<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แม่และเด็ก &#8211; Mumeaw</title>
	<atom:link href="https://mumeaw.com/mom-kids/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://mumeaw.com</link>
	<description>เรื่องชิลๆของมุ๊เมี๊ยว</description>
	<lastBuildDate>Wed, 15 Jan 2025 02:53:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	

<image>
	<url>https://mumeaw.com/wp-content/uploads/2020/01/mumeaw-logo-300x300-1-150x150.jpg</url>
	<title>แม่และเด็ก &#8211; Mumeaw</title>
	<link>https://mumeaw.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เล่นอะไรกับลูกดี ใช้ได้กับเด็กอายุ 2 3 4 5 6 7 ขวบ</title>
		<link>https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Sep 2023 13:45:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[แม่และเด็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://mumeaw.com/?p=51287</guid>

					<description><![CDATA[การได้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมกับลูกเด็กน้อยวัยอายุ 2 3 4 5 6 7 ขวบอาจเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนานและคุ้มค่าอย่างไม่น่าเชื่อ เด็กๆในวัยนี้มักจะเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและมีพลังงานที่เยอะมากขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะชวนให้พวกเขารู้จักกับโลกแห่งความสนุกสนานที่ไม่เพียงแต่สร้างความบันเทิงเท่านั้นแต่ยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญา ร่างกาย และสังคมอีกด้วย ทีนี้มาถึงคำถามที่ว่าเล่นอะไรกับลูกดี? ในบทความนี้เรามีกิจกรรมดีๆ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถชวนลูกน้อยมาเพลิดเพลินด้วยกันแถมยังช่วยสร้างสายสัมพันธ์และส่งเสริมพัฒนาการการเติบโตตามวัย สร้างสรรค์ผลงานศิลปะกับลูกรัก ศิลปะช่วยให้เด็กๆ ได้แสดงออกและพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวได้ดีไปแถมยังสนุกอีกด้วย คุณพ่อคุณแม่ลองชวนลูกน้อยมาสร้างผลงานศิลปะสักชิ้นดูไหม กิจกรรมนี้จะทำให้เด็กๆได้ปล่อยให้จินตนาการพุ่งทะยาน หรือลองให้เด็กๆเลอะเทอะด้วยการระบายสีด้วยนิ้วมือดูสิคุณจะเห็นสุดยอดศิลปินตัวน้อยเลย การล่าขุมทรัพย์จากธรรมชาติ พาลูกน้อยของคุณไปผจญภัยตามธรรมชาติในสวนสาธารณะแถวบ้านหรือแม้แต่สวนหลังบ้านของคุณ ให้สร้างรายการสิ่งของต่างๆที่ต้องตามหา เช่น แมลงปอ ผีเสื้อ ดอกไท้ ลูกสน ใบไม้ หรือหินสีสันสดใส แล้วปล่อยให้พวกเขาสำรวจและรวบรวมสมบัติของพวกเขา อ่านนิทาน การอ่านเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการกระตุ้นจินตนาการและทักษะทางภาษาของเด็ก เลือกหนังสือที่เหมาะสมกับวัยพร้อมภาพประกอบสีสันสดใส และจัดเป็นกิจวัตรประจำวันก่อนนอนหรือทุกเวลาในระหว่างวัน จัดบ้านให้เป็นสถานที่ผจญภัย จัดสิ่งกีดขวางเล็กๆ โดยใช้เบาะรองนั่ง หมอน และของใช้ในบ้าน ให้ลูกของคุณคลานอยู่ใต้โต๊ะ กระโดดข้ามเบาะรองนั่ง และทรงตัวบนเส้นที่คุณติดไว้บนพื้น เป็นวิธีที่ดีในการเผาผลาญพลังงาน กิจกรรมนี้จะช่วยให้พวกเขาฝึกควบคุมร่างกายได้ดีขึ้น มาทำขนมแสนอร่อยกันเถอะ เด็กๆ ชอบช่วยงานในครัวอยู่แล้วลองให้พวกเขาตวง ผสม และตกแต่งคุกกี้หรือคัพเค้กดูสิจัดเป็นกิจกรรมที่อร่อยและให้ความรู้ทั้งสอนการคำนวณ ชั่งตวง และความอดทน เล่นบทบาทสมมุติ ส่งเสริมการเล่นตามจินตนาการโดยจัดเตรียมกล่องใส่เสื้อผ้าหรืออุปกรณ์ประกอบฉาก ... <a title="เล่นอะไรกับลูกดี ใช้ได้กับเด็กอายุ 2 3 4 5 6 7 ขวบ" class="read-more" href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b5/" aria-label="Read more about เล่นอะไรกับลูกดี ใช้ได้กับเด็กอายุ 2 3 4 5 6 7 ขวบ">Read more</a>
<p><a href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b5/">Source</a></p>]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีดูแลลูกในท้องให้แข็งแรง สิ่งสำคัญที่คุณแม่ต้องทราบ</title>
