ถ้าพูดถึงเที่ยวญี่ปุ่น หลายคนคงนึกถึงโตเกียว โอซาก้า หรือเกียวโตเป็นอันดับแรกใช่ไหมคะ แต่วันนี้มุ๊เมี๊ยวอยากชวนทุกคนออกนอกเส้นทางยอดนิยมสักนิด แล้วมาทำความรู้จักกับ ที่เที่ยวอิบารากิ (Ibaraki) จังหวัดสวยในภูมิภาคคันโตที่มีทั้งทุ่งดอกไม้สีฟ้าสุดลูกหูลูกตา น้ำตกท่ามกลางภูเขา ศาลเจ้าริมทะเล และสวนญี่ปุ่นเก่าแก่ที่งดงามจนอยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้นเลยค่ะ 🌸
อิบารากิเป็นจังหวัดที่เดินทางจากโตเกียวได้สะดวก เหมาะทั้งสำหรับคนที่อยากจัดทริปเที่ยวญี่ปุ่นแบบวันเดียวและคนที่อยากค้างคืนเพื่อสัมผัสธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม ความพิเศษของจังหวัดนี้คือแต่ละฤดูกาลมีเสน่ห์ไม่เหมือนกันเลยค่ะ ฤดูใบไม้ผลิมีดอกไม้บานสะพรั่ง ฤดูร้อนเต็มไปด้วยสีเขียวสดใส ส่วนฤดูใบไม้ร่วงก็มีทิวเขาและหุบเขาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงส้มสวยงาม
ใครกำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นและอยากหาสถานที่ใหม่ๆ ที่มีทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และมุมถ่ายรูปสวยๆ มุ๊เมี๊ยวรวบรวม 10 ที่เที่ยวอิบารากิที่น่าสนใจ พร้อมวิธีเดินทางและไอเดียจัดทริปมาให้แล้วค่ะ
อิบารากิ (Ibaraki) อยู่ที่ไหน ทำไมถึงน่าเที่ยว?
จังหวัดอิบารากิตั้งอยู่ในภูมิภาคคันโต บนเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น มีเมืองมิโตะ (Mito) เป็นเมืองเอก และมีชายฝั่งติดมหาสมุทรแปซิฟิกทางทิศตะวันออก
จุดเด่นของอิบารากิคือความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ น้ำตก ภูเขา ทะเลสาบ ศาลเจ้าเก่าแก่ และเมืองวิทยาศาสตร์อย่างสึคุบะ (Tsukuba)
มุ๊เมี๊ยวว่าอิบารากิเหมาะมากกับคนที่อยากเที่ยวญี่ปุ่นในบรรยากาศแตกต่างจากเมืองใหญ่ เพราะเราสามารถเดินเล่นในสวนดอกไม้ตอนเช้า แล้วเปลี่ยนบรรยากาศไปชมทะเลหรือสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นในวันเดียวกันได้ หากวางแผนเส้นทางให้ดีค่ะ
10 ที่เที่ยวอิบารากิ ญี่ปุ่น ที่ไม่ควรพลาด
1. สวนฮิตาชิซีไซด์ (Hitachi Seaside Park) ทุ่งดอกไม้สีฟ้าสุดอลังการ

ถ้าให้มุ๊เมี๊ยวเลือกสถานที่หนึ่งแห่งที่เป็นภาพจำของอิบารากิ ก็คงหนีไม่พ้นสวนฮิตาชิซีไซด์ค่ะ
สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองฮิตาชินากะ (Hitachinaka) มีชื่อเสียงจากทุ่งดอกเนโมฟีลา (Nemophila) สีฟ้าอ่อนที่บานปกคลุมเนินเขาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เมื่อมองออกไปจะเห็นสีฟ้าของดอกไม้เชื่อมต่อกับท้องฟ้า เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามมากเลยค่ะ
แต่ความน่าสนใจไม่ได้มีเฉพาะฤดูใบไม้ผลินะคะ เพราะเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ต้นโคเคีย (Kochia) บนเนินเขาจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงสด กลายเป็นอีกหนึ่งภาพสวยที่นักท่องเที่ยวตั้งตารอ
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
- ชมดอกเนโมฟีลาสีฟ้าในช่วงประมาณกลางเมษายนถึงต้นพฤษภาคม
- ชมต้นโคเคียสีแดงในช่วงประมาณเดือนตุลาคม
- เดินเล่นหรือปั่นจักรยานชมสวน
- ถ่ายภาพทุ่งดอกไม้กับท้องฟ้าและทิวทัศน์โดยรอบ
