เที่ยวฟุกุโอกะ กันนะคะ ^_^ พาทัวร์สถานที่ท่องเที่ยวเมือง Fukuoka

เที่ยวฟุกุโอกะ ทัวร์ฟุกุโอกะ รีวิวที่เที่ยวฟุกุโอกะ สำหรับฟุกุโอกะนั้นนับได้ว่าเป็นเมืองเอกของภูมิภาคคิวชูเลยก็ว่าได้ โดยเมืองแห่งนี้จะมีแม่น้ำผ่ากลางเมืองลักษณะเป็นเมืองอกแตกอย่างที่เราชาวไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยมีสองฝั่งด้วยกัน ซึ่งฝั่งตะวันตกนั้นเคยเป็นที่อยู่ของซามูไร จึงเรียกว่า ฟุกุโอกะ ส่วนฝั่งตะวันออกนั้นเรียกว่า ฮะกะตะ จนมาในปี ค.ศ. 1889 ทางการจึงรวม ทั้งสองฝั่งนี้ให้เป็นเมืองเดียวกันโดยใช้ชื่อเมืองว่าฟุกุโอกะ แต่สำหรับสถานีรถไฟนั้นจะใช้ชื่อว่าสถานี JR Hakata เพื่อระลึกถึงย่านฝั่งตะวันออกในอดีตนั่นเอง โดยเมืองนี้นับว่าเป็นเมืองใหม่ที่เพิ่งก่อร่างสร้างตัวในยุคเอโดะตอนปลายๆ แล้ว จึงทำให้เป็นเมืองที่มีความทันสมัยเป็นอย่างมาก ทั้งตึกรามบ้านช่องและห้างร้านต่างๆ

ภายในเมืองฟุกุโอกะ นั้นก็มีเกาะที่สร้างขึ้นใหม่คล้ายๆ กับโอไดบะของโตเกียว โดยชื่อว่า Momochi Seaside ซึ่งถือว่าเป็นเมืองใหม่สุดไฮเทค โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเราทั้ง Fukuoka Tower ที่ได้ชื่อว่าเป็นอาคารที่มีความสูงที่สุดในเมืองด้วยความสูงถึง 234 เมตร มีการประดับประดาตึกด้วยแสงไฟลวดลายต่างๆในตอนกลางคืน เปลี่ยนไปตามฤดูกาล นอกจากนี้ก็ยังมี Hawks Town Mall ซึ่งภายในจะประกอบไปด้วย Hawks Town Mall และ Yahoo! Dome stadium ซึ่งเป็นรังเหย้าของทีมเบสบอลชื่อดังอย่าง Softbank Hawks โดยมีสถานที่ท่องเที่ยว อย่าง Robosquare และ Fukuoka City Museum ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน

นอกจากนี้แล้วในเมืองฟุกุโอกะ  ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่มีความน่าสนใจและอยากจะแนะนำทั้ง Ohori Park ที่มีสวนญี่ปุ่นอันสวยงามเป็นอย่างมาก หรือจะเป็นศาลเจ้าอันศักดิ์สิทธิอย่าง Gokoku และ รวมไปถึงแวะชม ซากปรักหักพังของ Fukuoka Castle ที่ในอดีตเคยเป็นปราสาทที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเกาะคิวชู แต่ได้ถูกทำลายลงในช่วงยุคปฏิรูปเมจิเมื่อปี ค.ศ.1870 และเป็นอีกหนึ่งจุดยอดนิยมที่จะมีนักท่องเที่ยว มาชมดอกซากุระกันในฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย โดยคุณสามารถเดินมาด้วยเท้าก็ได้ หรือจะใช้บริการของ Subway มาลงที่สถานี Ohori Koen Station ก็สะดวกไม่แพ้กัน เอาล่ะคราวนี้เรามาดู Highlight ที่เที่ยวฟุกุโอกะ กันเลย

ศาลเจ้าคุชิดะ

ศาลเจ้าคุชิดะ

แวะขอพรและชื่นชมศาลเจ้าคุชิดะ ศาสนสถาน 1200 ปีอันน่าทึ่ง จะมีอะไรที่ดีเยี่ยมไปกว่าการได้มาสัมผัสสถานที่อันเก่าแก่ สถาปัตยกรรมอันเป็นศาสนสถานที่มีอายุถึง 1200 ปี หากเพื่อน ๆ ได้ยืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่สงบร่มรื่นและวิจิตรงดงามของศาลเจ้าคุชิดะ  ศาลเจ้าเก่าแก่แห่งฟุกุโอกะอันมีเทศกาลฮากาตะ กิออน ที่โด่งดังไปทั่วโลก เพื่อน ๆ ก็ได้มาถึงฟุกุโอกะและความเป็นญี่ปุ่นแล้วอย่างแน่นอน