		<link>https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%82/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Nov 2017 06:18:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[แม่และเด็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://mumeaw.com/?p=5773</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อคุณได้ทำหน้าที่คุณแม่ในวินาทีที่ได้รู้ว่ามีทารกตัวน้อยกำลังก่อกำเนิดและเติบโตอยู่ในครรภ์ คุณแม่คงปรารถนาให้ลูกน้อยแข็งแรงและมีพัฒนาการที่สมบูรณ์ใช่ไหมคะ เรามาทราบถึงวิธีดูแลลูกน้อยที่ถูกต้องและการปฏิบัติตัวของคุณแม่เพื่อสุขภาพและพัฒนาการของลูกน้อยตลอดช่วง 9 เดือนที่อยู่ในครรภ์กันค่ะ 1. ช่วงแพ้ท้องในสามเดือนแรก ในช่วงเดือนแรก ๆ ที่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ อาการที่มักเกิดขึ้นก็คืออาการแพ้ท้องและคลื่นไส้จากที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ลูกน้อยในครรภ์กำลังสร้างเซลล์ขึ้นก่อเกิดเป็นตัวอ่อนซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก คุณแม่ควรเริ่มดูแลร่างกายตั้งแต่แรกด้วยการพยายามรับประทานอาหารให้เพียงพอ ดูแลน้ำหนักให้เพิ่มขึ้นจากก่อนตั้งครรภ์สัก 1.5 กก.นะคะ เคล็ดลับที่จะทำให้คุณแม่รับประทานอาหารได้ในช่วงคลื่นไส้แพ้ท้องก็คือ ให้รับประทานอาหารในช่วงเวลาที่รู้สึกคลื่นไส้น้อยที่สุด เลือกอาหารที่ย่อยได้ง่าย ๆ เคี้ยวกลืนง่าย เช่นโจ๊กขนมปังกรอบจืด ๆ พยายามอย่ารับประทานอาหารที่มีกลิ่นแรง ๆ อาหารที่มีน้ำมันเยิ้มอย่างอาหารทอด เพราะจะทำให้คลื่นไส้มากกว่าเดิมค่ะ อาหารที่รับประทานจะเน้นไปเสริมสร้างเซลล์ให้กับตัวอ่อนน้อยในครรภ์ ได้แก่ โปรตีนจากเนื้อสัตว์ แคลเซี่ยมจากเนื้อปลา ผักใบเขียว เต้าหู้ ชีส และนม กรดโฟลิคจากผักใบเขียวและส้ม ธาตุเหล็กจากไข่แดง เนื้อแดง ตับ และเลือด สังกะสีจากอาหารทะเล เกลือเสริมไอโอดีนและสาหร่ายค่ะ 2. เข้าสู่ช่วงกลางของการตั้งครรภ์ ในช่วงระยะที่สองของการตั้งครรภ์ ลูกน้อยจะอยู่ในช่วงที่ร่างกายสร้างอวัยวะส่วนต่าง ๆ การรับประทานอาหารและการพักผ่อน รวมถึงการดูแลตัวเองให้แข็งแรงสมบูรณ์ของคุณแม่เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ลูกน้อยมีอวัยวะต่าง ๆ สมบูรณ์และฟังชั่นการทำงานได้อย่างดีค่ะ คุณแม่ควรพักผ่อนให้เพียงพอในแต่ละวันและเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม เพราะในช่วงนี้ลูกน้อยของคุณแม่รับอาหารจากสายสะดือและรก อาหารที่คุณแม่รับประทานจะไปสู่ลูกน้อยได้โดยตรงค่ะ ไม่ว่าคุณแม่จะทานอะไรลูกน้อยก็ทานด้วย ... <a title="วิธีดูแลลูกในท้องให้แข็งแรง สิ่งสำคัญที่คุณแม่ต้องทราบ" class="read-more" href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%82/" aria-label="Read more about วิธีดูแลลูกในท้องให้แข็งแรง สิ่งสำคัญที่คุณแม่ต้องทราบ">Read more</a>
<p><a href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%82/">Source</a></p>]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พัฒนาการทารกในครรภ์ในแต่ละเดือน</title>
		<link>https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Nov 2017 05:33:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[แม่และเด็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://mumeaw.com/?p=5767</guid>

					<description><![CDATA[ลูกน้อยในครรภ์มีพัฒนาการและเติบโตขึ้นทุก ๆ วัน การเติบโตและการเปลี่ยนแปลงนั้นล้วนแต่เป็นความอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในร่างกายของคุณแม่ แต่ละวันแต่ละสัปดาห์ลูกน้อยมีพัฒนาการเป็นอย่างไรบ้าง ข้อมูลพัฒนาการทารกในครรภ์ที่ได้นำมาฝากกันจะทำให้คุณแม่จินตนาการได้ชัดเจนขึ้นว่าตอนนี้ลูกน้อยของคุณเติบโตแค่ไหนแล้ว &#160; เดือนที่ 1 เมื่อไข่ของคุณแม่ผสมกับอสุจิของคุณพ่อแล้วก็จะเคลื่อนตัวไปยังโพรงมดลูก ช่วงที่เคลื่อนไปตัวอ่อนก็จะเริ่มแบ่งเซลล์อย่างรวดเร็วจุดหมายปลายทางก็คือผนังมดลูก เมื่อไปถึงยังผนังมดลูกก็จะฝังตัวเข้าไปภายในผนัง ช่วงนี้คุณแม่ส่วนใหญ่มักจะยังไม่รู้ตัวว่าได้มีการตั้งท้องแล้ว แต่ผู้หญิงจำนวนหนึ่งจะรู้สึกเจ็บที่ท้องน้อยในเวลาที่ตัวอ่อนฝังตัวในผนังมดลูกค่ะ &#160; เดือนที่ 2 หากคุณแม่ได้ไปตรวจกับคุณหมอและทำการอัลตร้าซาวด์ คุณแม่จะได้เห็นหัวใจดวงน้อย ๆ เต้นอย่างชัดเจน