เรียนต่อเยอรมัน ประเทศที่น่าเรียนติดอันดับท็อปในยุโรป

เรียนต่อเยอรมัน ถูกกล่าวถึงกันมากเพราะเชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักประเทศเยอรมันแน่นอน และเป็นเหตุผลที่คนไทยนิยมไป เพราะว่าประเทศเยอรมันอยู่ในทวีปยุโรป ล้อมรอบด้วยประเทศเพื่อนบ้าน คือสวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ สาธารณรัฐเช็ก เบลเยี่ยม ออสเตรีย เดนมาร์ก ลักเซมเบิร์ก และฝรั่งเศส รวม 9 ประเทศด้วยกัน ภูมิทัศน์ของประเทศนี้ก็งดงาม มีทั้งทะเลสาบ ภูเขา แม่น้ำ เรียกได้ว่าการมาท่องเที่ยวประเทศนี้เป็นความใฝ่ฝันของผู้คนมากมาย ทั้งยังเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำในสหภาพยุโรป และถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งอันดับต้นๆ ของโลก เยาวชนนักเรียนนักศึกษาของไทยมากมายต่างสนใจ และใฝ่ฝันที่จะมาเรียนต่อเยอรมันซึ่งโดยส่วนมากจะเป็นระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งประเทศนี้ขึ้นชื่อว่ามีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพอันดับต้นๆของโลกเช่นกัน

ระดับอุดมศึกษาของประเทศเยอรมัน แบ่งออกเป็นระดับ

  1. ปริญญาตรี Bachelor Degree
  2. ปริญญาโท Master Degree
  3. ปริญญาเอก Doctorate Degree

และในการศึกษาต่อหลักสูตรต่างๆนี้ของเยอรมัน คุณผ่านการวัดระดับทางความรู้ที่เรียกว่า DSH ซึ่งจัดสอบโดยมหาวิทยาลัยของเยอรมันเอง ส่วนการสอบอีกแบบคือ TestDaF นั้นสามารถสอบในประเทศไทยได้ นอกจากนี้ยังมีหลักสูตรนานาชาติสำหรับนักเรียนต่างชาติด้วย ซึ่งการเรียนการสอนจะเป็นภาษาอังกฤษ ผู้เข้าศึกษาต้องผ่านการวัดระดับภาษา TOEFL ที่คะแนน 550 ขึ้นไป หรือ IELTS 6.0 ขึ้นไป ถึงแม้วง่าหลักสูตรนานาชาติจะใช้ภาษาอังกฤษในการเรียน แต่ในบางรายวิชาก็อาจถูกกำหนดให้เรียนเป็นภาษาเยอรมันด้วย โดยทางสถาบันจะมีการสอนภาษาเยอรมันเสริมเพื่อนักเรียนนักศึกษาทุกคนจะได้เพิ่มพูนความรู้ให้มากขึ้น และง่ายต่อการศึกษาวัฒนธรรม

เมื่อมีหลักสูตรนานาชาติแล้ว จำเป็นต้องเรียนภาษาเยอรมันไหม?

ภาษาเยอรมันเป็นภาษาที่ใช้กันทั่วไปในทวีปยุโรป และการได้ภาษาเยอรมันก็ให้อะไรมากกว่าที่คุณคิด คนไทยหลายคนเลือกไปเรียนต่อเยอรมันไม่ใช่เพื่อวุฒิการศึกษา แต่เพื่อไปเรียนภาษาและศึกษาวัฒนธรรมโดยเฉพาะก็มี มาดูกันว่าภาษาเยอรมันมีความสำคัญและมีประโยชน์ต่อคุณอย่างไรบ้าง

  1. ภาษาเยอรมันมีการใช้มาก ไม่ใช่แค่ในประเทศ แต่หลายประเทศในทวีปยุโรปยังใช้เป็นภาษาราชการอีกด้วย เช่นประเทศออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก และลิกเตนสไตน์ นอกจากนี้ยังใช้กันมากในประเทศอื่นๆของยุโรปอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม เดนมาร์กฝั่งตะวันออกของฝรั่งเศส โปแลนด์ รัสเซีย ฯลฯ
  2. ภาษาเยอรมันมีส่วนใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นคำศัพท์ ไวยากรณ์ โครงสร้างภาษา ดังนั้นจึงสามารถเรียนรู้ได้ง่าย โอกาสในการทำงานและทำธุรกิจ เพราะภาษาเยอรมันมีความสำคัญมากกับการค้าทางฝั่งยุโรป ดังนั้นการพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้ากับคู่ค้าในประเทศเยอรมนีซึ่งเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อด้านอุตสาหกรรมและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะทำธุรกิจด้วยตนเอง หรือได้รับการว่าจ้างในส่วนเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นช่องทางในอนาคตที่ดี
  3. การเรียนรู้วัฒนธรรม เพราะการเรียนรู้วัฒนธรรม และวรรณกรรมดั้งเดิมต่างๆนั้น จำเป็นต้องใช้ภาษาเยอรมัน ในการเข้าถึงและศึกษา นั่นจะทำให้คุณได้เปรียบในด้านวิชาชีพ และการค้นคว้าหาความรู้