ศาลเจ้าคุชิดะ (Kushida-jinja) เป็นศาลเจ้าที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อราว 1200 ปีก่อนคือสร้างขึ้นตั้งแต่ ปีค.ศ. 757 จุดประสงค์เพื่อถวายเทพ โอคุชิดะ ยามะ แห่งลักธิชินโต  สถานที่นี้จึงสวยงามด้วยศิลปะแบบชินโตและเชื่อกันว่าหากเพื่อน ๆได้มาขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้ก็จะมีอายุยืนยาว และยังประสบความสำเร็จในธุรกิจและหน้าที่การงานอีกด้วย ในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนกรกฎาคมที่ศาลเจ้าคุชิดะ ยังเป็นศูนย์รวมการจัดงานเทศกาลอันสำคัญที่สุดเทศกาลหนึ่งของเมืองฟุกุโอกะและของประเทศญี่ปุ่น นั่นคือเทศกาลฮากาตะ กิออน หรือเรียกอีกชื่อว่าเทศกาลแห่งลูกผู้ชาย ในเทศกาลนี้ทั้งชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศและนักท่องเที่ยวทั่วสารทิศจะมายังศาลเจ้าคุชิดะ เพื่อชื่นชมกับเทศกาลเก่าแก่ ตลอดเส้นทางทอดไปถึงศาลเจ้าคุชิดะเต็มไปด้วยการตกแต่งประดับประดาที่สวยงามและร้านค้าต่าง ๆ เพื่อน ๆ จะพบตัวเองอยู่ในฉากของภาพยนตร์ญี่ปุ่นอันมีมนต์ขลังที่พลาดไม่ได้ทีเดียว ศาลเจ้าแห่งนี้เปิดเวลา 4.00 นและปิดในเวลา 22.00 น

การเดินทางไปยังศาลเจ้าคุชิดะ(แผนที่) เพื่อน ๆ สามารถเดินจากสถานีรถไฟกิออนเพียง 5 นาทีก็มาถึงยังศาลเจ้าคุชิดะ หรือถ้ามาจากสถานีรถไฟนาราสุ-คาวาบาตะ ก็เดินเท้ามาใช้เวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น

ฟุกุโอกะโดม

ฟุกุโอกะโดม

ฟุกุโอกะโดม (Fukuoka Dome)กลับสู่จินตนาการของการ์ตูนในดวงใจ หากพูดถึงการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับกีฬา กีฬาชนิดหนึ่งที่เป็นที่นิยมอย่างมากของชาวญี่ปุ่นก็คือเบสบอล การ์ตูนเกี่ยวกับเบสบอลมากมายที่เพื่อน ๆ คงได้อ่านและดู หลาย ๆ เรื่องก็ติดอยู่ในหัวใจและเกิดความประทับใจไม่น้อย แม้แต่ในการ์ตูนอย่างโดราเอม่อน ที่เป็นที่ชื่นชอบของทุกคน โนบิตและเพื่อน ๆ ก็เล่นเบสบอล

มีสถานที่หนึ่งที่หากได้มาเที่ยวฟุกุโอกะ เพื่อนๆที่ชื่นชอบการ์ตูนเกี่ยวกับเบสบอลไม่ควรพลาดที่จะไปสัมผัสสักครั้ง นั่นคือ ฟุกุโอกะโดม เป็นสนามเบสบอลขนาดใหญ่ที่สุดแห่งเกาะคิวชูทีเดียวและยังเป็นสนามเบสบอลประจำแห่งทีมประจำเมืองฟุกุโอกะและเกาะคิวชู คือทีม Fukuoka Softbank Hawks ในฟุกุโอกะโดม ยังมีที่จัดแสดงประวัติและรายละเอียดต่าง ๆ ของทีม และเครื่องเล่นอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการฝึกซ้อมและเล่นเบสบอลด้วย เมื่อเพื่อน ๆ ได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศและเรื่องราวเกี่ยวกับเบสบอลที่นี่แล้ว อาจจะทำให้รู้สึกเหมือนตนเองได้เป็นตัวละครในการ์ตูนเรื่องดัง อย่างทัช เอชทู  เมเจอร์ ครอสเกม วันเอ้าท์ เป็นต้น  ใกล้ กันยังมีโรงแรม ฟุกุโอกะ ซีฮอกค์ บาย ฮิลตั้น และห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่างห้าง  Hawks Town Mall ที่มีร้านค้าและร้านอาหารนับร้อยร้านให้เพื่อนๆได้เดินเล่นช้อปปิ้งและลิ้มรสอาหารหลากหลายอย่างเพลิดเพลินอีกด้วย

การมายังฟุกุโอกะโดมนั้นง่ายดาย – [แผนที่] ที่นี่ตั้งอยู่ห่างจากหอคอยฟุกุโอกะเพียง 500 เมตรเท่านั้น เพื่อน ๆ สามารถเลือกมาได้ 2วิธีจากสถานีรถไฟฮากาตะ โดยจะนั่งรถบัสเบอร์ 5 ลงเดินต่อมา 5 นาทีก็ถึงยังฟุกุโอกะโดม หรือเลือกลงรถไฟฟ้าใต้ดินมาที่สถานีนิชิจิน เดินเล่นชมวิถีผู้คนตามทางสัก 20 นาทีก็จะถึง

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู

เที่ยวพิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู เรียนรู้ญี่ปุ่นในมุมมองเอเชียกันเถอะ! เพื่อน ๆ คงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “เราจะรู้จักชนชาติใดได้ ก็จากการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเขา” และแหล่งที่จะเรียนรู้วัฒนธรรมชองคนประเทศนั้น ๆ ได้ในเวลาอันรวดเร็วและละเอียดก็คือที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  เมื่อเพื่อนๆ ได้มีโอกาสมาเที่ยวฟุกุโอกะแล้วละก็ พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชู (Kyushu National Museum) เป็นจุดหมายหนึ่งที่ไม่ควรพลาด