ตัวอ่อนของทารกมีรูปร่างให้เห็นชัดเจนแต่จะมีขนาดของศีรษะที่ใหญ่กว่าส่วนตัว ในเดือนที่สองนี้ขาและแขนของเจ้าตัวน้อยเริ่มงอกออกมาแล้วค่ะ &#160; เดือนที่ 3  ในเดือนนี้ลูกน้อยมีหน้าตาที่เห็นได้อย่างชัดเจน แต่ก็ยังคงหลับตาอยู่แขนขามีความสมบูรณ์เรียวยาว ลูกน้อยดูดนิ้วขดตัวอยู่ในโพรงมดลูก สามารถกลืนน้ำคร่ำได้ แต่ด้วยขนาดตัวที่ยังเล็กอยู่การพลิกตัวและดิ้นของแกคุณแม่ส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้สึกว่าลูกดิ้นค่ะ &#160; เดือนที่ 4 ลูกน้อยโตขึ้นมาก คุณแม่จะเริ่มรู้สึกถึงการดิ้นของลูกค่ะ เริ่มมีการทำงานของไตและกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ มีขนอ่อน ๆ ขึ้นที่บริเวณต่าง ๆ ของผิวหนัง อวัยวะเพศเห็นได้ชัดเจนเป็นเดือนที่คุณหมอจะทำอัลตร้าซาวด์และระบุเพศได้ ลูกน้อยได้ยินเสียงของคุณแม่แล้วนะคะ เดือนที่ 5 เจ้าตัวน้อยมีกำลังวังชาเพิ่มมากขึ้นมาก กล้ามเนื้อพัฒนาและแข็งแรง การดิ้นแต่ละครั้งแม้แต่คุณแม่มือใหม่ท้องแรกก็สามารถรู้สึกได้ค่ะ ลูกจะรับรู้สัมผัสได้มากทั้ง เสียง กลิ่นและรสชาติ มีการสร้างเหง้าฟันภายในเหงือกน้อย ๆ ... <a title="พัฒนาการทารกในครรภ์ในแต่ละเดือน" class="read-more" href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%81/" aria-label="Read more about พัฒนาการทารกในครรภ์ในแต่ละเดือน">Read more</a>
<p><a href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b9%81/">Source</a></p>]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การดูแลคนท้อง สิ่งไหนควรทำและไม่ควรทำ</title>
		<link>https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Nov 2017 04:45:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[แม่และเด็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://mumeaw.com/?p=5761</guid>

					<description><![CDATA[ภารกิจของผู้เป็นแม่นั้นยิ่งใหญ่เพราะมีชีวิตน้อย ๆ อีกหนึ่งชีวิตที่พึ่งพาคุณอยู่ในทุกเวลา ตลอด 9 เดือนที่เขาต้องการการดูแลทะนุถนอมอยู่ภายในครรภ์ ไม่ว่าคุณแม่จะรับประทานอะไร ทำกิจกรรมอะไรบ้างในแต่ละวันก็ล้วนแล้วแต่ส่งผลถึงลูกน้อยทุกอย่างค่ะ ดังนั้นคุณแม่จึงเอาใจใส่ในทุก ๆ สิ่งที่ได้ทำและอาหารทุก ๆ อย่างที่รับประทาน สิ่งที่คนท้องควรทำและไม่ควรทำมีดังนี้ค่ะ &#160; สิ่งที่คนท้องไม่ควรทำ 1. ห้ามสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่เป็นอันตรายโดยตรงต่อลูกน้อยในครรภ์ค่ะ จากสถิติพบว่าการสูบบุหรี่หรือดมควันบุหรี่จำนวนมากในช่วงตั้งครรภ์เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ทารกเสียชีวิตแรกเกิด ในบุหรี่มีสารพิษและสารนิโคตินอยู่มาก สารเหล่านั้นยังทำให้พัฒนาการของทารกบกพร่อง เด็กอาจพิการและมีพัฒนาการการเติบโตล่าช้าด้วยนะคะ &#160; 2. ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ดื่มแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์จะส่งต่อไปตามสายสะดือและลูกน้อยก็ต้องถูกบังคับให้ดื่มไปด้วย ลองจินตนาการว่าขนาดเด็กเล็ก ๆ วัยเตาะแตะยังไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เพราะทั้งกล่อมประสาทและมีผลกระทบอันตรายมากมาย ลูกน้อยในท้องบอบบางยิ่งกว่าจะยิ่งอันตรายกว่าสักแค่ไหน พิษของแอลกอฮอล์มีผลต่อประสาทและสมอง รวมถึงพัฒนาการต่าง ๆ ที่จะผิดปกติไปของทารกและระดับสติปัญญาที่ต่ำกว่าหากคุณแม่ดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างช่วงตั้งครรภ์ค่ะ &#160; 3. หลีกเลี่ยงคาเฟอีน ทั้งชาและกาแฟมีส่วนผสมของคาเฟอีนอยู่ หากคุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับคาเฟอีนในปริมาณ 200มิลลิกรัมขึ้นไปในแต่ละวัน จะทำให้มีโอกาสแท้งสูงขึ้นเป็น 2 เท่าจากปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงท้องอ่อน ๆ ใน3 เดือนแรก คาเฟอีนในปริมาณ 200 มิลลิกรัมเทียบได้กับกาแฟสด 1 แก้วหรือกาแฟสำเร็จรูปสองแก้ว ในช่วงตั้งครรภ์ถ้าคุณแม่หลีกเลี่ยงคาเฟอีนได้ก็จะดีกว่าค่ะ ... <a title="การดูแลคนท้อง สิ่งไหนควรทำและไม่ควรทำ" class="read-more" href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7/" aria-label="Read more about การดูแลคนท้อง สิ่งไหนควรทำและไม่ควรทำ">Read more</a>