คุณสมบัติที่ต้องการในการเข้าศึกษาต่อเยอรมัน

  1. สำหรับผู้ที่จบการศึกษาระดับ มัธยมปลายหรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ยังไม่สามารถเทียบเท่ากับของเยอรมันได้ ดังนั้น ผู้ที่มีวุฒิการศึกษาเหล่านี้ต้องสมัครเข้าทำการทดสอบวัดระดับองค์ความรู้ซึ่งสอบเป็นภาษาเยอรมันก่อน
  2. ผู้ที่จบระดับปริญญาตรีของไทยไม่จำเป็นต้องสอบประเมินความรู้ โดยทางคณะกรรมการจะทำการเทียบรายวิชาต่างๆให้เอง ซึ่งวิชาที่เทียบได้ก็สามารถโอนเข้าได้เลย โดยบางแห่งจะเทียบปริญญาตรีของไทยเท่ากับ 2 ปีของการศึกษาระดับอุดมศึกษาของเยอรมัน
  3. นักศึกษาที่จะเรียนต่อเยอรมันในหลักสูตรนานาชาติ ระดับปริญญาโทสามารถเข้าศึกษาต่อได้เลยโดยสมัครที่สำนักงานนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัย การขอทุนเรียนต่อ
  4. ประเทศเยอรมันมีทุนเรียนต่อจากทั้งภาครัฐบาลและเอกชนอยู่ทุกปี ทั้งระดับมัธยม ระดับปริญญาตรี โท และเอก โดยบางทุนการศึกษานั้นจะมีสาขาเฉพาะเจาะจงที่จะให้เรียน และทางผู้สนับสนุนจะจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมด หรือบางส่วนให้ โดยส่วนมากทุนรัฐบาลของเยอรมันจะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ซึ่งก็สามารถหาทุนได้จากเว็บไซต์ทุนรัฐบาลเยอรมัน หรือเว็บไซต์ทุนการศึกษาต่างๆของประเทศไทย หรือหาได้โดยตรงจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยนั้นๆที่ตั้งใจจะไปศึกษา

เรียนต่อเยอรมัน ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?

ส่วนของค่าเล่าเรียน สถาบันการศึกษาบางแห่งไม่มีการเก็บค่าเล่าเรียน แม้ว่าจะเป็นนักศึกษาต่างชาติ เนื่องจากมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาล แต่บางแห่งหรือบางคณะก็จะมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่เทอมละ 10,000 บาทไปจนถึง 200,000 บาท ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนอาจสูงถึง 300,000 บาทขึ้นไป ต่อหนึ่งภาคเรียน นอกจากนั้นยังมีค่าธรรมเนียม ซึ่งอาจรวมค่าตั๋วโดยสารประจำทางด้วย ค่าใช้จ่ายนี้ไม่เกี่ยวกับค่าเล่าเรียน อยู่ที่ประมาณ 1,000-5,000 บาท ต่อหนึ่งภาคเรียน ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยนั้นๆ ค่าครองชีพในเยอรมัน ค่าครองชีพของนักศึกษาต่างชาติจะอยู่ที่ประมาณคนละ 22,000-25,000 บาทต่อเดือน ซึ่งรวมค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าหนังสือ ค่ากิจกรรมต่างๆ และค่าประกันสุขภาพซึ่งนักศึกษาทุกคนต้องมี จะเห็นได้ว่าการเรียนต่อเยอรมันมีประโยชน์และมีความสำคัญต่อการประกอบอาชีพในอนาคตมากเพียงใด ทั้งค่าเล่าเรียนศึกษา และค่าครองชีพก็ไม่แพงมากนักสำหรับการศึกษาในยุโรปด้วย

ติดตามมุ๊เมี๊ยวบน Youtube

หากคุณสนใจการเรียนต่อต่างประเทศแล้วละก็ เมื่อได้รับรู้ข้อมูลเหล่านี้อาจทำให้เยอรมันเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆของคุณเลยทีเดียว คุณอาจเลือกเรียนคอร์สภาษาระยะสั้นสักหนึ่งคอร์สเพื่อทดลองใช้ชีวิตที่นั่นดูก่อนเป็นการประกอบการตัดสินใจก็ได้ หากคุณเริ่มหลงรักประเทศเยอรมันเข้าเมื่อไหร่ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียนต่อเยอรมันในเชิงลึกแล้วตัดสินใจแบกกระเป๋าเดินทางได้เลย



Tags:

Mumeaw Travel

Mumeaw Travel มุ๊เมี๊ยวในโหมดนักเดินทางสุดคิ้ว ^_^