สวัสดีค่ะเพื่อนๆ….มุ๊เมี้ยวมาแล้ว ตัวหอมมาเลย ไม่ใช่อะไรค่ะเพื่อนที่ทำงานอยู่การบินไทย “รักคุณเท่าฟ้า” นางบินไปเกาหลีมาเลยซื้อน้ำหอมแท้มาฝากหลายตัวเลย มุ๊เมี้ยวนี่ช๊อบชอบแบบว่า…ชอบของฟรี ไม่ใช่ๆชอบน้ำหอมค่ะ เพื่อนๆใช้น้ำหอมแบรนด์อะไรกันบ้าง วันนี้เรามาคุยเรื่องน้ำหอมกันดีไหมคะ ถือว่ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ละกันเน๊อะ! แต่ว่ามุ๊เมี้ยวจะเล่าก่อน แบบยาวๆตามนิสัยมุ๊เมี้ยวคนสวยที่ชอบข้อมูลแน่นๆเวลาซื้อจะได้ถูกใจไปเลย ดีไหมคะ ส่วนใครจะแวะอ่านรีวิวดินสอเขียนคิ้ว ยี่ห้อไหนดีมาค่ะตามมุ๊เมี้ยวมาเลย
เนื้อหาในหน้าเพจนี้
- 1 ประวัติความเป็นมาของน้ำหอม
- 2 น้ำหอมคือ?
- 3 ประเภทของน้ำหอม
- 4 วิธีเลือกซื้อน้ำหอม
- 5 ระดับกลิ่นของน้ำหอม
- 6 แนวกลิ่นน้ำหอม
- 7 ตำแหน่งที่เหมาะกับการฉีดน้ำหอม
- 8 ข้อควรระวังในการใช้น้ำหอม
- 9 การเก็บรักษาน้ำหอม
- 10 วิธีการใช้น้ำหอม
- 11 น้ำหอมกลิ่นไหนเหมาะกับกรุ๊ปเลือดคุณ
- 12 รีวิว น้ำหอมแท้ ยี่ห้อไหนดี?
- 12.1 Chloé Eau de Parfum
- 12.2 Christian Dior Miss Dior Cherie Blooming Bouquet EDT
- 12.3 Chanel Coco Mademoiselle Eau de toilette
- 12.4 DKNY Be Delicious Fresh Blossom Eau So Intense
- 12.5 Estee Lauder Pleasures Eau de Parfum
- 12.6 Gucci Guilty Perfume
- 12.7 Versace Bright Crystal Eau de Toilette
- 12.8 Paul Smith Rose
- 12.9 Lancome Miracle Eau de Parfum
- 12.10 Lanvin Modern Princess Eau De Parfume
- 12.11 Valentino Valentina Poudre Eau De Parfum
- 12.12 davidoff cool water woman
ประวัติความเป็นมาของน้ำหอม
คาดกันว่าน้ำหอมมีการใช้มานานแล้วตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ โดยมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังที่วิหารของพระราชินี Hatshepsut ที่เมือง Thebes เป็นรูปของหญิงสาวชาวอิยิปต์โบราณกำลังชโลมนํ้าหอมลงบนศีรษะ ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากนักเดินเรือชาวอิยิปต์ที่นำน้ำหอมนี้มาจากดินแดนอื่น ซึ่งสมัยแรกๆ น้ำหอมทำมาจากยางไม้หอม ที่มีอยู่ที่ Arabia และ Somalia เท่านั้น ต่อมาสมัยจักรวรรดิโรมัน (Roman) ก็ได้ทำนํ้าหอมจากยางไม้หอมจากต้นไม้จำพวก Boswellia สมัยก่อนเศรษฐีมักจะใช้น้ำหอมกันอย่างล้างผลาญแบบนำไปพ่นบ้าน พ่นกำแพง และฉีดให้สัตว์เลี้ยงกันเลยทีเดียว อาจเพราะสามารถทำน้ำหอมได้ครั้งละจำนวนมากนั่นเอง แต่ก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ของนํ้าหอมจะเกิดขึ้นในยุคกลาง เมื่อชาวอาหรับได้คิดค้นพัฒนาเทคนิคในการกลั่นนํ้าหอมได้เป็นผลสำเร็จโดยปลูกดอกกุหลาบ เพื่อที่จะนำมาสกัดเป็นนํ้าหอม อีกทั้งยังค้นพบส่วนผสมตัวใหม่ในการทำนํ้าหอม นั่นคือ สารที่ได้จากตัวชะมด หรือ กลิ่นชะมดนั่นเอง ส่วนก้าวแรกของนํ้าหอม ในยุโรปเริ่มจริง ๆ คือในศตวรรษที่ 16 เมื่อ แคทเธอรีน เดอ เมคิชี่ มาที่ประเทศ Italy เพื่อจะแต่งงานกับอนาคตกษัตริย์ในช่วงนั้น และน้ำหอมก็พัฒนาไปเรื่อยๆ จนต้นศตวรรษที่ 19 นักเคมีได้ทำการสังเคราะห์นํ้าหอมจาก สารเคมีจนได้กลิ่นต่าง ๆ มากมายหลายพันกลิ่น และกระจายไปทั่วโลกจนถึงวันนี้
น้ำหอมคือ?
น้ำหอมก็คือสารละลายหอมระเหยที่ทำมาจากน้ำมันกับแอลกอฮอล์ มีกลิ่นหอมที่สกัดมาจากดอกไม้ธรรมชาติ หรือกลิ่นที่สังเคราะห์ขึ้นมาผสมอยู่
ประเภทของน้ำหอม