<p><a href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%a7/">Source</a></p>]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิธีลดอาการปวดหลังตั้งครรภ์ คุณแม่มือใหม่ห้ามพลาด!</title>
		<link>https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Nov 2017 06:49:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[แม่และเด็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://mumeaw.com/?p=5745</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์มีครรภ์ที่แก่ขึ้นหน้าท้องยื่นขยายใหญ่ขึ้นมาก โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายหรือช่วง 3 เดือนก่อนการคลอด คุณแม่มักจะต้องเผชิญกับอาการปวดหลังที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ คุณแม่อาจจะสงสัยว่าอาการปวดหลังเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และเมื่อมีอาการปวดหลังมาก ๆ แล้วจะแก้ไขหรือบรรเทาอาการปวดหลังนี้ได้อย่างไร ลำพังอาการต่าง ๆ ที่มาพร้อมการตั้งครรภ์ ทั้งความอึดอัด กรดไหลย้อน จุกเสียด วิงเวียนก็ทำให้คุณแม่รู้สึกไม่สบายตัวแล้ว เพิ่มอาการปวดหลังตั้งครรภ์ในช่วงท้ายไปด้วย คุณแม่บางคนอาจจะรู้สึกทรมานมากทีเดียว เรามาดูสาเหตุและวิธีบรรเทาอาการปวดหลังในช่วงตั้งครรภ์กันค่ะ &#160; อาการปวดหลังช่วงตั้งครรภ์เกิดจากสาเหตุอะไร ก่อนอื่นเรามาดูที่สาเหตุของอาการปวดหลังในช่วงตั้งครรภ์กันก่อนค่ะ ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุได้แก่ &#160; 1. คุณแม่ตั้งครรภ์มีน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งจากการที่ลูกน้อยในครรภ์มีขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น รกน้ำคร่ำที่อยู่ในครรภ์และคุณแม่บางคนก็รับประทานมากในช่วงวงตั้งครรภ์เพื่อต้องการบำรุงลูกน้อยด้วยค่ะ ส่วนของท้องที่ใหญ่ขึ้นจนยื่นล้ำออกมามากก็รั้งให้กระดูกช่วงหลังและแผ่นหลังงอตัวผิดรูป อีกทั้งหลังยังช่วยรับน้ำหนักมาก ๆ ของท้องด้วย ทำให้ปวดมากขึ้นค่ะ &#160; 2. มดลูกขยายทำให้กล้ามเนื้อแยก กลไกของร่างกายคุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วงท้ายจะเริ่มมีการเตรียมพร้อมสำหรับการคลอดค่ะ มดลูกและอุ้งเชิงกรานจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งนี้มีผลทำให้กล้ามเนื้อส่วนกลางของลำตัวอ่อนไหวและแยกออกด้วย เป็นสาเหตุของอาการปวดหลังอย่างไม่ต้องสงสัยเลย &#160; 3. ฮอร์โมนที่เปลี่ยน ในช่วงของการตั้งครรภ์จะมีฮอร์โมนตัวหนึ่งมีชื่อว่า รีแล็กซิน ฮอร์โมนตัวนี้มีหน้าที่เปิดทางการคลอด จะทำให้ช่วงกระดูกสันหลังและเส้นเอ็นคลายหลอมออกค่ะ ทำให้เกิดการปวดหลังขึ้น &#160; 4. เกิดจากท่าทางและการทรงตัวของคุณแม่เอง จากที่เคยมีรูปร่างสมส่วนและมีความสมดุล ... <a title="วิธีลดอาการปวดหลังตั้งครรภ์ คุณแม่มือใหม่ห้ามพลาด!" class="read-more" href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87/" aria-label="Read more about วิธีลดอาการปวดหลังตั้งครรภ์ คุณแม่มือใหม่ห้ามพลาด!">Read more</a>
<p><a href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87/">Source</a></p>]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประโยชน์ของน้ำนมแม่ ข้อดีอันแสนวิเศษ</title>
		<link>https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Nov 2017 05:25:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[แม่และเด็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://mumeaw.com/?p=5739</guid>