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองดาไซฟุ จังหวัดฟุกุโอกะนี่เอง เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปี คศ.2005 เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติแห่งที่ 4 ของประเทศ สวยงามด้วยดีไซน์อาคารกระจกสีฟ้าขนาดใหญ่โต ภายในแบ่งเป็นส่วนต่าง ๆ ตามยุคสมัยในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น  โดยนำสื่อและรูปแบบการนำเสนอวิธีต่าง ๆ ที่น่าสนใจน่าติดตามภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่า “ รู้จักญี่ปุ่นผ่านแนวคิดของเอเชีย ”  เนื่องจาก เกาะคิวชู เป็นจุดเชื่อมต่อเสมือนเมืองท่าสู่เอเชียนั่นเอง ภายในมีทั้งหมด 4 ชั้น ชั้นล่างจัดแสดงวัฒนธรรมของชาติต่าง ๆ มีของชาติไทยเราแสดงอยู่ด้วย ชั้น2ไม่ได้เปิดให้คนทั่วไปชม  ส่วนชั้น 3 เป็นนิทรรศการหมุนเวียนแล้วแต่หัวข้อการจัดในแต่ละช่วงเวลา ชั้น4 เป็นประวัติวัฒนธรรมญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ตั้งแต่สมัยยุคโจมง ในยุคหินเก่า จนกระทั่งถึงยุคติดต่อกับประเทศต่างๆ ในปัจจุบัน เพื่อน ๆ จะได้เห็นภาพจำลองหุ่นจำลองรวมถึงข้าวของเครื่องใช้โบราณและบรรยากาศต่าง ๆ อย่างเพลิดเพลินด้วย  สนนราคาค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์คิวชูอยู่ที่ 430 เยนต่อคน  เวลาในการเปิดปิดทำการ คือ เปิดต้งแต่ 9.00 น ถึง 17.00 น ของทุกวัน พิพิธภัณฑ์คิวชูปิดทุกวันจันทร์

ในส่วนของการเดินทางมายังพิพิธภัณฑ์แห่งชาติคิวชูนั้นก็แสนจะสะดวกง่ายดาย [-แผนที่-] เพียงเดินจากสถานีรถไฟดาไซฟุมาประมาณ 10-15 นาทีก็จะถึงที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ หรือเพื่อน ๆ จะเลือกเดินมาจากศาลเจ้าเทนมันกุ หลังจากไปเยี่ยมชมศักการะขอพรยังศาลเจ้าแล้ว ก็ใช้เวลาเดินเล่นแบบสบาย ๆ เพียง 5 นาทีเท่านั้น

หอคอยท่าเรือฮากาตะ

หอคอยท่าเรือฮากาตะ

เยี่ยมชมและถ่ายรูปกับหอคอยแห่งท่าเรือฮากาตะ (Hakata Port Tower) มาเที่ยวฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นเมืองท่าชายฝั่งทะเลอันมีชื่อเสียงเกี่ยวกับการทำประมงแล้ว ไม่ควรพลาดที่จะมาถ่ายรูปกับสัญลักษณ์หนึ่งของฟุกุโอกะ นั่นก็คือหอคอยท่าเรือฮากาตะ (Hakata Port Tower) นั่นเอง

หอคอยที่ท่าเรือฮากาตะแห่งนี้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของฟุกุโอกะเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าฟุกุโอกะป็นเมืองท่าริมทะเลที่เป็นแหล่งทำการประมงเก่าแก่ยาวนานและสำคัญของประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน  ไม่ว่าใครที่ได้พบเห็นก็สามารถบอกได้เลยว่าภาพถ่ายนี้ถ่ายที่ฟุกุโอกะ เหมือนกับที่เพื่อน ๆ ถ่ายรูปอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือดอยสุเทพเชียวล่ะ หอคอยแห่งนี้เป็นหอคอยที่ตกแต่งลวดลายเหล็กเป็นสีแดง ตัดกับฐานสีเทาที่ทอดสูงขึ้นไป ส่วนตัวของหอคอยด้านบนเป็นหอคอยรูปทรงแปดเหลี่ยม  หอคอยท่าเรือฮากาตะตั้งอยู่บนความสูงประมาณ 70 เมตร ใกล้กับท่าเรือฟุกุโอกะ  เพื่อนๆ สามารถชมวิวโดยรอบในมุม 360 องศาทั่วทั้งหาดฮากาตะ และเมืองฮากาตะเลยทีเดียว แถมที่หอคอยแห่งท่าเรือฮากาตะแห่งนี้ยังมีส่วนของพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องราวของเรือและท่าเรือแห่งนี้ให้ได้เข้าชมฟรีอีกด้วย  ส่วนของพิพิธภัณฑ์จะตั้งอยู่ที่ชั้น  1 ของหอคอยแห่งท่าเรือฮากาตะ

หากต้องการเดินทางมาเยี่ยมชมหอคอยแห่งท่าเรือฮากาตะนี้ละก็สามารถมาไม่ยากนัก [-แผนที่-] เพื่อนๆ เพียงเดินเท้าจากสถานีรถไฟเท็นจินใช้เวลา 10-15 นาทีก็จะมาถึงยังหอคอยแห่งนี้ เวลาทำการเปิดปิดคือ 10.00 น ถึง 22.00 น แต่ในส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์เปิดเวลา 10.00 นถึง 17.00 น   หอคอยเปิดทำการให้เข้าชมทุกวันไม่มีวันหยุด

