เรียนต่ออเมริกา ประเทศที่รวมแหล่งความรู้ชั้นเลิศ

เรียนต่ออเมริกา ได้รับความสนใจจากต่างชาติมากทั้งการศึกษาต่อการท่องเที่ยว การเข้าไปทำงาน การแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมระหว่างเรียน โดยมีโครงการต่างๆมากมายที่ให้เยาวชน และประชาชนชาวไทยได้มีโอกาสเข้าไปใช้ชีวิต สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นโครงการ Work & Travel ที่ให้นักศึกษาไทยอายุระหว่าง 18-28 ปี ได้ใช้เวลาช่วงวันหยุดปิดภาคเรียนไปทำงานหาประสบการณ์และแลกเปลี่ยนภาษาเป็นเวลา 2-3เดือน โครงการ Aupair ที่ให้หญิงไทยอายุ 18-30 ปีที่มีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาตรี ได้ไปทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่นั่นเป็นเวลา 1-2 ปี และโครงการอีกมากมาย ทั้งยังมีทุนการศึกษาให้กับนักเรียนชาวไทยที่มีความประสงค์จะไปศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอกในสาขาวิชาที่ต้องการ

ดังนั้นหากคุณมีต้นทุนทางการศึกษาที่ดีแล้ว และมั่นใจในระดับผลการเรียนของตัวเอง การ เรียนต่ออเมริกา ไม่ใช่เรื่องยากเลย การขอทุนการศึกษาเพื่อเรียนต่ออเมริกานั้น มีเงื่อนไขแตกต่างกันไปตามแต่ผู้สนับสนุนทุนการศึกษา เช่น Fulbright Scholarship เป็นทุนการศึกษาที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือเป็นทุนจากรัฐบาลอเมริกาเพื่อแลกเปลี่ยนกับนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเยี่ยมใน 155 ประเทศทั่วโลก โดยมีทุนให้มากถึง 1,800 คนต่อปีเลยทีเดียว ทุนนี้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้วทั้งค่าเล่าเรียน ที่พัก ค่าตั๋วเครื่องบิน ฯลฯ แต่นอกจากทุนจากรัฐบาลโดยตรงแล้ว ยังมีทุนจากหน่วยงานและองค์กรอื่นๆอีกมากมายสำหรับผู้มีผลการศึกษาดี ที่มีทั้งช่วยค่าใช้จ่ายเต็มจำนวน หรือเฉพาะค่าเล่าเรียนทั้งหมด หรือบางส่วน ซึ่งจะตอบแทนด้วยการทำงานกับองค์กรนั้นๆเป็นเวลาตามที่ตกลงเมื่อจบการศึกษาออกมา

ประเทศสหรัฐอเมริกา ถือได้ว่าเป็นประเทศที่โดดเด่นในเรื่องของเทคโนโลยี และระบบการเงิน การเรียนมีคุณภาพ และมีสภาพสังคมที่ดีอีกด้วย แต่ในด้านการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยอาจพบว่ามีนักศึกษาชาวไทยและชาวต่างชาติมากกว่าเจ้าของประเทศเองด้วยซ้ำ ซึ่งข้อดีก็คือ การเรียนการหางานเราสามารถปรึกษาได้จากรุ่นพี่ชาวไทยที่อยู่มาก่อน แต่อย่าลืมว่าวีซ่านักเรียนของสหรัฐอเมริกา ไม่สามารถทำงานนอกแคมปัสได้ เป็นการผิดกฎหมายการเข้าเมืองและสัญชาติของสหรัฐ นั่นแปลว่ามีนักศึกษาชาวไทยจำนวนมากที่ลักลอบทำงานอย่างผิดกฎหมาย

เนื่องจากมีคนรู้จักและร้านอาหารไทยอยู่เป็นจำนวนมากจึงทำให้มีการพูดคุยเพื่อขอเข้าทำงานโดยง่าย ทั้งยังมีสมาคมนักเรียนไทยที่ทำให้ชาวไทยด้วยกันติดต่อสื่อสาร และหางานผ่านการบอกปากต่อปากได้ ซึ่งหากทางรัฐบาลจับได้ก็จะส่งตัวกลับทันที หรือแย่พอๆกันคือทำงานเหนื่อยหนักแทบตายแต่นายจ้างเพิกเฉยที่จะจ่ายค่าจ้างให้โดยไม่สามารถเรียกร้องใดใดได้เลย และหากเป็นเช่นนั้นคงไม่คุ้มกับเงินและเวลาที่เสียมา ทั้งการทำงานยังทำให้มีเวลาในการตั้งใจเรียนน้อยลงอีกด้วย เพราะการเรียนต่ออเมริกาในระดับปริญญาไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