					<description><![CDATA[ธัญญาหารทิพย์ที่สวรรค์สร้างมาเพื่อมนุษย์ เป็นอาหารชนิดแรกที่มนุษย์ทุกคนควรได้ดื่มกินนั่นก็คือ นมแม่ เมื่อทารกได้ดื่มนมแม่ก็เปรียบเสมือนกับได้รับพลังแห่งชีวิต แหล่งแห่งอาหารที่มีครบบริบูรณ์กว่าอาหารใด ๆ ในทางการแพทย์มีการวิจัยกันทั่วโลกว่า น้ำนมแม่คืออาหารที่เหมาะสมสำหรับทารกมากที่สุด คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรือเลี้ยงลูกน้อยอย่าลังเลเลยค่ะว่าจะให้นมลูกด้วยน้ำนมของตนเองดีหรือไม่ เพราะไม่มีของขวัญชิ้นไหนที่ให้ลูกได้ดีเท่าน้ำนมจากอกของเราอีกแล้ว ลองมาดูประโยชน์ของน้ำนมแม่ที่นมวัวหรือนมผลสำเร็จรูปสู้ไม่ได้ด้วยกันค่ะ &#160; 1. ให้สารอาหารที่ครบถ้วนแก่ลูกน้อย ประโยชน์ข้อแรกคือการให้สารอาหารที่ครบถ้วนแก่ลูก เป็นประโยชน์โดยตรงหลักของนมแม่ค่ะและเป็นสารอาหารที่เหมาะกับระบบการย่อยและการดูดซึมของลูกมากที่สุดด้วย เพราะเป็นอาหารที่ถูกผลิตมาเพื่อทารกจากแม่โดยตรงนี่คะ &#160; 2. ให้ภูมิต้านทานแก่ลูก ในนมแม่มีภูมิต้านทานที่มีประโยชน์แก่ลูกอย่างมาก โดยเฉพาะน้ำนมหยดแรกและในช่วงแรกเป็นหัวน้ำนมเหลือง ( colosrtum) มีสารอาหารที่จะทำให้ระบบต่าง ๆ ของลูกเจริญและพัฒนาได้อย่างดี ทั้งประสาท สมองส่วนต่าง ๆ ส่งผลต่อพัฒนาการต่อ ๆ มาของลูกทำให้สมองดีฉลาด ระบบย่อยระบบขับถ่ายก็ดีและน้ำย่อยที่อยู่ในนมแม่ยังช่วยเป็นตัวนำน้ำเกลือแร่ ร่างกายลูกน้อยจึงดูดซึมเกลือแร่ได้ดีและในน้ำนมแม่ยังมีสารที่ช่วยป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆๆ รวมถึงท้องเสียและท้องร่วงด้วยค่ะ &#160; 3. ทำให้ไม่เป็นภูมิแพ้ นมแม่นั้นต่างจากนมวัวเพราะเด็กทารกที่กินนมวัวมาก ๆ จะกลายเป็นโรคภูมิแพ้ได้ง่ายและที่พบบ่อยขึ้นก็คือภูมิแพ้นมวัว แพ้โปรตีนหลายชนิด แต่นมแม่จะช่วยให้เกิดภูมิแข็งแรง รวมไปถึงผนังลำไส้แข็งแรงเข้าไปกระตุ้นการสร้างเซลล์บุเนื้อเยื่อและป้องกันไม่ให้มีสารแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายลูก &#160; 4. เกิดความอบอุ่นเสริมสร้างอีคิว เมื่อถึงช่วงเวลาให้นมลูกคุณแม่และลูกน้อยได้มีความใกล้ชิดกัน ลูกจะได้สัมผัสคุณแม่มองตาโอบกอดสิ่งเหล่านี้ได้ถูกวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์แล้วว่าลูกน้อยจะอบอุ่นใจมีอีคิวดี มีสติปัญญาที่ดี มีความมั่นคงทางอารมณ์เมื่อเป็นผู้ใหญ่ค่ะ 5. ช่วยให้ฟันแข็งแรงเรียงตัวสวย ... <a title="ประโยชน์ของน้ำนมแม่ ข้อดีอันแสนวิเศษ" class="read-more" href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad/" aria-label="Read more about ประโยชน์ของน้ำนมแม่ ข้อดีอันแสนวิเศษ">Read more</a>
<p><a href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad/">Source</a></p>]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คนท้องเต้านมจะมีการเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง</title>
		<link>https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Oct 2017 04:36:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[แม่และเด็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://mumeaw.com/?p=4636</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อผู้หญิงเราเริ่มตั้งครรภ์มีสัญญาณความเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลายอย่างเกิดขึ้น ทั้งที่สังเกตได้อย่างชัดเจนและการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไปซึ่งคุณแม่ตั้งครรภ์อาจมาสังเกตได้ในภายหลัง เต้านมมีความเปลี่ยนแปลงที่คุณแม่จะเห็นได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ในช่วง 1-3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ สิ่งแรกที่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์จะเห็นได้อย่างชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงไปของเต้านมก็คือขนาดของหัวนมจะขยายใหญ่ขึ้น ลานนมจะกว้างและมีสีคล้ำมากกว่าปกติก่อนตั้งครรภ์ค่ะ หลังจากนั้นขนาดของเต้านมจะขยายและเต่งตึงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นผลมาจากต่อมผลิตน้ำนมที่อยู่ภายในเต้านมเริ่มได้รับการกระตุ้นจากฮอร์โมนให้ขยายพองฟูเพื่อเตรียมพร้อมในการผลิตน้ำนมต่อไป ตั้งแต่ช่วงเดือนแรกของการตั้งครรภ์คุณแม่จะรู้สึกได้ว่าเต้านมจะมีความรู้สึกไวต่อสัมผัสมากกว่าตอนยังไม่ตั้งครรภ์ ตรงบริเวณลานนมจะมีเม็ดเล็ก ๆ ผุดโตขึ้นคล้ายเม็ดสิวเล็ก ๆ โดยรอบเป็นต่อมที่ขับน้ำมันออกมาตามธรรมชาติให้ความชุ่มชื่นเตรียมพร้อมสำหรับเวลาที่ลูกน้อยดูดนมจากเต้า เต้านมและหัวนมจะมีความยืดหยุ่นจากน้ำมันที่ขับจากต่อมนี้นั่นเองค่ะ แม้ว่าเต้านมจะมีความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ช่วงแรกที่ตั้งครรภ์ คุณแม่อาจจะมีความรู้สึกคัดเต้านมเป็นระยะและขนาดเต้านมขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ก็จริง แต่ขนาดของเต้านมใหญ่มากหรือไม่นั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่แสดงถึงว่าคุณแม่ท่านนั้นจะมีน้ำนมมากหรือน้อยนะคะ ขนาดเต้านมใหญ่นั้นบ่งบอกเพียงว่ามีพื้นที่ในการรับน้ำนมได้มากและมีไขมันบริเวณเต้านมมากกว่า แต่ความสามารถของต่อมผลิตน้ำนมมากหรือน้อยไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของเต้านมค่ะ ต่อมผลิตน้ำนมภายในเต้านมจะเริ่มผลิตน้ำนมในช่วงสัปดาห์ที่ 16 หรือ ปลายเดือนที่ 4 ของการตั้งครรภ์ และเป็นการผลิตน้ำนมสะสมเอาไว้ต่อเนื่องตลอดช่วงการตั้งครรภ์ของคุณแม่ ยิ่งใกล้เวลาคลอดมากขึ้นก็จะเห็นเส้นเลือดที่ชัดเจนขึ้นบริเวณเต้านมของคุณแม่บางท่าน เพราะมีเลือดมาหล่อเลี้ยงบริเวณเต้ามากขึ้นรวมถึงตรงลานนมตุ่มจะยิ่งขยายชัดและยืดหยุ่นขึ้น ลักษณะของหัวนมจะพุ่งชี้มากยิ่งขึ้นอย่างชัดเจน อาจจะมีหัวน้ำนมหรือที่เรียกว่า Colostrums คุณแม่ก็ไม่ต้องวิตกกังวลแต่อย่างใดนะคะ เพราะการที่มีหัวน้ำนมไหลออกมาแสดงว่าภายในเต้านมมีการผลิตน้ำนมเป็นปกติดี เมื่อถึงช่วงเวลาคลอดและลูกน้อยได้คลอดออกมาแล้ว ฮอร์โมนที่ไมเร่งให้เกิดการผลิตน้ำนมจะหยุดลง ทำให้การผลิตน้ำนมหยุดลงด้วย คุณแม่หลายท่านจึงพบกับปัญหาน้ำนมน้อยหรือเต้านมไม่ผลิตน้ำนมเท่าที่ควร วิธีที่จะทำให้เต้านมกลับมาผลิตน้ำนมและต่อมผลิตน้ำนมทำงานเป็นปกตินั้นง่ายนิดเดียวค่ะ คือจะต้องให้ลูกน้อยดูดเต้านมบ่อย ๆ ถึงแม้ว่าจะมีน้ำนมออกมาน้อยหรือแทบไม่มีก็ต้องให้ลูกน้อยดูดนมจากเต้า เพราะจะทำให้มีการผลิตน้ำนมกลับมาปกติค่ะ หลังการคลอดใหม่ ๆ คุณแม่จะมีความรู้สึกคัดและตึงที่เต้านมมากเป็นพิเศษในวันที่ 4 ของการคลอดเป็นต้นไปจนกระทั่งถึง 3 เดือนหลังการคลอด อาการคัดนมจะน้อยลงและหมดไป ... <a title="คนท้องเต้านมจะมีการเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง" class="read-more" href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5/" aria-label="Read more about คนท้องเต้านมจะมีการเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง">Read more</a>
<p><a href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5/">Source</a></p>]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นมสำหรับคนท้อง เรื่องสำคัญที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้</title>
		<link>https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Oct 2017 04:37:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[แม่และเด็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://mumeaw.com/?p=4283</guid>

					<description><![CDATA[คุณแม่ท้องคงเคยได้ยินว่าให้ดื่มนมสม่ำเสมอขณะท้องใช่ไหมคะ มีความเข้าใจผิดสำหรับคุณแม่ท้องจำนวนมากเกี่ยวกับการดื่มนมขณะตั้งครรภ์ ความเข้าใจผิดนั้นก็คือ คุณแม่มักเข้าใจว่าในช่วงเวลาที่ตั้งท้อง ร่างกายต้องการแคลเซี่ยมและสารอาหารจากนมสูงจึงพยายามดื่มนมปริมาณมาก ๆเข้าไว้ เพื่อลูกจะได้รับแคลเซี่ยมและประโยชน์จากนมที่คุณแม่ดื่ม แต่ในความเป็นจริงแล้วความเข้าใจนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดค่ะ &#160; ปริมาณนมและชนิดของนมสำหรับคนท้อง ในแต่ละช่วงเวลาของการตั้งครรภ์ร่างกายของคุณแม่และลูกน้อยในท้องต้องการสารอาหารที่แตกต่างกันไปในแต่ละเดือน ในช่วง 3 เดือนแรกสารอาหารที่คุณแม่ท้องต้องการมากที่สุดคือ โฟลิค ที่มีอยู่ใน ไข่แดง ตับ ถั่ว ผักใบเขียว เพื่อเข้าไปบำรุงไม่ให้ลูกน้อยเสี่ยงต่อความผิดปกติของไขสันหลังและสมอง บางครั้งคุณหมอก็ให้โฟลิคเม็ดมารับประทานค่ะ ช่วงสามเดือนแรกจึงยังไม่ต้องการแคลเซี่ยม คุณแม่ท้องยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดื่มนมก็ได้ค่ะ ในช่วงเวลาตั้งครรภ์ที่เหลืออีก 6 เดือน เมื่อเรามาพิจารณาถึงสารอาหารที่คุณแม่ต้องการเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะแคลเซี่ยมและแคลอรี่ จะเห็นว่าร่างกายคุณแม่จากเดิมก่อนตั้งครรภ์และช่วงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรกมีความต้องการแคลเซี่ยมอยู่ที่ 1000 มก. ต่อวัน แต่ในช่วงตั้งครรภ์ 6 เดือนหลังมีความต้องการแคลเซี่ยมสูงขึ้นเป็น 1500 มก.