ช่วงดอกไม้บานจริงอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศในแต่ละปี ควรตรวจสอบข้อมูลการบานจากเว็บไซต์สวนก่อนเดินทางค่ะ
2. น้ำตกฟุคุโรดะ (Fukuroda Falls) น้ำตกสี่ชั้นที่สวยทุกฤดูกาล

ใครชอบน้ำตกและภูเขา มุ๊เมี๊ยวอยากให้ลองปักหมุดน้ำตกฟุคุโรดะไว้เลยค่ะ
น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองไดโกะ (Daigo) ทางตอนเหนือของจังหวัดอิบารากิ ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น มีความสูงประมาณ 120 เมตร และมีลักษณะสายน้ำไหลลดหลั่นผ่านหน้าผาหินสี่ชั้น
สิ่งที่ทำให้น้ำตกแห่งนี้น่าสนใจคือทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลค่ะ
ฤดูใบไม้ผลิจะได้เห็นความเขียวสดของธรรมชาติ ฤดูร้อนมีสายน้ำไหลท่ามกลางป่าไม้ ฤดูใบไม้ร่วงมีใบไม้สีแดงและเหลืองประดับอยู่รอบน้ำตก ส่วนฤดูหนาวบางปีน้ำตกอาจกลายเป็นน้ำแข็งบางส่วนหรือเกิดภาพน้ำตกเยือกแข็งที่สวยแปลกตา
การเดินทาง: ใช้รถไฟ JR สาย Suigun ไปยังสถานี Fukuroda แล้วต่อรถบัสหรือแท็กซี่ไปยังบริเวณน้ำตก
สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพธรรมชาติ มุ๊เมี๊ยวแนะนำให้เผื่อเวลาเดินชมจุดชมวิวต่างๆ และลองแวะชิมอาหารท้องถิ่นบริเวณใกล้น้ำตกด้วยนะคะ
3. สวนไคระคุเอน (Kairakuen Garden) ชมดอกบ๊วยในสวนญี่ปุ่นเก่าแก่

ถ้าชอบสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่เต็มไปด้วยความสงบและประวัติศาสตร์ ต้องไม่พลาดสวนไคระคุเอนในเมืองมิโตะค่ะ
สวนแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามสวนที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1842 โดยโทคุงาวะ นาริอากิ ผู้ปกครองแคว้นมิโตะในสมัยเอโดะ
ไฮไลต์สำคัญคือต้นบ๊วยประมาณ 3,000 ต้น จากราว 100 สายพันธุ์ ซึ่งจะผลิดอกสีขาว ชมพู และแดงในช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ
ลองจินตนาการถึงการเดินเล่นท่ามกลางต้นบ๊วยที่กำลังออกดอก พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ และบรรยากาศสวนญี่ปุ่นโบราณดูสิคะ แค่คิดก็อยากหยิบกล้องออกไปถ่ายรูปแล้ว
ช่วงแนะนำ: ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม โดยควรตรวจสอบช่วงดอกบ๊วยบานในปีที่เดินทาง
การเดินทาง: จากสถานี Mito ต่อรถบัสประมาณ 15 นาที
4. ศาลเจ้าโออาไรอิโซซากิ (Oarai Isosaki Shrine) ประตูโทริอิกลางโขดหินริมทะเล

หนึ่งในที่เที่ยวอิบารากิที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดคือศาลเจ้าโออาไรอิโซซากิค่ะ
จุดเด่นของที่นี่คือประตูโทริอิที่ตั้งอยู่บนโขดหินริมมหาสมุทรแปซิฟิก เรียกว่า Kamiiso no Torii เป็นภาพที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติและความเชื่อของชาวญี่ปุ่นได้อย่างงดงาม
ในวันที่คลื่นทะเลซัดกระทบโขดหิน จะเกิดละอองน้ำและบรรยากาศที่ดูทรงพลังมาก โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ขึ้นที่แสงอาทิตย์ส่องผ่านบริเวณประตูโทริอิ
มุ๊เมี๊ยวว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะกับคนชอบถ่ายภาพวิวทะเลและสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมค่ะ
ข้อแนะนำ: ชมวิวจากพื้นที่ที่อนุญาตเท่านั้น ไม่ควรปีนลงไปบนโขดหินหรือเข้าใกล้คลื่นทะเล เพราะอาจเกิดอันตรายได้
5. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอควาเวิลด์โออาไร (Aqua World Ibaraki Oarai Aquarium)

เที่ยวธรรมชาติมาหลายแห่งแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวโลกใต้ทะเลกันบ้างดีไหมคะ 🐠
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอควาเวิลด์โออาไรเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับครอบครัว ตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลในเมืองโออาไร
ที่นี่มีสัตว์ทะเลหลากหลายชนิด โดยเฉพาะฉลามซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่นของพิพิธภัณฑ์ นอกจากนี้ยังมีตู้จัดแสดงสัตว์น้ำขนาดใหญ่และกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศทางทะเล
เหมาะสำหรับ
- ครอบครัวที่เดินทางพร้อมเด็ก
- คนที่ชอบสัตว์ทะเล
- นักท่องเที่ยวที่ต้องการกิจกรรมในร่ม
- คนที่อยากจัดทริปเที่ยวโออาไรแบบเต็มวัน
หากวางแผนเที่ยวศาลเจ้าโออาไรอิโซซากิอยู่แล้ว สามารถจัดพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไว้ในเส้นทางเดียวกันได้ค่ะ
6. ภูเขาสึคุบะ (Mount Tsukuba) ชมวิวภูเขาใกล้โตเกียว

สำหรับสายเดินป่าและคนรักวิวภูเขา มุ๊เมี๊ยวขอแนะนำภูเขาสึคุบะค่ะ
ภูเขาแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดอิบารากิ มีความสูงประมาณ 877 เมตร และมีลักษณะยอดเขาคู่ที่โดดเด่น
นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินป่าตามเส้นทางธรรมชาติ หรือใช้เคเบิลคาร์และโรปเวย์ในเส้นทางที่เปิดให้บริการ เพื่อขึ้นไปชมทิวทัศน์จากบริเวณยอดเขา
ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสสามารถชมวิวที่ราบคันโตได้กว้างไกล และบางครั้งอาจมองเห็นภูเขาฟูจิด้วยค่ะ
ช่วงแนะนำ: ฤดูใบไม้ร่วงเหมาะกับการชมใบไม้เปลี่ยนสี ส่วนฤดูใบไม้ผลิและช่วงอากาศเย็นเหมาะกับการเดินเที่ยวธรรมชาติ
7. พระใหญ่อุชิคุ (Ushiku Daibutsu) พระพุทธรูปขนาดมหึมา

ถ้าอยากเห็นสถานที่ที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กลงทันที มุ๊เมี๊ยวขอแนะนำพระใหญ่อุชิคุค่ะ
Ushiku Daibutsu เป็นพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ มีความสูงรวมฐานประมาณ 120 เมตร ตั้งอยู่ในเมืองอุชิคุทางตอนใต้ของจังหวัดอิบารากิ
บริเวณโดยรอบมีสวนและพื้นที่สำหรับเดินชมบรรยากาศ ภายในองค์พระมีส่วนจัดแสดงและพื้นที่สำหรับผู้เข้าชมตามเงื่อนไขการเปิดให้บริการ
จุดเด่นคือขนาดอันยิ่งใหญ่ขององค์พระที่มองเห็นได้จากระยะไกล เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศิลปะ ศาสนา และสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นค่ะ
8. ทะเลสาบคาสุมิกาอุระ (Lake Kasumigaura) ชมวิวทะเลสาบและปั่นจักรยาน

ใครอยากพักจากการเดินเที่ยวสถานที่ยอดนิยม แล้วหามุมสงบๆ ชมผืนน้ำกว้างใหญ่ มุ๊เมี๊ยวแนะนำทะเลสาบคาสุมิกาอุระค่ะ
ทะเลสาบแห่งนี้มีพื้นที่ผิวน้ำใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่น มีเส้นทางริมทะเลสาบและจุดพักผ่อนหลายแห่ง
กิจกรรมที่น่าสนใจคือการปั่นจักรยานชมวิวบนเส้นทาง Tsukuba-Kasumigaura Ring-Ring Road ซึ่งเป็นเส้นทางจักรยานที่เชื่อมโยงพื้นที่ภูเขาสึคุบะกับทะเลสาบ