วัดโคเมียวเซ็นจิ

วัดโคเมียวเซ็นจิ

ขอขอบคุณภาพประกอบวัดโคเมียวเซ็นจิสวยๆจาก Deviantart (Andrew Marston)

มาฟุกุโอกะ ต้องไม่พลาดแวะชื่นชมสวนหินของวัดโคเมียวเซ็นจิ เมื่อเพื่อน ๆ มีโอกาสได้มาเที่ยวฟุกุโอกะเมื่อไหร่ละก็ สถานที่หนึ่งที่พลาดไม่ได้ก็คือวัดโคเมียวเซ็นจิ (Komyozenji Temple) วัดแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นวัดต้นแบบโบราณแห่งการจัดสวนหินก็ว่าได้  ด้วยความงดงามตามแบบนิกายเซ็นแท้ เพื่อน ๆ จะได้พบกับความสวยงามและสถาปัตยกรรมแบบวัดญี่ปุ่นแท้ ๆ ในตำนานเลยทีเดียว ชวนให้นึกถึงฉากในภาพยนตร์และการ์ตูนดังหลาย ๆ เรื่องของญี่ปุ่นด้วย

วัดโคเมียวเซ็นจิ เป็นวัดเก่าแก่ของนิกายรินไซที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยคามาคุระ ช่วงปี คศ. 1192-1333  ไฮไลท์ของวัดแห่งนี้อยู่ที่บริเวณสวนหินที่จัดในรูปแบบศิลปะ abstract ซึ่งรายล้อมอยู่ทั้งในบริเวณด้านหน้าและด้านหลังของวัด ด้านหน้าเป็นหมู่สวนหินจำนวนถึง 15 ชุด หมู่หินเหล่านี้เรียงเป็นตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น ซึ่งอ่านได้ว่าแสงสว่างสวยงาม หากเพีอนๆมาเยือนสวนแห่งนี้ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี มีมุมถ่ายรูปมากมายที่แสนสวยประทับใจรวมถึงต้นเมเปิ้ลหลายต้นรอบบริเวณที่เปลี่ยนสีใบสวยงามให้เก็บภาพสวย ๆ กันได้อย่างเพลิดเพลิน

การเดินทางมายังวัดโคเมียวเซ็นจินั้นไม่ยากเลย[-แผนที่-] เพียงลงที่สถานีรถไฟคาไซฟุแล้วเดินเท้ามุ่งไปทางซ้ายชมวิวของเมืองสองข้างทางเพียง 5 นาทีเพื่อน ๆ ก็จะได้พบวัดโคเมียวเซ็นจิ วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ทางใต้ใกล้ ๆ กับศาลเจ้าเทนมานกุอันโด่งดัง มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชมเพียง 200 เยน  และเปิดให้เข้าตั้งแต่เวลา 8.00 น  ถึง 17.00 น โดยไม่มีวัดหยุดเลย เรียกได้ว่าเพื่อน ๆ สามารถเข้าชมความงามของวัดได้ทุกวันเลยทีเดียว

ฟุกุโอกะทาวเวอร์

ฟุกุโอกะทาวเวอร์

มาให้ถึงฟุกุโอกะต้องมาเหยียบฟุกุโอกะทาวเวอร์ หอคอยอันเลื่องลือ เมื่อได้มาเที่ยวฟุกุโอกะ เพื่อน ๆคงอยากชื่นชมกับวิวสวย ๆ ของชายหาดที่ทอดยาวของฟุกุโอกะ  ขอแนะนำสถานที่ชมวิวที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น นั่นก็คือหอคอยฟุกุโอกะทาวเวอร์ (Fukuoka Tower) เพราะเป็นหอคอยริมทะเลที่เรียกได้ว่าสูงที่สุดในญี่ปุ่นทีเดียว

ฟุกุโอกะทาวเวอร์ ตั้งโดดเด่นสูงในย่านโมโมะจิฮามะในจังหวัดฟุกุโอกะ ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2532 มีความสูงถึง234 เมตร  เพื่อน ๆ สามารถชมวิวได้ที่ความสูงถึง 3 ระดับคือจุดแรกที่ความสูง 116 เมตร และจุดที่สองเป็นห้องนั่งเล่นชมวิวที่ความสูง 120 เมตร จุดสูงสุดที่เพื่อน ๆ สามารถชมวิวได้กว้างและไกลที่สุดคือ 123 เมตร  จากหอคอยทรงสามเหลี่ยมขวางที่บุด้วยกระจกทั้งหมด  หอคอยนี้จึงได้รับชื่อเล่นอีกชื่อว่า  Mirror sail  ขณะที่เพื่อน ๆ ขึ้นไปเที่ยวชมหอคอยก็ไม่ต้องกลัวหากเกิดเหตุการณืแผ่นดินไหวขึ้น เพราะที่นี่ถูกออกแบบให้รองรับการเกิดแผ่นดินไหวได้ถึง 7 ริคเตอร์ ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีแผ่นดินไหวใกล้บริเวณหอคอยฟุกุโอกะมากที่สุดเพียง 6 ริคเตอร์เท่านั้น  ที่สำคัญหอคอยฟุกุโอกะแห่งนี้เคยเป็นฉากถ่ายทำในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง ก็อตซิลล่า ในปี พ.ศ . 2537 มาแล้วด้วย  เมื่อมองจากหอคอยแห่งนี้ เพื่อน ๆ จะสามารถเห็นวิวของเมืองฮากาตะแลอ่าวฮากาตะได้ทั่วทั้งหมด

