ที่เที่ยวอิบารากิ 10 จุดเช็กอินญี่ปุ่น เที่ยวธรรมชาติ ทุ่งดอกไม้ และเมืองสวยใกล้โตเกียว

ถ้าพูดถึงเที่ยวญี่ปุ่น หลายคนคงนึกถึงโตเกียว โอซาก้า หรือเกียวโตเป็นอันดับแรกใช่ไหมคะ แต่วันนี้มุ๊เมี๊ยวอยากชวนทุกคนออกนอกเส้นทางยอดนิยมสักนิด แล้วมาทำความรู้จักกับ ที่เที่ยวอิบารากิ (Ibaraki) จังหวัดสวยในภูมิภาคคันโตที่มีทั้งทุ่งดอกไม้สีฟ้าสุดลูกหูลูกตา น้ำตกท่ามกลางภูเขา ศาลเจ้าริมทะเล และสวนญี่ปุ่นเก่าแก่ที่งดงามจนอยากหยุดเวลาไว้ตรงนั้นเลยค่ะ 🌸

อิบารากิเป็นจังหวัดที่เดินทางจากโตเกียวได้สะดวก เหมาะทั้งสำหรับคนที่อยากจัดทริปเที่ยวญี่ปุ่นแบบวันเดียวและคนที่อยากค้างคืนเพื่อสัมผัสธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม ความพิเศษของจังหวัดนี้คือแต่ละฤดูกาลมีเสน่ห์ไม่เหมือนกันเลยค่ะ ฤดูใบไม้ผลิมีดอกไม้บานสะพรั่ง ฤดูร้อนเต็มไปด้วยสีเขียวสดใส ส่วนฤดูใบไม้ร่วงก็มีทิวเขาและหุบเขาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงส้มสวยงาม

ใครกำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่นและอยากหาสถานที่ใหม่ๆ ที่มีทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และมุมถ่ายรูปสวยๆ มุ๊เมี๊ยวรวบรวม 10 ที่เที่ยวอิบารากิที่น่าสนใจ พร้อมวิธีเดินทางและไอเดียจัดทริปมาให้แล้วค่ะ

อิบารากิ (Ibaraki) อยู่ที่ไหน ทำไมถึงน่าเที่ยว?

จังหวัดอิบารากิตั้งอยู่ในภูมิภาคคันโต บนเกาะฮอนชู ประเทศญี่ปุ่น มีเมืองมิโตะ (Mito) เป็นเมืองเอก และมีชายฝั่งติดมหาสมุทรแปซิฟิกทางทิศตะวันออก

จุดเด่นของอิบารากิคือความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ น้ำตก ภูเขา ทะเลสาบ ศาลเจ้าเก่าแก่ และเมืองวิทยาศาสตร์อย่างสึคุบะ (Tsukuba)

มุ๊เมี๊ยวว่าอิบารากิเหมาะมากกับคนที่อยากเที่ยวญี่ปุ่นในบรรยากาศแตกต่างจากเมืองใหญ่ เพราะเราสามารถเดินเล่นในสวนดอกไม้ตอนเช้า แล้วเปลี่ยนบรรยากาศไปชมทะเลหรือสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นในวันเดียวกันได้ หากวางแผนเส้นทางให้ดีค่ะ

10 ที่เที่ยวอิบารากิ ญี่ปุ่น ที่ไม่ควรพลาด

1. สวนฮิตาชิซีไซด์ (Hitachi Seaside Park) ทุ่งดอกไม้สีฟ้าสุดอลังการ

ทุ่งดอกเนโมฟีลาสีฟ้าที่สวนฮิตาชิซีไซด์ ที่เที่ยวอิบารากิยอดนิยม

ถ้าให้มุ๊เมี๊ยวเลือกสถานที่หนึ่งแห่งที่เป็นภาพจำของอิบารากิ ก็คงหนีไม่พ้นสวนฮิตาชิซีไซด์ค่ะ

สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองฮิตาชินากะ (Hitachinaka) มีชื่อเสียงจากทุ่งดอกเนโมฟีลา (Nemophila) สีฟ้าอ่อนที่บานปกคลุมเนินเขาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เมื่อมองออกไปจะเห็นสีฟ้าของดอกไม้เชื่อมต่อกับท้องฟ้า เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามมากเลยค่ะ

แต่ความน่าสนใจไม่ได้มีเฉพาะฤดูใบไม้ผลินะคะ เพราะเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ต้นโคเคีย (Kochia) บนเนินเขาจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงสด กลายเป็นอีกหนึ่งภาพสวยที่นักท่องเที่ยวตั้งตารอ

ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด

  • ชมดอกเนโมฟีลาสีฟ้าในช่วงประมาณกลางเมษายนถึงต้นพฤษภาคม
  • ชมต้นโคเคียสีแดงในช่วงประมาณเดือนตุลาคม
  • เดินเล่นหรือปั่นจักรยานชมสวน
  • ถ่ายภาพทุ่งดอกไม้กับท้องฟ้าและทิวทัศน์โดยรอบ

ช่วงดอกไม้บานจริงอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศในแต่ละปี ควรตรวจสอบข้อมูลการบานจากเว็บไซต์สวนก่อนเดินทางค่ะ

2. น้ำตกฟุคุโรดะ (Fukuroda Falls) น้ำตกสี่ชั้นที่สวยทุกฤดูกาล

น้ำตกฟุคุโรดะสี่ชั้นท่ามกลางธรรมชาติและใบไม้เปลี่ยนสีในจังหวัดอิบารากิ

ใครชอบน้ำตกและภูเขา มุ๊เมี๊ยวอยากให้ลองปักหมุดน้ำตกฟุคุโรดะไว้เลยค่ะ

น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองไดโกะ (Daigo) ทางตอนเหนือของจังหวัดอิบารากิ ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามน้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น มีความสูงประมาณ 120 เมตร และมีลักษณะสายน้ำไหลลดหลั่นผ่านหน้าผาหินสี่ชั้น

สิ่งที่ทำให้น้ำตกแห่งนี้น่าสนใจคือทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลค่ะ

ฤดูใบไม้ผลิจะได้เห็นความเขียวสดของธรรมชาติ ฤดูร้อนมีสายน้ำไหลท่ามกลางป่าไม้ ฤดูใบไม้ร่วงมีใบไม้สีแดงและเหลืองประดับอยู่รอบน้ำตก ส่วนฤดูหนาวบางปีน้ำตกอาจกลายเป็นน้ำแข็งบางส่วนหรือเกิดภาพน้ำตกเยือกแข็งที่สวยแปลกตา

การเดินทาง: ใช้รถไฟ JR สาย Suigun ไปยังสถานี Fukuroda แล้วต่อรถบัสหรือแท็กซี่ไปยังบริเวณน้ำตก

สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพธรรมชาติ มุ๊เมี๊ยวแนะนำให้เผื่อเวลาเดินชมจุดชมวิวต่างๆ และลองแวะชิมอาหารท้องถิ่นบริเวณใกล้น้ำตกด้วยนะคะ

3. สวนไคระคุเอน (Kairakuen Garden) ชมดอกบ๊วยในสวนญี่ปุ่นเก่าแก่

ดอกบ๊วยสีชมพูและสีขาวบานในสวนไคระคุเอน เมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ

ถ้าชอบสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่เต็มไปด้วยความสงบและประวัติศาสตร์ ต้องไม่พลาดสวนไคระคุเอนในเมืองมิโตะค่ะ

สวนแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามสวนที่มีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1842 โดยโทคุงาวะ นาริอากิ ผู้ปกครองแคว้นมิโตะในสมัยเอโดะ

ไฮไลต์สำคัญคือต้นบ๊วยประมาณ 3,000 ต้น จากราว 100 สายพันธุ์ ซึ่งจะผลิดอกสีขาว ชมพู และแดงในช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ

ลองจินตนาการถึงการเดินเล่นท่ามกลางต้นบ๊วยที่กำลังออกดอก พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ และบรรยากาศสวนญี่ปุ่นโบราณดูสิคะ แค่คิดก็อยากหยิบกล้องออกไปถ่ายรูปแล้ว

ช่วงแนะนำ: ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม โดยควรตรวจสอบช่วงดอกบ๊วยบานในปีที่เดินทาง

การเดินทาง: จากสถานี Mito ต่อรถบัสประมาณ 15 นาที

4. ศาลเจ้าโออาไรอิโซซากิ (Oarai Isosaki Shrine) ประตูโทริอิกลางโขดหินริมทะเล

ประตูโทริอิ Kamiiso no Torii บนโขดหินกลางคลื่นทะเล จังหวัดอิบารากิ

หนึ่งในที่เที่ยวอิบารากิที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดคือศาลเจ้าโออาไรอิโซซากิค่ะ

จุดเด่นของที่นี่คือประตูโทริอิที่ตั้งอยู่บนโขดหินริมมหาสมุทรแปซิฟิก เรียกว่า Kamiiso no Torii เป็นภาพที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติและความเชื่อของชาวญี่ปุ่นได้อย่างงดงาม

ในวันที่คลื่นทะเลซัดกระทบโขดหิน จะเกิดละอองน้ำและบรรยากาศที่ดูทรงพลังมาก โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ขึ้นที่แสงอาทิตย์ส่องผ่านบริเวณประตูโทริอิ

มุ๊เมี๊ยวว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะกับคนชอบถ่ายภาพวิวทะเลและสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมค่ะ

ข้อแนะนำ: ชมวิวจากพื้นที่ที่อนุญาตเท่านั้น ไม่ควรปีนลงไปบนโขดหินหรือเข้าใกล้คลื่นทะเล เพราะอาจเกิดอันตรายได้

5. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอควาเวิลด์โออาไร (Aqua World Ibaraki Oarai Aquarium)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Aqua World Ibaraki Oarai สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับครอบครัว
อควาเวิลด์โออาไร พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชื่อดังของจังหวัดอิบารากิ

เที่ยวธรรมชาติมาหลายแห่งแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวโลกใต้ทะเลกันบ้างดีไหมคะ 🐠

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอควาเวิลด์โออาไรเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับครอบครัว ตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลในเมืองโออาไร

ที่นี่มีสัตว์ทะเลหลากหลายชนิด โดยเฉพาะฉลามซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่นของพิพิธภัณฑ์ นอกจากนี้ยังมีตู้จัดแสดงสัตว์น้ำขนาดใหญ่และกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศทางทะเล

เหมาะสำหรับ

  • ครอบครัวที่เดินทางพร้อมเด็ก
  • คนที่ชอบสัตว์ทะเล
  • นักท่องเที่ยวที่ต้องการกิจกรรมในร่ม
  • คนที่อยากจัดทริปเที่ยวโออาไรแบบเต็มวัน

หากวางแผนเที่ยวศาลเจ้าโออาไรอิโซซากิอยู่แล้ว สามารถจัดพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไว้ในเส้นทางเดียวกันได้ค่ะ

6. ภูเขาสึคุบะ (Mount Tsukuba) ชมวิวภูเขาใกล้โตเกียว

ภูเขาสึคุบะ จังหวัดอิบารากิ จุดชมวิวธรรมชาติและภูเขาในญี่ปุ่น

สำหรับสายเดินป่าและคนรักวิวภูเขา มุ๊เมี๊ยวขอแนะนำภูเขาสึคุบะค่ะ

ภูเขาแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์สำคัญของจังหวัดอิบารากิ มีความสูงประมาณ 877 เมตร และมีลักษณะยอดเขาคู่ที่โดดเด่น

นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินป่าตามเส้นทางธรรมชาติ หรือใช้เคเบิลคาร์และโรปเวย์ในเส้นทางที่เปิดให้บริการ เพื่อขึ้นไปชมทิวทัศน์จากบริเวณยอดเขา

ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสสามารถชมวิวที่ราบคันโตได้กว้างไกล และบางครั้งอาจมองเห็นภูเขาฟูจิด้วยค่ะ

ช่วงแนะนำ: ฤดูใบไม้ร่วงเหมาะกับการชมใบไม้เปลี่ยนสี ส่วนฤดูใบไม้ผลิและช่วงอากาศเย็นเหมาะกับการเดินเที่ยวธรรมชาติ

7. พระใหญ่อุชิคุ (Ushiku Daibutsu) พระพุทธรูปขนาดมหึมา

พระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ Ushiku Daibutsu จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น

ถ้าอยากเห็นสถานที่ที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กลงทันที มุ๊เมี๊ยวขอแนะนำพระใหญ่อุชิคุค่ะ

Ushiku Daibutsu เป็นพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ มีความสูงรวมฐานประมาณ 120 เมตร ตั้งอยู่ในเมืองอุชิคุทางตอนใต้ของจังหวัดอิบารากิ

บริเวณโดยรอบมีสวนและพื้นที่สำหรับเดินชมบรรยากาศ ภายในองค์พระมีส่วนจัดแสดงและพื้นที่สำหรับผู้เข้าชมตามเงื่อนไขการเปิดให้บริการ

จุดเด่นคือขนาดอันยิ่งใหญ่ขององค์พระที่มองเห็นได้จากระยะไกล เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจศิลปะ ศาสนา และสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นค่ะ

8. ทะเลสาบคาสุมิกาอุระ (Lake Kasumigaura) ชมวิวทะเลสาบและปั่นจักรยาน

ทะเลสาบคาสุมิกาอุระ จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น ทิวทัศน์ธรรมชาติริมทะเลสาบ
ทะเลสาบคาสุมิกาอุระ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสำหรับพักผ่อนและชมวิว

ใครอยากพักจากการเดินเที่ยวสถานที่ยอดนิยม แล้วหามุมสงบๆ ชมผืนน้ำกว้างใหญ่ มุ๊เมี๊ยวแนะนำทะเลสาบคาสุมิกาอุระค่ะ

ทะเลสาบแห่งนี้มีพื้นที่ผิวน้ำใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่น มีเส้นทางริมทะเลสาบและจุดพักผ่อนหลายแห่ง

กิจกรรมที่น่าสนใจคือการปั่นจักรยานชมวิวบนเส้นทาง Tsukuba-Kasumigaura Ring-Ring Road ซึ่งเป็นเส้นทางจักรยานที่เชื่อมโยงพื้นที่ภูเขาสึคุบะกับทะเลสาบ

นอกจากนี้ยังสามารถแวะสวนคาสุมิกาอุระ (Kasumigaura Park) เพื่อชมวิวกังหันลมและดอกไม้ตามฤดูกาลได้ด้วยค่ะ

เหมาะสำหรับคนที่ชอบเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ อยากใช้เวลานั่งมองวิวหรือถ่ายภาพธรรมชาติสบายๆ

9. หุบเขาฮานานุกิ (Hananuki Gorge) อุโมงค์ใบไม้เปลี่ยนสี

สะพานแขวนชิโอมิท่ามกลางใบไม้เปลี่ยนสีในหุบเขาฮานานุกิ จังหวัดอิบารากิ

สายเที่ยวญี่ปุ่นช่วงใบไม้แดงต้องจดชื่อหุบเขาฮานานุกิเอาไว้เลยค่ะ 🍁

หุบเขาแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองทาคาฮากิ (Takahagi) ทางตอนเหนือของจังหวัดอิบารากิ มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติ ลำธาร และสะพานแขวนชิโอมิ (Shiomi Falls Suspension Bridge)

ช่วงที่สวยเป็นพิเศษคือฤดูใบไม้ร่วง เมื่อใบไม้สองฝั่งเปลี่ยนเป็นสีแดง เหลือง และส้ม ทำให้บริเวณสะพานแขวนดูเหมือนถูกโอบล้อมด้วยอุโมงค์ใบไม้หลากสี