ต่อวันค่ะ และมีความต้องการแคลอรี่หรือพลังงานจากเดิมปริมาณ 2000 กิโคแคลอรี่ เป็น 2500 กิโลแคลอรี่ ต่อวัน จะเห็นได้ว่าปริมาณความต้องการของสองตัวนี้เพิ่มขึ้นมาไม่มากเลย เพียงแค่คุณแม่ดื่มนมวันละ 2 แก้วก็ได้ปริมาณสารอาหารที่พอเพียงแล้วตลอดการตั้งครรภ์ ไม่จำเป็นต้องดื่มนมในปริมาณมาก ๆ ทุกวันค่ะ เพราะนอกจากจะไม่ได้นำไปใช้เป็นประโยชน์ต่อคุณแม่ตั้งครรภ์และลูกน้อยแล้ว ... <a title="นมสำหรับคนท้อง เรื่องสำคัญที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้" class="read-more" href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3/" aria-label="Read more about นมสำหรับคนท้อง เรื่องสำคัญที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้">Read more</a>
<p><a href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b3/">Source</a></p>]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำไมต้องฝากครรภ์เรื่องสำคัญที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้</title>
		<link>https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 Sep 2017 05:39:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[แม่และเด็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://mumeaw.com/?p=4010</guid>

					<description><![CDATA[เมื่อผู้หญิงเรารู้ตัวว่ากำลังตั้งครรภ์ครั้งแรกอาจจะยังไม่รู้ว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไรต่อไปในตลอดช่วงเวลาของการตั้งครรภ์ การไปพบคุณหมอและฝากครรภ์จึงนับเป็นสิ่งแรก ๆ ที่ว่าที่คุณแม่ควรนึกถึงค่ะ คุณหมอจะช่วยให้คำปรึกษาแนะนำและดูแลให้คุณแม่อุ่นใจและปลอดภัยจนกระทั่งถึงช่วงเวลาการคลอดลูกน้อยที่สมบูรณ์ได้ &#160; ความเป็นมาและความสำคัญของการฝากครรภ์ ทราบไหมคะว่าการฝากครรภ์ในเมืองไทยของเราไม่ใช่สิ่งที่ว่าที่คุณแม่เพิ่งจะมาปฏิบัติกันในยุคสมัยที่มีการแพทย์สมัยใหม่ แต่ความจริงแล้วการฝากครรภ์เริ่มมีกันมาตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยา คือสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีหลักฐานจากบันทึกของพระมหาเถรตำแยในหนังสือชื่อว่าคัมภีร์ปฐมจินดา เป็นตำรารวบรวมเกี่ยวกับสูติศาสตร์เล่มแรกของไทยเราว่า เมื่อผู้หญิงท้องก็จะนิยมฝากท้องกับหมอตำแยพื้นบ้านใกล้เคียง ในการฝากท้องหมอตำแยก็จะมาดูใกล้คลอดหรือมีเรื่องฉุกเฉินอะไรก็ตามหมอตำแยได้ตลอดเวลาค่ะ ทำไมต้องฝากครรภ์? การฝากครรภ์เป็นประโยชน์ต่อคุณแม่และต่อลูกน้อยในครรภ์โดยตรงค่ะ ประการแรกก็คือ คุณแม่และลูกน้อยจะได้รับการดูแลเอาใจใส่ทันทีที่มีการฝากครรภ์ คุณหมอจะให้คำแนะนำคำปรึกษาถึงการดูแลสุขภาพการปฏิบัติตัวต่าง ๆ ของคุณแม่ว่าสิ่งไหนที่ทำได้และสิ่งไหนที่ควรหลีกเลี่ยงขณะตั้งครรภ์ อาหารที่ควรรับประทาน รวมถึงการบำรุงต่าง ๆ ค่ะ เมื่อคุณแม่ไปฝากครรภ์คุณหมอจะทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด วินิจฉัยว่าสมบูรณ์ดีทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์หรือไม่เริ่มตั้งแต่เป็นตัวอ่อน การวินิจฉัยของคุณหมอจะช่วยป้องกันภาวะต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับคนท้องค่ะ ทั้งโรคต่าง ๆ ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ ถ้าได้รู้ก่อนก็จะป้องกันแก้ไขได้ทันเวลา เช่น ทาลาสซิเมียหรือโรคเกี่ยวกับเลือด ภาวะครรภ์เป็นพิษ โลหิตจาง และอื่น ๆ แพทย์ก็จะให้ยาและวิตามินแร่ธาตุต่าง ๆ ที่จำเป็นมาบำรุงค่ะ นอกจากนั้นการฝากครรภ์ยังช่วยลดอันตรายที่อาจเกิดกับลูกในครรภ์ได้ลดการแท้ง การคลอดก่อนกำหนด ดูแลลูกน้อยว่ามีพัฒนาการในครรภ์ที่ดีและมีน้ำหนักตัวเหมาะสมกระทั่งถึงช่วงเวลาการคลอดค่ะ &#160; ฝากครรภ์ได้เมื่อไหร่? ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่คุณแม่จะไปฝากครรภ์และตรวจร่างกายครั้งแรกกับคุณหมอก็คือทันทีที่รู้ตัวว่าได้ตั้งท้องแล้วค่ะ หรือคุณแม่บางท่านก็อาจจะได้ปรึกษาคุณหมอมาตั้งแต่เริ่มวางแผนจะมีบุตรก็ยิ่งดีค่ะ การฝากครรภ์ให้เร็วที่สุดจะทำให้คุณแม่ได้เริ่มดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ให้อายุครรภ์นานแล้วจึงมาฝากครรภ์ หากมีปัญหาหรือความผิดปกติอะไรที่คาดไม่ถึงขึ้น การแก้ไขดูแลก็อาจจะช้าเกินไปได้ค่ะ &#160; ... <a title="ทำไมต้องฝากครรภ์เรื่องสำคัญที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้" class="read-more" href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/" aria-label="Read more about ทำไมต้องฝากครรภ์เรื่องสำคัญที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้">Read more</a>