การเดินทางมายังหอคอยฟุกุโอกะทาวเวอร์นั้น [-แผนที่-] เพื่อน ๆ เพียงเดินทางโดยรถไฟใต้ดินมาขึ้นที่สถานีนิชิจิน  จากนั้นเดินต่อมาประมาณ 15-20 นาทีก็จะมาถึง หากจะกล่าวได้ว่ามาถึงฟุกุโอกะก็จะต้องมาเยือนหอคอยฟุกุโอกะเสียก่อน ไม่เช่นนั้นเพื่อน ๆ อาจมายังไม่ถึงฟุกุโอกะก็เป็นได้

ซากปราสาทฟุกุโอกะ

ซากปราสาทฟุกุโอกะ

มาทักทายซากุระเรียงรายท่ามกลางอดีตแห่งปราสาทฟุกุโอกะ สถานที่หนึ่งที่เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวในการมาเที่ยวเมืองฟุกุโอกะก็คือซากปราสาทฟุกุโอกะ (Ruins of Fukuoka Castle) และสวนมาอิซุรุ ที่นี่มีต้นซากุระเรียงรายบานสะพรั่งเต็มสวน ซึ่งซากปราสาทฟุกุโอกะนี้มีประวัติและเรื่องราวอันน่าสนใจทีเดียว

ในอดีตฟุกุโอกะเป็นที่ตั้งของปราสาทอันเลืองชื่อและสวยงามใหญ่โตที่มีชื่อว่า มาอิซุรุ เป็นชื่อเดียวกับ สวนมาอิซุรุ ปัจจุบันเรียกกันว่า ซากปราสาทฟุกุโอกะ หากเพื่อน ๆ ได้มาเหยียบเยือนสถานที่แห่งนี้ ก็จะได้พบกับบรรยากาศเก่าแก่และวมนต์สมัยแห่งยุคเอโดะ สัมผัสเรื่องราวการล่มสลายของระบบขุนนางเก่าแก่  ปราสาทที่ตอนนี้เหลือเพียงซากกำแพงและหอคอยตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำที่ขุดต่อมาจากฝั่งทะเล เพื่อน ๆ จะพักเดินเล่นและถ่ายรูปสวย ๆ หรือนั่งชมซากุระบานในนสวนมาอิซุรุก็น่าสนใจไม่น้อย ในช่วงเดือนเมษายนอันเป็นช่วงฤดูใบไม่ผลิที่ดอกซากุระบาน สถานที่นี้เป็นอีกหนึ่งจุดชมดอกซากุระที่มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศของเกาะคิวชู  ผู้คนมากมายจะมาปิกนิคและนั่งชมดอกซากุระใต้ต้นที่เรียงรายเป็นทิวแถวสุดตา หากเพื่อน ๆ ได้ไปสักครั้งก็น่าจะไปลิ้มลองบรรยากาศซากุระพลิ้วกลีบจากต้นดูบ้าง

ซากปราสาทฟุกุโอกะ [-แผนที่-]และสวนมาอิซุรุตั้งอยู่ใจกลางเมืองฟุกุโอกะจึงสะดวกในการไปเยือน เพื่อนๆสามารถเดินทางโดยรถไฟใต้ดินขึ้นที่สถานีโคเอ็นและเดินมาเพียง 15 นาที หรือเลือกเดินผ่านสวนโอโฮริก็สามารถทำได้เช่นกัน

พิพิธภัณฑ์ศิลปะฟุกุโอกะ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะฟุกุโอกะ

ดื่มด่ำงานศิลป์ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะฟุกุโอกะ (Fukuoka Art Museum) ก็เพราะศิลปะคืออาหารและสีสันที่จรรโลงจิตใจของมนุษย์  ถ้าเพื่อน ๆได้ไปเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ในญี่ปุ่นและฟุกุโอกะแล้ว อย่าลืมแวะมาเติมอาหารให้แก่จิตใจ และสัมผัสดื่มด่ำกับศิลปะในรูปแบบบต่าง ๆ ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะฟุกุโอกะด้วย

พิพิธภัณฑ์ศิลปะฟุกุโอกะ ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับสวนโอโฮริอันสวยงามมีชื่อเสียงของฟุกุโอกะ หากเพี่อน ๆตั้งใจจะมาเดินชมสวนโอโฮริแล้วละก็ ขากลับลองเดินแวะเข้ามาชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะฟุกุโอกะด้วยก็จะดีไม่น้อย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ถูกออกแบบและสร้างด้วยรูปแบบอันเรียบง่าย จัดแสดงผลงานของศิลปินระดับโลกหลายท่าน เช่น ชากาล  ดาลี่ มิโล่ และยังจัดแสดงผลงานของศิลปินท้องถิ่นชาวคิวชูอีกมากมายหลายท่านด้วย   นอกจากนั้นพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้ยังเป็นแหล่งรวบรวมจัดแสดงของเก่ามากมายของชาวเอเชียหลาย ๆชาติ  มีศิลปะเกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนาที่หาชมได้ยาก  และรวบรวมกาน้ำชาโบราณบแบบต่าง ๆในยุคต่าง ๆ อีกด้วย