เพื่อนๆเคยสังเกตไหมคะว่าน้ำหอมแต่ละตัวทำไมจึงมีความหอมและการติดคงทนแตกต่างกัน ซึ่งก็เป็นเพราะระดับความเข้มข้นของแต่ละตัวแตกต่างกันนั่นเอง ซึ่งจะจำแนกตามความเข้มข้นของหัวเชื้อ (Perfume Oil) จากมากไปน้อย ดังนี้
Perfume Extract (Extrait)
คือ นํ้าหอมที่มีส่วนผสมของนํ้ามันหอม ในสัดส่วน 15-30% คงความหอมได้ 6-8 ชั่วโมง สังเกตง่ายๆ ขวดจะเล็กๆและมีปริมาณน้อยกว่า EDP/EDT จึงทำเป็นหัวลูกกลิ้งหรือไม่ก็หัวสเปรย์ เพราะราคาค่อนข้างแพง
Eau de Parfum (EDP)
คือ นํ้าหอมที่มีส่วนผสมของนํ้ามันหอม ในสัดส่วนที่ 15-18 % คงความหอมได้นาน 4 ชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่ที่วางขายกันเยอะๆก็จะเป็นประเภทนี้ กลิ่นมักฉุนหน่อยๆเวลาฉีดตอนแรก ก็ฉีดน้อยๆหน่อยละกัน
Eau de Toilette (EDT)
คือ นํ้าหอมที่มีส่วนผสมของนํ้ามันหอม ในสัดส่วนที่ 4-8 % คงความหอมได้นาน 3-4 ชั่วโมง บ้านเรามีแบบนี้เยอะเพราะกลิ่นอ่อนๆไม่ฉุนมาก
Eau de Cologne (EDC)
คือ นํ้าหอมที่มีส่วนผสมของนํ้ามันหอม ในสัดส่วนที่ 3-5 % คงความหอมได้ 3 ชั่วโมง ซึ่งแบบนี้จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆและจางเร็ว วัยรุ่นนักเรียนมักชอบเพราะราคาไม่แพงและกลิ่นไม่แรงด้วย
หากเปรียบเทียบในเรื่องความทนนานของกลิ่นและเปรียบเทียบความฟุ้งของกลิ่นจะได้ EDP > EDT > EDC
วิธีเลือกซื้อน้ำหอม