นอกจากนี้ยังสามารถแวะสวนคาสุมิกาอุระ (Kasumigaura Park) เพื่อชมวิวกังหันลมและดอกไม้ตามฤดูกาลได้ด้วยค่ะ
เหมาะสำหรับคนที่ชอบเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ อยากใช้เวลานั่งมองวิวหรือถ่ายภาพธรรมชาติสบายๆ
9. หุบเขาฮานานุกิ (Hananuki Gorge) อุโมงค์ใบไม้เปลี่ยนสี

สายเที่ยวญี่ปุ่นช่วงใบไม้แดงต้องจดชื่อหุบเขาฮานานุกิเอาไว้เลยค่ะ 🍁
หุบเขาแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองทาคาฮากิ (Takahagi) ทางตอนเหนือของจังหวัดอิบารากิ มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติ ลำธาร และสะพานแขวนชิโอมิ (Shiomi Falls Suspension Bridge)
ช่วงที่สวยเป็นพิเศษคือฤดูใบไม้ร่วง เมื่อใบไม้สองฝั่งเปลี่ยนเป็นสีแดง เหลือง และส้ม ทำให้บริเวณสะพานแขวนดูเหมือนถูกโอบล้อมด้วยอุโมงค์ใบไม้หลากสี
ช่วงแนะนำ: ประมาณกลางถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปี
การเดินทางด้วยรถยนต์ค่อนข้างสะดวก ส่วนผู้ที่ใช้รถไฟอาจต้องต่อแท็กซี่หรือรถรับส่งตามฤดูกาลค่ะ
10. เมืองสึคุบะ (Tsukuba Science City) เมืองวิทยาศาสตร์ของญี่ปุ่น

ปิดท้ายที่เที่ยวอิบารากิด้วยสถานที่ที่แตกต่างจากธรรมชาติและสวนดอกไม้กันบ้างค่ะ
เมืองสึคุบะเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยที่สำคัญของญี่ปุ่น มีสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และสถานที่เรียนรู้ด้านเทคโนโลยีหลายแห่ง
หนึ่งในสถานที่ที่น่าสนใจคือศูนย์อวกาศสึคุบะ (Tsukuba Space Center) ขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น JAXA ซึ่งมีนิทรรศการเกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศและการสำรวจอวกาศ
เหมาะสำหรับครอบครัว นักเรียน และคนที่สนใจวิทยาศาสตร์ค่ะ แต่ควรตรวจสอบวันเปิดให้เข้าชมและเงื่อนไขการจองล่วงหน้าจากเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง
เที่ยวอิบารากิเดือนไหนดี? เลือกฤดูกาลให้ตรงกับสถานที่ที่อยากไป
อิบารากิสามารถเที่ยวได้หลายช่วงของปี แต่ความสวยงามของแต่ละสถานที่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลค่ะ
ฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม
เหมาะสำหรับคนที่ชอบดอกไม้และสวนญี่ปุ่น โดยมีดอกบ๊วยที่สวนไคระคุเอนในช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ และดอกเนโมฟีลาที่สวนฮิตาชิในช่วงประมาณกลางเมษายนถึงต้นพฤษภาคม
ฤดูร้อน เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม
เหมาะสำหรับเที่ยวทะเล พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และสถานที่ธรรมชาติสีเขียว เช่น น้ำตกฟุคุโรดะหรือภูเขาสึคุบะ โดยควรเตรียมรับอากาศร้อนและความชื้น
ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน
เป็นช่วงที่มุ๊เมี๊ยวอยากแนะนำสำหรับคนรักสีสันธรรมชาติค่ะ เพราะมีต้นโคเคียเปลี่ยนเป็นสีแดงที่สวนฮิตาชิ และใบไม้เปลี่ยนสีตามภูเขา น้ำตก และหุบเขาต่างๆ
ฤดูหนาว เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์
เหมาะกับการเที่ยวชมวิวที่มีบรรยากาศสงบ อากาศเย็น และน้ำตกฟุคุโรดะที่อาจเกิดน้ำแข็งในช่วงอากาศหนาวจัด ทั้งนี้ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะเห็นน้ำตกแข็งตัวทุกปีค่ะ