<p><a href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a0%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87/">Source</a></p>]]></description>
		
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อาหารที่คนท้องไม่ควรกิน ใครกำลังหาข้อมูลอยู่คลิ๊กเลย</title>
		<link>https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Sep 2017 05:29:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[แม่และเด็ก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://mumeaw.com/?p=3812</guid>

					<description><![CDATA[ในช่วงเวลาแห่งการตั้งครรภ์เป็นเวลาที่ร่างกายของคุณแม่และลูกน้อยอยู่ในภาวะที่อ่อนไหวและต้องการการเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ เพราะหากมีสิ่งผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อยก็อาจจะส่งผลกระทบที่รุนแรงไปสู่ทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ได้ค่ะ ในเรื่องของอาหารการกินเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่คุณแม่จะต้องใส่ใจและพิถีพิถันเลือกรับประทาน มีอาหารที่ต้องห้ามสำหรับคนท้องที่คุณแม่ไม่ควรจะรับประทานในช่วงเวลาตั้งครรภ์โดยเด็ดขาด ก็คือ &#160; 1. อาหารกระป๋องและอาหารกึ่งสำเร็จรูป คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทานอาหารกระป๋องหรือพวกอาหารกึ่งสำเร็จรูปต่าง ๆ เช่นปลากระป๋อง แกงสำเร็จบรรจุซองหรือบรรจุกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เนื้อกระป๋อง นอกจากนั้นยังรวมถึงอาหารจำพวกแฮมและไส้กรอกด้วยค่ะ เพราะอาหารเหล่านี้ผู้ผลิตจะใส่สารเจือปนจำนวนมาก ทั้งสารเพิ่มสีแต่งกลิ่น แต่งรสชาติ ที่สำคัญพวกสารกันบูดเพื่อยืดอายุให้อาหารเก็บอยู่ได้นาน ๆ มีผงชูรสจำนวนมากปนอยู่ เมื่อคุณแม่รับประทานเข้าไปสารเหล่านี้จะสะสมในร่างกายและเป็นอันตรายต่อลูกในครรภ์ได้ค่ะ &#160; 2. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำอัดลม ชา กาแฟ ในช่วงที่คุณแม่อุ้มท้อง น้ำเปล่าสะอาดบริสุทธิ์เป็นเครื่องดื่มที่ดีที่สุดค่ะ ระหว่างวันจิบน้ำเปล่าให้บ่อยที่สุดจะดีต่อคุณแม่และลูกน้อย ถ้าคุณแม่ก่อนตั้งท้องเป็นคนติด ชา กาแฟ ในช่วงนี้ต้องงดหรือลดให้น้อยที่สุดนะคะ เพราะการดื่มชาจะทำให้คุณแม่ยิ่งมีภาวะท้องผูกจากที่คนท้องมีภาวะท้องผูกถ่ายยากอยู่แล้ว ส่วนกาแฟก็อย่างที่เราทราบกันว่ามีสารคาเฟอีนอยู่มาก ลูกน้อยก็จะได้รับเจ้าสารนี้ไปด้วยค่ะ เครื่องดื่มอีกสองประเภทที่ควรงดโดยเด็ดขาดก็คือ แอลกอฮอล์และน้ำอัดลม แอลกอฮอล์ปริมาณมากที่ดื่มต่อเนื่องมีผลให้ทารกในครรภ์เกิดภาวะปัญญาอ่อน คางสั้น ศรีษะมีขนาดเล็กกว่ามาตรฐาน คางสั้น พัฒนาการการเติบโตช้า หัวใจและหลอดเลือดพิการ อันเนื่องมาจาก แอลกอฮอล์จะไปทำปฎิกิริยากับกลูโคสและกรดอะมิโนให้มีปริมาณสู่ทารกลดลง ทารกในครรภ์จึงขาดสารอาหารจำเป็นเหล่านี้ค่ะ ในส่วนของน้ำอัดลมไม่ได้ให้ประโยชน์ใด ๆ ทั้งต่อคุณแม่และลูกน้อยเลย มีแต่ความหวานและสีสังเคราะห์รวมถึงแก๊สปริมาณมาก คนท้องนั้นมีภาวะเสี่ยงต่อเบาหวานอยู่แล้วนะคะ ยิ่งดื่มน้ำอัดลมเข้าไปจะอันตรายและความเสี่ยงยิ่งเพิ่มเป็นเท่าตัว ถ้างดได้ในช่วงนี้ก็ควรงดจะดีกว่าค่ะ ... <a title="อาหารที่คนท้องไม่ควรกิน ใครกำลังหาข้อมูลอยู่คลิ๊กเลย" class="read-more" href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4/" aria-label="Read more about อาหารที่คนท้องไม่ควรกิน ใครกำลังหาข้อมูลอยู่คลิ๊กเลย">Read more</a>
<p><a href="https://mumeaw.com/mom-kids/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4/">Source</a></p>]]></description>
		
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