การเลือกซื้อน้ำหอมควรเลือกให้ดีเพราะถ้าเลือกไม่ดีไม่ตรงกับที่ตัวเองชอบก็มีแต่จะต้องทิ้งอย่างเดียว ดูมุ๊เมี๊ยวเป็นตัวอย่าง บางครั้งลองดมน้ำหอมในห้างพอกลับบ้านฉีดดูแทบจะเป็นลมก็มี เพราะกลิ่นที่ออกมาจากขวดมันแรงเกิน ทางที่ดีทดสอบฉีดมันที่ข้อมือเลยดีสุดค่ะ และหากวันนั้นเลือกหลายตัวก็ให้ฉีดบริเวณแขนไล่จากข้อมือขึ้นไปเรื่อยๆนั่นเอง ที่สำคัญอย่าพึ่งถูกใจกลิ่นเลือกซื้อเลยลองเดินเล่นในห้างสัก 20 นาที – 1 ชั่วโมงแล้วค่อยซื้อ เพราะบางตัวฉีดตอนแรกฉุนต่อมากลับกลิ่นจางหอมดี บางตัวฉุนแล้วฉุนเลย บางตัวกลิ่นหอมอยู่ไปนานๆกลับฉุน อะไรประมาณนี้ แล้วก็เลือกกลิ่นอย่าฉุนมาก บางคนนี่เข้าใกล้แล้วจะแย่เพราะฉีดน้ำหอมมากลิ่นแรงเกินไป นอกจากนี้ ก่อนลองดมกลิ่นน้ำหอมต้องไม่ควรรับประทานอาหารรสจัด มีกลิ่นฉุน หรือมีน้ำมันระเหยในตัวอาหาร อย่าง กระเพรา วาซาบิ กระเทียม หัวหอม หรืออาหารที่มีกลิ่นจัดๆ เพราะกลิ่นอาจไปกลบกลิ่นน้ำหอมได้ และหากพึ่งฟื้นไข้ พึ่งกลับจากการออกกำลังกายหรือพึ่งสูบบุหรี่มา อาจทำให้กลิ่นเพี้ยนไปจากความเป็นจริงได้เหมือนกัน
ระดับกลิ่นของน้ำหอม
เพื่อนๆรู้ไหมคะ ว่ากลิ่นน้ำหอมที่เราฉีดไม่ได้มีกลิ่นเดียวตลอดวัน แต่จะเปลี่ยนไปตามเวลาด้วย นั่นคือ
Top nose หรือกลิ่นแรก
กลิ่นนี้เราจะได้รับรู้ทันทีเมื่อฉีดน้ำหอมเสร็จใหม่ๆ ซึ่งจะมีลักษณะหอมสดชื่นและเบาๆ แต่กลิ่นแรกนี้จะอยู่ได้แค่ประมาณ 15 นาที ก็จะจางหายไป
Middle nose หรือกลิ่นกลาง
ซึ่งถือเป็นหัวใจของน้ำหอมเลยก็ว่าได้ ช่วงนี้เองกลิ่นจะฟุ้งขจรขจายเต็มที่บนผิวกายของเรา และคงอยู่ประมาณ 2-4 ชั่วโมง
Base nose หรือกลิ่นพื้นฐาน
ถือว่าเป็นกลิ่นที่เข้มข้นที่สุดที่เหลืออยู่ท้ายๆแล้ว โดยจะแสดงกลิ่นเมื่อเวลาผ่านไปสัก 4-6 ชั่วโมงไปแล้ว และค่อย ๆ จางหายไปในที่สุด
คราวนี้ก็รู้แล้วนะคะว่าทำไมตอนเลือกจึงต้องรอให้เวลาผ่านไปสัก 20 นาทีเป็นอย่างต่ำ ก็เพราะต้องการให้เราได้สัมผัสกับกลิ่นกลางซึ่งเป็นหัวใจของน้ำหอมนั่นเอง เพราะมันจะอยู่กับเรานานที่สุด หากเราถูกใจกลิ่นตอนนี้ก็จะสามารถเลือกซื้อได้ตรงใจมากที่สุดค่ะ