วิธีเดินทางไปอิบารากิจากโตเกียว
การเดินทางจากโตเกียวไปจังหวัดอิบารากิทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกเที่ยวเมืองไหนเป็นหลัก
เดินทางด้วยรถไฟ JR
หากต้องการไปเมืองมิโตะ สามารถขึ้นรถไฟ JR สาย Joban จากสถานี Ueno โดยเลือกขบวน Limited Express ที่ให้บริการไปยังสถานี Mito
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเที่ยวสวนไคระคุเอนหรือใช้เมืองมิโตะเป็นจุดเริ่มต้นเดินทางไปยังพื้นที่อื่นๆ
เดินทางไปเมืองสึคุบะ
สามารถใช้รถไฟ Tsukuba Express จากสถานี Akihabara ไปยังสถานี Tsukuba ได้โดยตรง เหมาะกับการเที่ยวเมืองวิทยาศาสตร์และต่อรถไปยังภูเขาสึคุบะ
เดินทางด้วยรถเช่า
สำหรับคนที่ต้องการเที่ยวหลายสถานที่ โดยเฉพาะน้ำตกฟุคุโรดะ หุบเขาฮานานุกิ และจุดชมวิวธรรมชาติที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟ การเช่ารถอาจช่วยให้จัดเส้นทางได้ยืดหยุ่นขึ้น
มุ๊เมี๊ยวแนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางรถไฟ รถบัส และเวลาเดินทางจริงก่อนออกเดินทาง เพราะสถานที่ท่องเที่ยวในอิบารากิกระจายอยู่หลายเมืองค่ะ
แนะนำแผนเที่ยวอิบารากิ 1 วัน และ 2 วัน 1 คืน
เที่ยวอิบารากิ 1 วัน จากโตเกียว
สำหรับคนที่มีเวลาจำกัด แนะนำให้เลือกเที่ยวในโซนเดียวกันเพื่อลดเวลาเดินทาง
ตัวอย่างทริปสวนดอกไม้และทะเล
- ช่วงเช้า: เดินทางจากโตเกียวไปสวนฮิตาชิซีไซด์
- ช่วงสายถึงเที่ยง: เดินชมสวนดอกไม้และรับประทานอาหาร
- ช่วงบ่าย: เที่ยวศาลเจ้าโออาไรอิโซซากิ
- ช่วงเย็น: เดินทางกลับโตเกียว
แผนนี้เหมาะกับคนที่ต้องการเน้นถ่ายภาพธรรมชาติและชมทะเล โดยควรตรวจสอบการต่อรถระหว่างสถานที่ล่วงหน้า
เที่ยวอิบารากิ 2 วัน 1 คืน
วันที่ 1: เมืองมิโตะและชายฝั่งทะเล
- เที่ยวสวนไคระคุเอน
- รับประทานอาหารท้องถิ่นในเมืองมิโตะ
- เที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอควาเวิลด์โออาไร
- แวะศาลเจ้าโออาไรอิโซซากิ
- พักค้างคืนในเมืองมิโตะหรือบริเวณใกล้เคียง
วันที่ 2: ธรรมชาติทางตอนเหนือ
- เดินทางไปน้ำตกฟุคุโรดะ
- ชมธรรมชาติและรับประทานอาหารในเมืองไดโกะ
- เดินทางกลับโตเกียว
หากเดินทางด้วยรถสาธารณะ ควรเผื่อเวลาเดินทางและตรวจสอบตารางรถไฟให้ดี โดยเฉพาะวันที่ไปน้ำตกฟุคุโรดะค่ะ
ของกินขึ้นชื่อของอิบารากิที่อยากให้ลอง
นอกจากที่เที่ยวสวยๆ แล้ว อิบารากิยังมีอาหารท้องถิ่นที่น่าสนใจอีกด้วยค่ะ
นัตโตะมิโตะ (Mito Natto): ถั่วเหลืองหมักที่เป็นของขึ้นชื่อของเมืองมิโตะ เหมาะกับคนที่อยากลองอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
อังโคนาเบะ (Anko Nabe): หม้อไฟปลามังค์ฟิชที่ได้รับความนิยมในพื้นที่ชายฝั่ง โดยเฉพาะช่วงอากาศเย็น
เนื้อฮิตาชิ (Hitachi Beef): เนื้อวัวคุณภาพจากจังหวัดอิบารากิ เหมาะกับคนที่อยากลองเมนูเนื้อท้องถิ่น
เครื่องปั้นดินเผาคาซามะ (Kasama Ware): แม้ไม่ใช่อาหาร แต่เป็นงานหัตถกรรมขึ้นชื่อที่เหมาะสำหรับเลือกซื้อเป็นของฝากจากการเดินทางค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับที่เที่ยวอิบารากิ (FAQ)
อิบารากิอยู่ไกลจากโตเกียวไหม?