ช่วงแนะนำ: ประมาณกลางถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปี

การเดินทางด้วยรถยนต์ค่อนข้างสะดวก ส่วนผู้ที่ใช้รถไฟอาจต้องต่อแท็กซี่หรือรถรับส่งตามฤดูกาลค่ะ

10. เมืองสึคุบะ (Tsukuba Science City) เมืองวิทยาศาสตร์ของญี่ปุ่น

หอคอย Oarai Marine Tower จุดชมวิวในเมืองโออาไร จังหวัดอิบารากิ
หอคอยโออาไรมารีนทาวเวอร์ อีกหนึ่งจุดชมวิวที่น่าสนใจของจังหวัดอิบารากิ

ปิดท้ายที่เที่ยวอิบารากิด้วยสถานที่ที่แตกต่างจากธรรมชาติและสวนดอกไม้กันบ้างค่ะ

เมืองสึคุบะเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยที่สำคัญของญี่ปุ่น มีสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และสถานที่เรียนรู้ด้านเทคโนโลยีหลายแห่ง

หนึ่งในสถานที่ที่น่าสนใจคือศูนย์อวกาศสึคุบะ (Tsukuba Space Center) ขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น JAXA ซึ่งมีนิทรรศการเกี่ยวกับเทคโนโลยีอวกาศและการสำรวจอวกาศ

เหมาะสำหรับครอบครัว นักเรียน และคนที่สนใจวิทยาศาสตร์ค่ะ แต่ควรตรวจสอบวันเปิดให้เข้าชมและเงื่อนไขการจองล่วงหน้าจากเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง

เที่ยวอิบารากิเดือนไหนดี? เลือกฤดูกาลให้ตรงกับสถานที่ที่อยากไป

อิบารากิสามารถเที่ยวได้หลายช่วงของปี แต่ความสวยงามของแต่ละสถานที่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลค่ะ

ฤดูใบไม้ผลิ เดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม

เหมาะสำหรับคนที่ชอบดอกไม้และสวนญี่ปุ่น โดยมีดอกบ๊วยที่สวนไคระคุเอนในช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ และดอกเนโมฟีลาที่สวนฮิตาชิในช่วงประมาณกลางเมษายนถึงต้นพฤษภาคม

ฤดูร้อน เดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม

เหมาะสำหรับเที่ยวทะเล พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และสถานที่ธรรมชาติสีเขียว เช่น น้ำตกฟุคุโรดะหรือภูเขาสึคุบะ โดยควรเตรียมรับอากาศร้อนและความชื้น

ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน

เป็นช่วงที่มุ๊เมี๊ยวอยากแนะนำสำหรับคนรักสีสันธรรมชาติค่ะ เพราะมีต้นโคเคียเปลี่ยนเป็นสีแดงที่สวนฮิตาชิ และใบไม้เปลี่ยนสีตามภูเขา น้ำตก และหุบเขาต่างๆ

ฤดูหนาว เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์

เหมาะกับการเที่ยวชมวิวที่มีบรรยากาศสงบ อากาศเย็น และน้ำตกฟุคุโรดะที่อาจเกิดน้ำแข็งในช่วงอากาศหนาวจัด ทั้งนี้ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะเห็นน้ำตกแข็งตัวทุกปีค่ะ

วิธีเดินทางไปอิบารากิจากโตเกียว

การเดินทางจากโตเกียวไปจังหวัดอิบารากิทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกเที่ยวเมืองไหนเป็นหลัก

เดินทางด้วยรถไฟ JR

หากต้องการไปเมืองมิโตะ สามารถขึ้นรถไฟ JR สาย Joban จากสถานี Ueno โดยเลือกขบวน Limited Express ที่ให้บริการไปยังสถานี Mito

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเที่ยวสวนไคระคุเอนหรือใช้เมืองมิโตะเป็นจุดเริ่มต้นเดินทางไปยังพื้นที่อื่นๆ