แนวกลิ่นน้ำหอม
น้ำหอมก็มีหลายแนวนะคะ เพื่อที่จะได้ตรงกับบุคลิกของแต่ละคนนั่นเอง โดยแบ่งเป็น
แนว Romantic
น้ำหอมกลิ่นนี้จะให้ความรู้สึกหวานๆนุ่มละมุนละไม ลึกซึ้งและอบอุ่น ประมาณกลิ่นดอกไม้จางๆ หรือกลิ่นมัสก์เล็กๆ ซึ่งได้แก่กลิ่น Forest, Floral & Musky เป็นต้น
แนว Classic
น้ำหอมกลิ่นนี้จะให้อารมณ์ประมาณลึกซึ้งอบอุ่น สุภาพ มักมีส่วนผสมของกลิ่นมัสก์ กลิ่นเปลือกไม้ หรือกลิ่นเครื่องเทศเล็กน้อยด้วย ซึ่งได้แก่กลิ่น Musky, Woody & Spicy เป็นต้น
แนว Sport
น้ำหอมกลิ่นนี้จะออกแนวกระฉับกระเฉง สดชื่น ให้ความรู้สึกปราดเปรียว คึกคัก ตื่นตัว คล่องแคล่ว และทันสมัย มักมีส่วนผสมของกลิ่นผลไม้ตระกูลส้ม กลิ่นทะเล หรือกลิ่นเครื่องเทศ ซึ่งได้แก่กลิ่น Citrus, Ocean & Spicy เป็นต้น
แนว Fresh
น้ำหอมกลิ่นสดชื่น เย็น สบาย ปลอดโปร่ง บ่งบอกถึงบุคลิกสดใสร่าเริง สนุกสนาน แก่น เซี้ยวและค่อนข้างเป็นกันเอง มักมีส่วนผสมหลักเป็นกลิ่นใบไม้ใบหญ้า กลิ่นผลไม้ตระกูลส้ม รวมถึงกลิ่นดอกไม้อ่อนๆด้วย ซึ่งได้แก่ Forest, Citrus & Floral เป็นต้น
ตำแหน่งที่เหมาะกับการฉีดน้ำหอม
สาวๆรู้ไหมคะว่าการฉีดน้ำหอมมีจำกัดจุดที่จะฉีดด้วยนะ ไม่ใช่ว่าฉีดมั่วๆตรงไหนก็ได้ก็หอมเหมือนกัน ถ้าคิดแบบนั้นถือว่าคิดผิดค่ะ จริงๆแล้วมันมีวิธีฉีดน้ำหอมที่ถูกต้องอยู่ ฉีดถูกจุดก็หอมติดทนนานตลอดทั้งวันชัวร์ค่ะ สาเหตุเพราะน้ำหอมจะสามารถระเหยได้ดีบนผิวเนื้อที่อุ่นและมีการหมุนเวียนเลือดได้ดี ซึ่งก็คือจุดชีพจรของเรานั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น ข้อมือ กระดูกไหปลาร้า สะดือ หรือแม้แต่บริเวณข้อพับขา เนื่องจากในทุกขณะที่ชีพจรเต้นก็จะไปช่วยกระตุ้นทำให้กลิ่นหอม กระจายออกมาอย่างเป็นจังหวะต่อเนื่องนั่นเอง และถ้าจะให้ดีมากขึ้นไปอีกให้ฉีดนํ้าหอมหลังจากอาบนํ้า เสร็จใหม่ๆ ซึ่งผิวกำลังมีความชุ่มชื้นอยู่ กลิ่นนํ้าหอมจะติดทนนานมากขึ้น ส่วนบริเวณที่ไม่ควรฉีดน้ำหอมเลยก็คือ ที่ด้านหลังใบหูเพราะตรงบริเวณนี้กลิ่นนํ้าหอมและแอลกอฮอล์จะระเหยหายไปอย่างรวดเร็ว