อิบารากิตั้งอยู่ในภูมิภาคคันโตเช่นเดียวกับโตเกียว การเดินทางไปเมืองหลักอย่างมิโตะหรือสึคุบะสามารถทำได้ด้วยรถไฟ แต่ระยะเวลาเดินทางจะแตกต่างกันตามสถานที่ปลายทาง
ที่เที่ยวอิบารากิที่มีชื่อเสียงที่สุดคือที่ไหน?
หนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือสวนฮิตาชิซีไซด์ โดยเฉพาะทุ่งดอกเนโมฟีลาสีฟ้าในฤดูใบไม้ผลิและต้นโคเคียสีแดงในฤดูใบไม้ร่วง
เที่ยวอิบารากิ 1 วันเพียงพอไหม?
เพียงพอสำหรับการเลือกเที่ยวสถานที่สำคัญประมาณ 1-3 แห่งในพื้นที่ใกล้เคียง แต่ถ้าอยากเที่ยวหลายโซนทั่วจังหวัด แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 2 วัน
เที่ยวอิบารากิโดยไม่เช่ารถได้ไหม?
ได้ค่ะ สถานที่หลายแห่งสามารถเดินทางด้วยรถไฟและรถบัส แต่สถานที่ธรรมชาติบางแห่งอาจต้องต่อแท็กซี่หรือใช้บริการรถรับส่งตามฤดูกาล
ไปชมดอกเนโมฟีลาที่อิบารากิช่วงไหนดี?
โดยทั่วไปดอกเนโมฟีลาที่สวนฮิตาชิซีไซด์จะบานในช่วงประมาณกลางเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม แต่ช่วงพีคอาจเปลี่ยนแปลงตามอากาศของแต่ละปี
อิบารากิเหมาะกับการเที่ยวกับครอบครัวไหม?
เหมาะค่ะ โดยเฉพาะสวนฮิตาชิซีไซด์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอควาเวิลด์โออาไร และสถานที่เรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในเมืองสึคุบะ ควรเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับอายุและความสะดวกในการเดินทางของสมาชิกในครอบครัว
จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่นมีเสน่ห์มากกว่าที่คิด
เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับ 10 ที่เที่ยวอิบารากิที่มุ๊เมี๊ยวพามาทำความรู้จักในวันนี้ ตั้งแต่ทุ่งดอกไม้สีฟ้าที่สวนฮิตาชิ น้ำตกฟุคุโรดะที่สวยแตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล สวนญี่ปุ่นเก่าแก่ ไปจนถึงศาลเจ้าริมทะเลและเมืองวิทยาศาสตร์สุดล้ำ
สิ่งที่มุ๊เมี๊ยวชอบเกี่ยวกับอิบารากิคือความหลากหลายของบรรยากาศค่ะ เราสามารถเลือกเที่ยวตามสิ่งที่ตัวเองชอบได้ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ วัฒนธรรม การถ่ายภาพ หรือการเดินทางพักผ่อนแบบสบายๆ
ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งหน้า ลองเผื่อเวลาให้อิบารากิสักวันสองวันนะคะ บางทีสถานที่ที่เราไม่เคยนึกถึง อาจกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ชอบที่สุดของทริปก็ได้
แล้วทุกคนล่ะคะ ถ้าเลือกได้เพียงแห่งเดียว ระหว่างทุ่งดอกไม้สีฟ้าที่สวนฮิตาชิกับประตูโทริอิริมทะเลโออาไร อยากไปที่ไหนก่อนกัน? มาเล่าให้มุ๊เมี๊ยวฟังหน่อยนะคะ 💕
แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวท่องเที่ยวสนุกๆ จากมุ๊เมี๊ยวค่ะ ♡