เดินทางไปเมืองสึคุบะ

สามารถใช้รถไฟ Tsukuba Express จากสถานี Akihabara ไปยังสถานี Tsukuba ได้โดยตรง เหมาะกับการเที่ยวเมืองวิทยาศาสตร์และต่อรถไปยังภูเขาสึคุบะ

เดินทางด้วยรถเช่า

สำหรับคนที่ต้องการเที่ยวหลายสถานที่ โดยเฉพาะน้ำตกฟุคุโรดะ หุบเขาฮานานุกิ และจุดชมวิวธรรมชาติที่อยู่ห่างจากสถานีรถไฟ การเช่ารถอาจช่วยให้จัดเส้นทางได้ยืดหยุ่นขึ้น

มุ๊เมี๊ยวแนะนำให้ตรวจสอบเส้นทางรถไฟ รถบัส และเวลาเดินทางจริงก่อนออกเดินทาง เพราะสถานที่ท่องเที่ยวในอิบารากิกระจายอยู่หลายเมืองค่ะ

แนะนำแผนเที่ยวอิบารากิ 1 วัน และ 2 วัน 1 คืน

เที่ยวอิบารากิ 1 วัน จากโตเกียว

สำหรับคนที่มีเวลาจำกัด แนะนำให้เลือกเที่ยวในโซนเดียวกันเพื่อลดเวลาเดินทาง

ตัวอย่างทริปสวนดอกไม้และทะเล

  • ช่วงเช้า: เดินทางจากโตเกียวไปสวนฮิตาชิซีไซด์
  • ช่วงสายถึงเที่ยง: เดินชมสวนดอกไม้และรับประทานอาหาร
  • ช่วงบ่าย: เที่ยวศาลเจ้าโออาไรอิโซซากิ
  • ช่วงเย็น: เดินทางกลับโตเกียว

แผนนี้เหมาะกับคนที่ต้องการเน้นถ่ายภาพธรรมชาติและชมทะเล โดยควรตรวจสอบการต่อรถระหว่างสถานที่ล่วงหน้า

เที่ยวอิบารากิ 2 วัน 1 คืน

วันที่ 1: เมืองมิโตะและชายฝั่งทะเล

  • เที่ยวสวนไคระคุเอน
  • รับประทานอาหารท้องถิ่นในเมืองมิโตะ
  • เที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอควาเวิลด์โออาไร
  • แวะศาลเจ้าโออาไรอิโซซากิ
  • พักค้างคืนในเมืองมิโตะหรือบริเวณใกล้เคียง

วันที่ 2: ธรรมชาติทางตอนเหนือ

  • เดินทางไปน้ำตกฟุคุโรดะ
  • ชมธรรมชาติและรับประทานอาหารในเมืองไดโกะ
  • เดินทางกลับโตเกียว

หากเดินทางด้วยรถสาธารณะ ควรเผื่อเวลาเดินทางและตรวจสอบตารางรถไฟให้ดี โดยเฉพาะวันที่ไปน้ำตกฟุคุโรดะค่ะ

ของกินขึ้นชื่อของอิบารากิที่อยากให้ลอง

นอกจากที่เที่ยวสวยๆ แล้ว อิบารากิยังมีอาหารท้องถิ่นที่น่าสนใจอีกด้วยค่ะ

นัตโตะมิโตะ (Mito Natto): ถั่วเหลืองหมักที่เป็นของขึ้นชื่อของเมืองมิโตะ เหมาะกับคนที่อยากลองอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม

อังโคนาเบะ (Anko Nabe): หม้อไฟปลามังค์ฟิชที่ได้รับความนิยมในพื้นที่ชายฝั่ง โดยเฉพาะช่วงอากาศเย็น

เนื้อฮิตาชิ (Hitachi Beef): เนื้อวัวคุณภาพจากจังหวัดอิบารากิ เหมาะกับคนที่อยากลองเมนูเนื้อท้องถิ่น

เครื่องปั้นดินเผาคาซามะ (Kasama Ware): แม้ไม่ใช่อาหาร แต่เป็นงานหัตถกรรมขึ้นชื่อที่เหมาะสำหรับเลือกซื้อเป็นของฝากจากการเดินทางค่ะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับที่เที่ยวอิบารากิ (FAQ)

อิบารากิอยู่ไกลจากโตเกียวไหม?