ข้อควรระวังในการใช้น้ำหอม
เนื่องจากน้ำหอมมีส่วนประกอบหลายอย่าง เช่น แอลกอฮอล์ สารเคมี หรือน้ำมัน จึงอาจมีผลต่อ สร้อยคอ ไข่มุก เข็มกลัด นาฬิกา ผ้าฝ้ายหรือผ้าลินิน เป็นต้น จึงต้องมีความระมัดระวังไม่ฉีดให้โดนบนสิ่งเหล่านี้ โดยการฉีดน้ำหอมควรห่างจากตัว อย่างน้อย 30 เซนติเมตร เพื่อที่จะไม่ทำให้น้ำหอมทิ้งจุดด่างๆหรือรอยเปียกแฉะของน้ำมันไว้บนเสื้อผ้า หรือทางที่ดีอย่าฉีดให้โดนเสื้อผ้าเลยจะดีกว่า และแน่นอนอย่าฉีดให้โดนเครื่องประดับทุกอย่าง เป็นการป้องกันไว้ก่อน
การเก็บรักษาน้ำหอม
วิธีเก็บน้ำหอมหากจะให้อยู่กับเราได้นานๆควรเก็บ ไว้ในที่มีความเย็น มืด ที่สำคัญฝาน้ำหอมต้องปิดสนิท ซึ่งหากเราสามารถเก็บได้แบบนี้จะอยู่ได้ถึง 3 ปีนับจากวันที่ผลิตเลยทีเดียว โดยที่กลิ่นของนํ้าหอมจะไม่แปรเปลี่ยนไปไหน แต่ถ้าหาที่เก็บแบบนี้ไม่ได้ก็เก็บในห้องนอนที่มีอากาศเย็นสบายโปร่งๆได้ แต่อย่าวางไว้ใกล้หน้าต่างเพราะอาจมีแสงแดดเข้ามาโดนน้ำหอม และสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดก็คือการเก็บขวดน้ำหอมไว้ใกล้ความร้อน อย่างห้องครัว เพราะความร้อนจะทำให้น้ำหอมเสื่อมประสิทธิภาพไปอย่างน่าเสียดาย
วิธีการใช้น้ำหอม
- ลองทาวาสลีนหรือครีมทาผิวแบบไม่มีกลิ่นลงบนผิวก่อนฉีดน้ำหอมจะช่วยทำให้น้ำหอมติดทนนานมากขึ้นกว่าปกติเลยทีเดียว
- ควรอาบน้ำก่อนฉีดน้ำหอมเพราะผิวที่ชุ่มชื้นจะทำให้กลิ่นน้ำหอมติดทนนาน อีกทั้งน้ำหอมก็จะไม่ไปโดนเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับให้เสียหายอีกด้วย
- จุดที่ควรฉีดคือจุดที่ร้อนสุดบนร่างกาย จะมี 3 จุด นั่นก็คือ ส่วนกลางลำตัวใต้กระบังลม บริเวณต้นคอ และข้อพับด้านในข้อศอก ซึ่งความร้อนของร่างกายนี้จะช่วยส่งกระจายกลิ่นหอม ทำให้ส่งกลิ่นหอมมากขึ้นค่ะ
- หลังจากฉีดน้ำหอมที่ข้อมือเสร็จแล้ว อย่าพึ่งถูข้อมือกันตามความเคยชินนะคะ(ข้อนี้สมัยก่อนมุ๊เมี๊ยวทำประจำ) เพราะนอกจากไม่ได้ช่วยอะไรแล้วยังทำให้กลิ่นหายไปเร็วกว่าเก่าอีกด้วย
- หากน้ำหอมที่มีอยู่กลิ่นมันแรงมาก จะทิ้งก็เสียดาย ลองใช้วิธีนี้ค่ะ ฉีดน้ำหอมไปที่เหนือลำตัวด้านหน้า แล้วเดินเข้าไปในละอองของมัน แค่นี้กลิ่นหอมก็จะกระจายมาตกที่เราพอดี ไม่ฉุนจนเกินไปแล้ว
- หากเพื่อนๆต้องการให้ผมหอมๆอย่าได้ฉีดน้ำหอมลงบนเส้นผมโดยตรงนะคะ ควรฉีดลงบนแปรงก่อนแล้วค่อยนำมาหวีผม แค่นี้ก็ได้เส้นผมหอมๆแล้ว