การเดินทางมายังพิพิธภัณฑ์ศิลปะฟุกุโอกะ [-แผนที่-] ก็ใช้ทางเดียวกับที่จะมายังสวนโอโฮรินั่นเอง คือเดินจากสถานีรถไฟฟ้าโอริโคเอ็นเพียง 10 นาทีกาถึงแล้ว หรือจะเดินลัดข้ามมาจากสวนโอโฮริก็แสนจะสะดวกและร่มรื่นเช่นกัน

คาแนลซิตี้ ฮากาตะ

คาแนลซิตี้ ฮากาตะ

เพื่อนๆรู้ไหมว่าฟุกุโอกะยังมีความเป็นญี่ปุ่นในมุมทันสมัยอยู่ด้วย นั่นก็คือที่คาแนลซิตี้อาคาตะ (Canal City Hakata) หรือฉายาที่เรียกกันว่า “เมืองที่อยู่ในเมือง” เพราะความกว้างใหญ่และมีทุกอย่างครบครัน  ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือศูนย์การค้าที่มี สวนสนุก ร้านค้ามากมายและภัตตาคารขนาดใหญ่เล็กเรียงรายทั่วบริเวณริมน้ำ มีคลองขนาดใหญ่ ที่ขุดขึ้นอย่างสวยงามไหลผ่านใจกลางห้าง พร้อมกับน้ำพุบรรเลงดนตรีสีแสงทุกครึ่งชั่วโมง หากชอบและติดใจบรรยากาศภายในคาแนลซิตี้ฮากาตะละก็ สามารถพักในโรงแรมภายในคาแนลซิตี้ฮากาตะได้เลย เพราะในนี้มีโรงแรมให้เลือกถึงสองแห่งด้วยกัน นั่นก็คือ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท ฟูกูโอกะ Vs โรงแรมคาแนลซิตี้ ฟุกุโอกะ วอชิงตัน

เพื่อน ๆจะได้ช็อปปิ้งเพลิดเพลินกับร้านค้ากว่า 250 ร้านทั้งร้านในญี่ปุ่นและร้านจากต่างประเทศ สำหรับใครที่ชอบทานอาหารเส้นอย่างราเมนอย่าพลาดชั้น 5 ของห้าง ที่นี่ได้รวบรวมร้านราเมงทั่วทั้งญี่ปุ่นไว้ให้ลิ้มลองจนจุใจ รวมทั้ง ฮากาตะราเมน ราเมนสไตล์ฟุกุโอกะด้วย เรียกว่าไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปทั่วญี่ปุ่นก็สามารถสัมผัสรสชาติราเมงทั่วทั้งญี่ปุ่นได้ที่นี่เพียงที่เดียว

การเดินทางมาที่นี่ก็แสนง่ายดาย เพื่อน ๆ สามารถเดินทางโดยรถไฟมายังสถานีรถไฟฮากาตะและเท็นจิน เพราะตั้งอยู่ใกล้เพียงเดินเท้า 5-10 นาทีก็ถึงแล้ว รับรองว่าถ้าได้ไปเยือนคาแนลซิตี้ ฮากาตะ [-แผนที่-] จะต้องประทับใจไม่ลืมแน่นอน

สวนโอโฮริ

สวนโอโฮริ

สวนโอโฮริ  (Ohori Park) เป็นหนึ่งในสถานที่น่าไปหากคุณเป็นคนรักธรรมชาติและสีเขียวของต้นไม้ และต้องการสัมผัสกับบรรยากาศของญี่ปุ่นและศิลปะผสมผสานของตะวันออก เมื่อได้มาเที่ยวฟุกุโอกะต้องไม่พลาดที่จะไปเดินเล่นที่สวนสาธาณะโอโฮริ  สวนร่มรื่นขนาดใหญ่ ณ ใจกลางเมืองฟุกุโอกะ มีสระน้ำแสนสวย

ในพื้นที่กว้างตั้งอยู่ตรงกลางล้อมรอบไปด้วยทางเดินกว่า 2 กม.  ที่นี่ผู้มาเยือนจะได้เห็นวิถีของชาวเมืองยามพักผ่อน บ้างก็เดินเล่นจูงสัตว์เลี้ยง บ้างออกกำลังกาย หรือนั่งเล่นหย่อนใจ สวนแห่งนี้สร้างตามศิลปะตะวันออกได้รับอิทธิพลจากจีน มีจุดที่น่าสนใจอยู่ 6 จุด ได้แก่ สวนญี่ปุ่นที่มีที่นั่งเล่นให้จิบชายามบ่าย พิพิธภัณฑ์รวบรวมศิลปะงานปั้นจากศิลปินในสมัยศตวรรษที่ 11 จนถึงผลงานศิลปินปัจจุบัน  และยังมีศาลาทรงหกเหลี่ยมกลางน้ำ ที่สร้างในแบบสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นเมื่อข้ามถนนมายังฝั่งตะวันตออกฉียงใต้ ก็จะพบกับศาลเจ้าโกโคกุซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสีทองคำ

ข้างสวนโอโฮริยังมีซากของปราสาทฟุกุโอกะและสวนมาอิซูรุ  สวนแห่งนี้สามารถเข้าชมได้ฟรี แต่สวนโอโฮริมีค่าเข้า 240 เยน และค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ราคา 200 เยน  สวนโอโฮริเปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์และวันหยุดแห่งชาติ ตั้งแต่เวลา 9.30 น ถึง 17.00 น  ส่วนพิพิธภัณฑ์ เปิดทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์และวันหยุดแห่งชาติ ตั้งแต่เวลา 9.30 น ถึง 17.30 น

การเดินทางไปยังสวนโอโฮรินั้นไม่ยาก [-แผนที่-] เพียงเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน เส้นทางรถไฟใต้ดินโอโฮริ โคเอน

เทศกาลยามากาซะ ฮานาตะ กิออน

เทศกาลยามากาซะ ฮานาตะ กิออน

เทศกาลหนึ่งที่มีชื่อเสียงเป็นเทศกาลใหญ่ที่ผู้คนมากมาย ทั้งชาวญี่ปุ่นเองและเหล่านักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างปรารถนาจะมาสัมผัสและชมงานเทศกาลนี้ก็คือเทศกาลยามากาซะ ฮากาตะ กิออน (Hakata Gion Yamakasa Festival)

ในช่วงเดือนกรกฎาคมระหว่างวันที่ 7 ถึง 15 กรกฏาคมของทุกปี  เมืองฮากาตะจังหวัดฟุกุโอกะจะเต็มไปด้วยนักทองเที่ยวนับหมื่นคนที่ไปเยือนที่นั่น หากเพื่อน ๆ มีโอกาสได้ไปเที่ยวฟุกุโอกะในช่วงนั้นถือว่าเหมาะมากที่จะไม่พลาดชมเทศกาลอันยิ่งใหญ่ที่สุดเทศกาลหนึ่งประจำปีของญี่ปุ่น เทศกาลยามะกาซะ ฮานาตะ กิออน เป็นเทศกาลของลูกผู้ชาย จะมีชายหนุ่มมากมายแบ่งเป็น 7 ทีมตามเขตต่าง ๆ ของฟุกุโอกะ เราเรียกชายหนุ่มเหล่านี้ว่าว่านากาเระเข้าแข่งขันกัน และทุกคนจะเดินขบวนไปยังศาลเจ้าคูชิดะอันเก่าแก่และสวยงามด้วยชุดแต่งกายแบบญี่ปุ่นแท้ โดยมีการแห่แท่นทริยามะอันวิจิตร รวมถึงแท่นขนาดรอง ๆ ลงมาซึ่งประดับประดาอย่างงดงามด้วย  มีงานออกร้านบริเวณทางไปศาลเจ้าคุชิดะ และการตกแต่งประดับประดาอันสวยงามตลอดเส้นทาง เพื่อน ๆ จะประทับใจไม่รู้ลืมกับบรรยากาศของเทศกาล ความสวยงามและอาหารพื้นเมืองที่พลาดไม่ได้

การเดินทางไปยังบริเวณจัดงานนั้นแสนสะดวก โดยมายังจุดที่ใกล้ศาลเจ้าคุชิดะเพียงเดินเท้าจากสถานีรถไฟใต้ดิน นากาสุ-คาวาบาตะ  แค่ 5 นาทีเท่านั้นก็จะมาถึงยังศาลเจ้าคุชิดะ แต่หากจะมาในร่วมงานเทศกาลมากะซะ ฮากาตะ กิออนในวันไฮไลท์คือวันที่ 15 กรกรฏาคมนั้น ผู้คนจะมากมายจนไม่สามารถเข้ามาใกล้บริเวณได้ อาจจะต้องมาจองที่ในช่วงเย็นก่อนวันงาน 1 วันเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามความสวยงามและมนต์ขลังของเทศกาลก็คุ้มค่ากับการรอคอย

สวนริมทะเล อุมิโนะนากามิชิ

สวนริมทะเล อุมิโนะนากามิชิ

ชมสวนริมทะเลในใจกลางเมืองของฟุกุโอกะซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งซึ่งเปรียบเหมือนสวรรค์ริมทะเลที่รอให้เพื่อน ๆ ไปเยือน นั่นก็คือ สวนริมทะเลอุมิโนะนากามิชิ(Uminonakamichi Seaside Park) ที่นี่มีรูปแบบท่องเที่ยวพักผ่อนหลากหลายให้ผู้มาเยือนได้เพลิดเพลิน หากมาถึงฟุกุโอกะแล้วไม่ได้มาที่ยวที่นี่คงน่าเสียดาย

สวนริมทะเลอุมิโนะนากามิชิ นั้นตั้งอยู่ใจกลางเมืองฟุกุโอกะทอดตัวไปตามช่องแคบแห่งคาบสมุทรข้ามอ่าว ที่นี่เพื่อน ๆจะได้เพลิดเพลินกับ สวนดอกไม้นานาพันธุ์ ปิคนิกใต้ต้นซากุระ หรือสนามหญ้ากว้าง เพื่อน ๆ จะเลือกขี่จักรยานลอดอุโมงดอกซากุระก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะสวนแห่งนี้มีต้นซากุระกว่าพันต้นทีเดียวแถมยังมีสวนสัตว์ที่รวบรวมสัตว์น่ารัก ๆ ไว้มากมายให้เพื่อน ๆ ได้ชมอีกด้วย