อิบารากิตั้งอยู่ในภูมิภาคคันโตเช่นเดียวกับโตเกียว การเดินทางไปเมืองหลักอย่างมิโตะหรือสึคุบะสามารถทำได้ด้วยรถไฟ แต่ระยะเวลาเดินทางจะแตกต่างกันตามสถานที่ปลายทาง

ที่เที่ยวอิบารากิที่มีชื่อเสียงที่สุดคือที่ไหน?

หนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือสวนฮิตาชิซีไซด์ โดยเฉพาะทุ่งดอกเนโมฟีลาสีฟ้าในฤดูใบไม้ผลิและต้นโคเคียสีแดงในฤดูใบไม้ร่วง

เที่ยวอิบารากิ 1 วันเพียงพอไหม?

เพียงพอสำหรับการเลือกเที่ยวสถานที่สำคัญประมาณ 1-3 แห่งในพื้นที่ใกล้เคียง แต่ถ้าอยากเที่ยวหลายโซนทั่วจังหวัด แนะนำให้เผื่อเวลาอย่างน้อย 2 วัน

เที่ยวอิบารากิโดยไม่เช่ารถได้ไหม?

ได้ค่ะ สถานที่หลายแห่งสามารถเดินทางด้วยรถไฟและรถบัส แต่สถานที่ธรรมชาติบางแห่งอาจต้องต่อแท็กซี่หรือใช้บริการรถรับส่งตามฤดูกาล

ไปชมดอกเนโมฟีลาที่อิบารากิช่วงไหนดี?

โดยทั่วไปดอกเนโมฟีลาที่สวนฮิตาชิซีไซด์จะบานในช่วงประมาณกลางเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม แต่ช่วงพีคอาจเปลี่ยนแปลงตามอากาศของแต่ละปี

อิบารากิเหมาะกับการเที่ยวกับครอบครัวไหม?

เหมาะค่ะ โดยเฉพาะสวนฮิตาชิซีไซด์ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอควาเวิลด์โออาไร และสถานที่เรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ในเมืองสึคุบะ ควรเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับอายุและความสะดวกในการเดินทางของสมาชิกในครอบครัว

จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่นมีเสน่ห์มากกว่าที่คิด

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับ 10 ที่เที่ยวอิบารากิที่มุ๊เมี๊ยวพามาทำความรู้จักในวันนี้ ตั้งแต่ทุ่งดอกไม้สีฟ้าที่สวนฮิตาชิ น้ำตกฟุคุโรดะที่สวยแตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล สวนญี่ปุ่นเก่าแก่ ไปจนถึงศาลเจ้าริมทะเลและเมืองวิทยาศาสตร์สุดล้ำ

สิ่งที่มุ๊เมี๊ยวชอบเกี่ยวกับอิบารากิคือความหลากหลายของบรรยากาศค่ะ เราสามารถเลือกเที่ยวตามสิ่งที่ตัวเองชอบได้ ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติ วัฒนธรรม การถ่ายภาพ หรือการเดินทางพักผ่อนแบบสบายๆ

ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งหน้า ลองเผื่อเวลาให้อิบารากิสักวันสองวันนะคะ บางทีสถานที่ที่เราไม่เคยนึกถึง อาจกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่ชอบที่สุดของทริปก็ได้

แล้วทุกคนล่ะคะ ถ้าเลือกได้เพียงแห่งเดียว ระหว่างทุ่งดอกไม้สีฟ้าที่สวนฮิตาชิกับประตูโทริอิริมทะเลโออาไร อยากไปที่ไหนก่อนกัน? มาเล่าให้มุ๊เมี๊ยวฟังหน่อยนะคะ 💕

แล้วพบกันใหม่กับเรื่องราวท่องเที่ยวสนุกๆ จากมุ๊เมี๊ยวค่ะ ♡