- หากน้ำหอมกลิ่นโปรดใกล้หมดแล้ว แต่ยังไม่มีเวลาไปซื้อ ให้เทน้ำหอมลงไปในขวดโลชั่นที่ไม่มีกลิ่น ก็จะช่วยเพิ่มปริมาณให้น้ำหอมได้บ้าง แก้ขัดไปก่อนได้ค่ะ
- หากต้องการให้เสื้อผ้าหอมลองใช้วิธีฉีดน้ำหอมลงบนกระดาษบาง ๆ แล้วเอามารองเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้าซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้เสื้อผ้ามีกลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรดติดอยู่แบบไม่ต้องฉีดน้ำหอมบนตัวเราเลยด้วยซ้ำ
น้ำหอมกลิ่นไหนเหมาะกับกรุ๊ปเลือดคุณ
อันนี้มุ๊เมี้ยวแถมให้เพื่อใครจะชอบค่ะ
กรุ๊ป O
คนกรุ๊ป O ค่อนข้างสุขุมรอบคอบ ใจเย็น ง่ายๆ สบายๆ ติสต์ๆ เป็นตัวของตัวเอง น้ำหอมที่ใช้จึงควรเป็นประเภท เท่ห์ๆ เรียบๆ คลาสสิค อย่าง Versace ,Issey Miyake, Chanel Allure และ Giorgio Armani Acqua Di Gio เป็นต้น
กรุ๊ป A
แหม!สาวเลือดกรุ๊ป A มักไม่ค่อยแสดงความรู้สึกของตัวเองเท่าไหร่ แต่จริงๆมีความเชื่อมั่นในตัวเอง และดื้อเงียบด้วยดังนั้นสาวกรุ๊ปนี้จึงไม่ชอบพูดอะไรหวานๆ แต่จะแสดงออกด้วยการดูแลเอาใจใส่อย่างดี กลิ่นน้ำหอมที่เหมาะจึงควรเป็นน้ำหอมที่ไม่ฉุนมาก และช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่น อย่าง Britney Spears Believe, Lancome Miracle และ Lancome Hypnose เป็นต้น
กรุ๊ป B
คนกรุ๊ป B ค่อนข้างสนุกสนานร่าเริง มีน้ำใจ จึงทำให้มีเพื่อนเยอะ น้ำหอมที่ควรเลือกจึงควรเป็นกลิ่นธรรมชาติ และผ่อนคลาย อย่าง Paris Hilton, Christian Dior Addict 2, Estee Lauder Pleasures เป็นต้น
กรุ๊ป AB
คุณกรุ๊ป AB มักเป็นคนมองโลกในแง่ดี จิตใจอ่อนโยน โรแมนติกและขี้สงสารสุดๆใครลำบากมานี่รับได้หมดช่วยเหลือได้หมดจริงๆ แต่ค่อนข้างจะเชื่อใครแบบไม่มีข้อสงสัย ทำให้บางทีก็ดื้อสุดๆเหมือนกัน สรุปคือมองเผินๆเหมือนจะว่าง่ายแต่จริงๆแล้วแอบหัวแข็งว่างั้น สำหรับน้ำหอมควรเป็นแบบที่ไม่ปรุงแต่ง อย่าง กลิ่นกรีนที กลิ่นวนิลา กลิ่นดอกไม้ หรือกลิ่นขนมหวาน อย่าง Paul Smith Rose, Elizabeth Arden Green Tea เป็นต้น
รู้เรื่องราวเกี่ยวกับน้ำหอมกันพอหอมปากหอมคอแล้วนะคะ ที่นี้มาดูกันดีกว่าว่าปัจจุบันนี้เขาเลือกใช้น้ำหอมยี่ห้ออะไรกันบ้าง ตามมาเลยค่ะ
รีวิว น้ำหอมแท้ ยี่ห้อไหนดี?