แต่หากเป็นนักศึกษาที่เรียนดีมากๆแล้วละก็ ยังมี TA หรือ RA ที่ทำได้ TA มีหน้าที่เกรดการบ้านและช่วยสอนแทนอาจารย์ไม่อยู่ หรือสอน lab ส่วน RA คือการทำวิจัยโดยอาจมีองค์กรภายนอกสนับสนุนเงินให้ ซึ่งการจะทำงานเหล่านี้ได้ต้องมีผลการเรียนที่ดี พฤติกรรมดี ภาษาแน่น และมีความเก่งโดดเด่นเป็นที่ยอมรับของอาจารย์ โดยวิธีนี้คือวิธีหาเงินที่ดีที่สุดแล้ว เพราะมีความมั่นคง และมีรายได้มากกว่าผู้ที่ทำงานตามร้านอาหาร ทั้งยังเพิ่มโอกาสในการทำงานไม่ว่าจะในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ

ประเทศสหรัฐอเมริกามีพื้นที่ทั้งที่ติดกันเป็นผืนเดียวที่มีขนาด 2,959,064 ตารางไมล์ มีอลาสก้าที่แยกตัวออกไปโดยถูกคั่นด้วยแคนาดา และหมู่เกาะฮาวาย มีประชากรประมาณ 317,848,000 คน และผู้ที่อพยพเข้ามาอย่างผิดกฎหมายอีก 11,200,000 คน มีเมืองหลวงคือรัฐวอชิงตัน ดี.ซี. และมีเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศคือนิวยอร์ก ไม่มีภาษาราชการแต่มีภาษาประจำชาติโดยทางพฤตินัยคือภาษาอังกฤษ โดยใช้กันมากกว่า 80% ส่วนภาษารองลงมาคือภาษาสเปน มีการปกครองแบบสหพันธรัฐประชาธิปไตยแบบตัวแทน

การเรียนในระดับปริญญาตรีของชาวสหรัฐอเมริกาเอง สามารถกู้ยืมเงินจากธนาคารหรือหน่วยงานราชการได้ และจ่ายคืนภายหลังจากจบการศึกษา โดยสามารถเลือกเรียนทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐหรือของเอกชนได้ มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง และมีผู้คนให้ความสนใจในการเข้าเรียนเป็นอย่างมาก คือ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด,มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย มหาวิทยาลัยเยล เบิร์กลีย์มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และ มหาวิทยาลัยชิคาโก เป็นต้น

โดยการขอวีซ่าเพื่อเรียนต่ออเมริกานั้น นักเรียนจะได้รับวีซ่านักเรียนF1 ซึ่งเป็นหนึ่งในวีซ่าอเมริกาประเภทชั่วคราว โดยการยื่นหนังสือเดินทาง (Passport) รูปถ่าย หลักฐานการศึกษา เอกสารทางการเงิน หลักฐานการทำงาน และเอกสารอื่นๆตามที่ทางสถานทูตกำหนด โดยเสียค่าธรรมเนียมวีซ่านักเรียนอเมริกา 160 USD หรือประมาณ 5,280 บาท และค่า SEVIS 200 USD หรือประมาณ 6,600 กว่าบาท และค่าใช้จ่ายในการเรียนอยู่ที่ประมาณปีละ 4แสนบาท

ติดตามมุ๊เมี๊ยวบน Youtube

นอกจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของอเมริกาที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังมีมหาวิทยาลัยอีกมากมายให้เลือก ตามแต่สาขาที่อยากเรียน พื้นที่ที่อยากไป และกำลังทรัพย์ที่พอจ่ายได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ เพียงแค่เรารู้ว่าต้องใช้เงินจำนวนเท่าไหร่ เรามีพอหรือไม่ จะไปทำอะไร ถ้า เรียนต่ออเมริกา จะเรียนสาขาอะไร จบมาแล้วจะทำงานที่ไหน เท่านี้การวางแผนก็ง่ายขึ้นอีกเป็นหลายเท่าตัว และจะทำให้คุณสนุกกับการเดินทาง



Tags:

Mumeaw Travel

Mumeaw Travel มุ๊เมี๊ยวในโหมดนักเดินทางสุดคิ้ว ^_^