเพื่อนเยอะอีกครั้ง หลังจากเธอปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมต่างๆได้แล้ว และเธอยังสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าชีวิตที่ได้ เรียนต่อออสเตรเลีย ถือได้ว่าดีเลยทีเดียว เธอสนุกสนานและมีความสุขมากที่ได้อยู่ที่นี่ (ข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจ)



Tags:

Mumeaw Travel

Mumeaw Travel มุ๊เมี๊ยวในโหมดนักเดินทางสุดคิ้ว ^_^