ลองมาดูกันนะคะว่าน้ำหอมแท้เหล่านี้จะถูกเลือกให้เป็นอาวุธคู่กับของสาวมั่นอย่างคุณหรือไม่
Chloé Eau de Parfum

แอบสะอึกกับราคานิดนึง แต่เพื่อความหอมเรายอมเก็บเงินซื้อ ด้วยความหอมของกลิ่นกุหลาบกับความหอมหวานๆของลิ้นจี่ เสริมด้วยดอกพีเซียและพีโอมานี ตบท้ายด้วยความหอมจากไม้ซีดาร์และอำพัน บอกคำเดียวว่าเหมือนยกกุหลาบมาทั้งสวน จึงหอมแบบหรูหรามีระดับเต็มไปด้วยความมั่นใจ ติดทนนานมากถึง 12 ชั่วโมง ยังไงลองฉีดเวลาออกงานดูรับรองทั้งงานจะเผลอแอบมอง จริงๆน๊า ! แต่ห้ามฉีดเยอะล่ะเดี๋ยวจะกลายเป็นฉุนจนเวียนหัวไป ขนาด 75ml. ราคา 4,900 บาท
Christian Dior Miss Dior Cherie Blooming Bouquet EDT

น้ำหอมดิออขวดนี้ยกให้เขาไปเลย เพราะสาวๆล้วนชื่นชอบและใช้กันอย่างมากมาย ด้วยกลิ่นหอมแบบดอกไม้ สดชื่น กระปรี้กระเปร่าของสารสกัดจากส้มซิสิเลียนแมนดารินผสมความหวานจากดอกเพโอนีและกุหลาบที่แสนจะเข้ากัน คือฉีดแล้วใครอยู่ใกล้เป็นต้องหลงเสน่ห์เลยว่างั้น….บอกเลยที่สุดอ่ะ ขนาด 100 ml. ราคา 3,430 บาท
Chanel Coco Mademoiselle Eau de toilette

ระดับน้ำหอมชาแนลคงไม่กล้าทำให้ใครผิดหวัง ด้วยกลิ่นหอมหรูๆไฮโซๆแต่ไม่เลี่ยน เย้ายวนสุดๆไม่ดอกไม้จ๋า ไม่ขนมจนเกินไป เป็นการผสมผสานระหว่างแพทชูเลียนและมะกรูดอย่างลงตัว ฉีดแรกๆเหมือนจะฉุน แต่พอผ่านไปสักพักจะหอมมากค่ะ ฉีดนิดเดียวก็พอ กลิ่นติดทนนานอยู่แล้ว ขนาด 100 ml. ราคา 3,200 บาท
DKNY Be Delicious Fresh Blossom Eau So Intense

DKNY ตัวนี้เป็นตัวที่ยอดนิยมมากเลยทีเดียว ด้วยแรงบันดาลใจจากดอกไม้บานที่บางเบาและพลังจากต้นแอปเปิ้ลจนกลายมาเป็นกลิ่นหอมของช่อดอกไม้ที่เข้มข้น ฉีดแล้วหอมสดชื่นกลิ่นติดทนนาน แนะนำว่ามีติดไว้แล้วจะฟินค่ะ ขนาด 100 ml. ราคา 3,000 บาท
Estee Lauder Pleasures Eau de Parfum

จะไม่เอ่ยถึงน้ำหอมเอสเต้ก็คงไม่ได้ เพราะคงจะเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง ด้วยความหอมในรูปแบบบางเบาของหมู่มวลดอกไม้ ไม่ว่าจะเป็นดอกลิลลี่สีขาว ใบไวโอเล็ตสด พืชน้ำสีเขียว ไลแลคสีดำ โบตั๋นสีขาว กุหลาบชมพู และ Baie Rose คือถ้ามันดงดอกไม้มากขนาดนี้ไม่หอมยังไงไหว แต่ฉีดตอนแรกๆจะยังไม่ค่อยหอมนะคะ แต่ผ่านไปพักเดียว สุดยอดความหอมค่ะ เริ่ดที่สุด ขนาด 50 ml. ราคา 2,700 บาท
Gucci Guilty Perfume

น้ำหอมกุชชี่ตัวนี้เป็นตัวที่หลายคนหลงใหลหัวปักหัวปำ เนื่องจาก นางหอมมากกกกก หอมจนฟิน หอมแบบสะอาดๆ หอมแบบเซ็กซี่ เย้ายวน หอมแบบผู้ดี แถมขวดยังกิ๊บเก๋อีก เอาไปเลยเบอร์หนึ่งในใจหลายๆคนรวมทั้งมุ๊เมี๊ยวด้วย!!!! ขนาด 30 ml. ราคา 2,600 บาท
Versace Bright Crystal Eau de Toilette

น้ำหอมเวอซาเช่ ตัวนี้กลิ่นต้นเป็นทับทิมและส้มยูสุ ตามด้วยกลิ่นกลางเป็นดอกพีโอนีและดอกแมกโนเลีย ตบท้ายด้วยกลิ่นดอกบัว จึงหอมหวานมากๆ แนวฟลอรัล แฝงไปด้วยความหรูหราเล็กๆ เซ็กซี่หน่อยๆ ไม่ฉุน ไม่ฟุ้งมาก หอมเรื่อยๆ บอกเลยน่าใช้มากๆค่ะ ขนาด 90 ml. ราคา 1,900 บาท
Paul Smith Rose