หากเพื่อน ๆ ต้องการชมสัตว์น้ำหลากหลายพันธุ์ก็ง่ายดายเพียงข้ามมาอีกฝากหนึ่งจะเป็นมารีนเวิร์ลอุมิโนะนากามิชิ   ที่นี่มีสวนน้ำให้ได้ลงเล่นน้ำ ไฮไลท์อีกอย่างของสวนริมทะเลอุมิโนะนากาชิมิก็คือ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่รวบรวมสัตว์น้ำทั่วโลกไว้กว่า120 สายพันธุ์และโดยเฉพาะสัตว์น้ำที่พบได้มากแถบเกาะคิวชู  พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังนับเป็นพิพิธภัณฑ์ตู้ปลาทรงกระบอกที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย มีสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่จัดการแสดงของโลมา และสิงโตทะเล  ในระหว่างการแสดงเพื่อน ๆ จะได้ดื่มด่ำกับวิวของสนามเปิดกว้างไปสู่อ่าวแห่งฮากาตะทอดยาวไปยังฟุกุโอกะให้ได้ชมวิวอันสวยงามอีกด้วย  สนนราคาในการเข้าชมสวนริมทะเลอุมิโนะนากามิชิอยู่ที่คนละ ผู้ใหญ่ 410 เยน เด็ก 100 เยน เปิดเวลา 9.00น ถึง 17.30 น ในส่วนของมารีนเวิล์ดอุมิโนะนากามิชิ นั้นค่าเข้าชมคือคนละ 2160 เยน  เปิดเวลา 9.30 น ถึง 17.30 น  ทั้งสองที่นั้นปิดเฉพาะวันอังคารแรกของเดือนกุมภาพันธ์

การเดินทางมายังสวนริมทะเลอุมิโนะนากามิชินั้น [-แผนที่-]เพื่อนๆจะต้องขึ้นรถไฟฟ้าสายทาโกชิม่าจากสถานี คากาตะ มายัง สถานีคันชิ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จากนั้นมาต่อรถไฟฟ้าสายคันชิ เพื่อไปยังมิโนะนากามิชิ ใช้เวลาในการเดินทางเพียง 20 นาทีก็จะมาถึงโดยง่าย

ระบบขนส่งในฟุกุโอกะ

การเดินทางในเมืองฟุกุโอกะสำหรับนักท่องเที่ยงนั้นส่วนใหญ่ถ้าไม่เช่ารถขับส่วนตัวก็จะใช้บริการดังนี้

  • รถบัส 100 Yen – เหมาะอย่างมากสำหรับใครที่ต้องการนั่งรถชมบรรยากาศในเมืองฟุกุโอกะ ซึ่งเสียค่าขึ้น 100 Yen (ตามชื่อเลย)
  • Subway – ซึ่งค่าใช้จ่ายถูกสุดก็คือ 200 Yen แต่สำหรับท่านที่อยากใช้บริการ Subway หลายๆรอบแนะนำเป็นตั๋ว 1 Day Pass ราคา 600 Yen จะดีกว่าอิอิ สำหรับ Subway นั้นจะมีอยู่ทั้งหมด 3 สาย
  • รถเมล์ City Bus – การเดินทางโดยใช้บริการประเภทนี้ราคาอยู่ที่ 600 Yen ซึ่งเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวแถบชายฝั่ง เพราะว่าสถานีรถไฟใต้ดินของเมืองฟุกุโอกะนั้นค่อนข้างจะไกล

ทีนี้เชื่อเลยว่าทุกคนน่าจะเข้าใจการเดินทางภายในเมืองฟุกุโอกะได้อย่างสบายใจแล้วล่ะ

ติดตามมุ๊เมี๊ยวบน Youtube

ในส่วนของการเดินทางมายังเมืองฟุกุโอกะ นั้นเรียกว่าสะดวกเป็นอย่างมาก เมื่อสามารถใช้บริการของรถไฟชินคันเซ็น จากโตเกียว ไปฟุกุโอกะ โดยต้องไปขึ้นที่สถานี Tokyo โดยสุดปลายทางที่สถานี Hakata โดยให้คุณเลือกใช้บริการของสายTokaido-Sanyo โดยชื่อขบวนว่า Nozomi ซึ่งจะวิ่งตรงรวดเดียวจากโตเกียวถึงฮาคะตะ โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง หรือคุณจะใช้บริการของรถไฟชินคันเซนสาย Tokaido ที่ชื่อขบวนว่า Hikari จากโตเกียวมาลงที่สถานี Shin-osaka ในเมืองโอซาก้าเพื่อเปลี่ยนสายมาใช้ รถไฟชินคันเซนสาย Sanyo ที่ชื่อขบวนว่า Hikari Railstar โดยมีสถานีปลายทางที่สถานี ฮาคะตะ เช่นเดียวกันก็ได้ เพียงเท่านี้ก็ก็ได้เที่ยวญี่ปุ่น เมืองฟุกุโอกะกันแล้วล่ะ



Tags:

Mumeaw Travel

Mumeaw Travel มุ๊เมี๊ยวในโหมดนักเดินทางสุดคิ้ว ^_^