ตัวนี้บอกเลยหอมกลิ่นกุหลาบมาแต่ไกล เธอขโมยดงกุหลาบมาหรือไร อย่าพึ่งเข้าใจผิดว่ากลิ่นเธอจะฉุนนะคะ เพราะไม่เลย อารมณ์ประมาณหญิงสาวไปวิ่งเล่นในดงกุหลาบ สดชื่น โรแมนติก อบอุ่น ฉีดครั้งแรกก็หอม หมดวันก็หอม ใครได้กลิ่นก็อยากอยู่ใกล้ๆค่ะ ดีงามที่สุด ขนาด 100 ml. ราคา 1,850 บาท
Lancome Miracle Eau de Parfum

น้ำหอมลังโคมแบรนด์ดังในใจมุ๊เมี้ยวตัวนี้ เชียร์อีกแล้วค่ะ เป็นน้ำหอมสีชมพูแนวกลิ่นฟลอรัล – สไปซี่ รวมความหอมหวานของลิ้นจี่ ความหอมละมุนของดอกแมคโนเลียกลมกลืนไปกับเครื่องเทศบางเบา ออกมาเป็นกลิ่นหอมหวานๆแนวคุณหนู ใช้แล้วจะรักค่ะ อ้อ!อย่าฉีดมากนะคะเดี๋ยวจะฉุนเกิน ขนาด 100 ml. ราคา 1,490 บาท
Lanvin Modern Princess Eau De Parfume

มาถึงน้ำหอมกลิ่นดอกไม้จาก Lanvin เป็นแบรนด์น้ำหอมผู้หญิงยอดฮิตมาแรงฉุดไม่อยู่แถมยังติดโพล”น้ำหอมยี่ห้อไหนฮิตสุด?” จากทุกสำนักบิ้วตี้บล็อกเกอร์ ด้วยกลิ่นหอมจากดอกไม้หลายชนิดมีเสน่ห์ไม่เหมือนใครไม่ว่าใครที่ได้กลิ่นนี้ชวนให้หลงใหลไปซะทุกรายแถมกลิ่นติดทนนานอีกต่างหาก ราคา 3500 บาทค่ะ
Valentino Valentina Poudre Eau De Parfum

น้ำหอมกลิ่นวนิลาทรงเสน่ห์ไปด้วยกลิ่นหอมละมุน ด้วยน้ำหอมของ Valentino Valentina จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้สาวๆดูเป็นผู้หญิงทรงเสน่ห์น่าหลงใหลและน่าทะนุถนอม มาในแพคเกจสุดน่ารักสไตล์วินเทจสีชมพูหวานแหวว ราคา 5300 บาท ขนาด 80 ml.
davidoff cool water woman

ตัวสุดท้ายแล้วขอเป็นตัวนี้เลยละกัน ราคาจับต้องได้ กลิ่นหอมสดชื่น บุคลิกแบบสาวคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง ดูเป็นสาวแสนน่ารัก ฉีดก่อนออกกำลังกายหรือไปทำกิจกรรมนะเวิร์คสุดๆ สรุปน่าใช้ที่ซู้ดดดด ขนาด 100 ml. ราคา 1,220 บาท
หวังว่า 12 ตัวนี้จะทำให้เพื่อนๆของมุ๊เมี้ยวแปลงร่างกลายเป็นสาวตัวหอมโดยฉับพลัน ไปทางไหนใครก็อยากอยู่ใกล้ๆ โดยเฉพาะหนุ่มๆ (ใช่ป่ะ) แต่ว่ายังไงก่อนซื้อเพื่อนๆต้องลองทดสอบดูก่อนนะคะ เพราะกลิ่นหอมของคนหนึ่งอีกคนอาจจะไม่ชอบก็ได้ ดังนั้นต้องเลือกให้ตรงใจเราที่สุดก่อนค่ะ ส่วนมุ๊เมี๊ยวเหรอคะตอนนี้กลิ่นเริ่มตีกันแล้วค่ะ ก็แบบว่าทดสอบจนกลิ่นตลบไปหมดทั้งห้อง หัวเริ่มจะมึนๆและ เอาเป็นว่าหนีไปอาบน้ำก่อนดีกว่า อยากบอกว่ารักเพื่อนๆทุกๆคนนะคะ บ๊ายบายจุ๊บๆๆๆๆจ้า!!!!
