สถานที่ท่องเที่ยวเมืองเซนได (Sendai) ประเทศญี่ปุ่น

เมืองเซนได (Sendai) อยู่ในภูมิภาคโทโฮคุ อยู่ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิคและเทือกเขาโออุ ในเมืองเซนไดนี้เองมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายที่ และสิ่งที่สำคัญคือแม่น้ำฮิโรเซะกาว่าซึ่งไหลผ่านจังหวัดเซ็นได ยังเป็นที่จัดงานเทศกาลทานาบาตะ อันลือลั่นและยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีแสง สี เสียง และความงดงามตระการตา ที่หาชมไม่ได้จากที่ไหนในโลก

ชื่อเสียงของเมืองเซนได (Sendai) นั้นเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีก็จากข่าวการประสบกับภัยสึนามิครั้งใหญ่เมื่อปี ค.ศ.2011 ที่ผ่านมา โดยเมืองแห่งนี้นับว่าเป็นเมืองหลักของภูมิภาคโทโฮคุมาตั้งแต่โบราณแล้ว โดยมีการพัฒนาเมืองขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยเป็นเมืองที่มีความลงตัวระหว่างความทันสมัยและธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ และกำลังเปิดตัวสู่แวดวงของการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น หลังจากรู้จักคร่าวๆแล้วเรามาเที่ยวญี่ปุ่น เซนได (Sendai) กันเต็มๆเลย

โดยเซนได นั้นมีทิวทัศน์ที่สวยงามของแม่น้ำฮิโระเซะ ที่มีผืนน้ำที่ใสสะอาดมากๆ และมีการปลูกต้นเคยะขิ ไว้ตลอดแนวของถนนทุกสายในเมืองแห่งนี้จนได้รับฉายาว่า เมืองแห่งต้นไม้ และสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวหลักที่ใครก็ตามที่มาเซนไดแล้วต้องไปถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกก็คือที่ปราสาทเซนได โดยมีรูปปั้นของไดเมียวเลืองชื่อเจ้าของฉายา มังกรตาเดียว อย่าง Date Masamune ตั้งตระหง่านอยู่บนหลังม้าคอยต้อนรับผู้มาเยือน โดยใกล้ๆ กันนั้นก็มีพิพิธภัณฑ์ปราสาท Aoba ตั้งอยู่อีกด้วย และหากใครยังไม่หนำใจก็สามารถไปเยี่ยมชมสุสานของ Date Masamune ต่อได้อีกด้วย เพราะสุสานแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของความสวยงามและวิจิตรบรรจงในงานประติมากรรมแกะสลักเป็นอย่างยิ่ง ส่วนศาลเจ้า Osaki Hachimangu ก็มีความสวยงามอย่างมากอีกทั้งมันยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าของญี่ปุ่นแล้วอีกด้วย

นอกจากนี้แล้ว Sendai ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกทั้งศาลเจ้าโทโชกู ซึ่งถือว่าเป็นศาลเจ้าที่มีความเก่าแก่และใหญ่โตอย่างมาก สร้างขึ้นเพื่อบวงสรวงต่อโชกุนอิเอยะสุ โดยสังเกตได้ว่าสถาปัตยกรรมในยุคของตระกูลดาเตะปกครองภูมิภาคโทโฮคุนั้นจะเป็นสถาปัตยกรรมที่ใหญ่โตโอ่อ่าแทบทั้งสิ้น ส่วนวัดรินโนจิ นั้นก็เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก ซึ่งคุณจะสามารถมองเห็นหอเจดีย์ 3 ชั้นและห้องทำพิธีชงชา ที่สะท้อนให้เห็นอยู่บนผิวน้ำของบ่อใหญ่กลางสวน ญี่ปุ่นที่จัดแบบชิเซ็น ได้อย่างชัดเจน และบรรยากาศภายในที่เงียบสงบ ก็ทำให้สามารถซึมซับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี โดยในส่วนของเทพเจ้าที่ประตูทั้งสองข้างของวัดนั้นได้รับการรักษาและขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญของเมืองอีกด้วย โดยในส่วนของใจกลางเมืองนั้นคุณจะเห็นเทวรูปใหญ่เจ้าแม่กวนอิม โดดเด่นมาแต่ไกล โดยมีความสูง 100 เมตรเหนือพื้นดิน โดยคุณสามารถเข้าไปในองค์เทวรูปที่ทำหน้าที่เป็นหอชมวิวอีกด้วย คุณสามารถขึ้นไปด้านบนเพื่อชมความงดงามของเมืองเซนไดแบบ 360 องศาได้อีกด้วย นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากๆ อีกแห่ง

เมืองเซนได

เทศกาลทานาบาตะ การรอคอยที่แสนนานของ เจ้าหญิงทอผ้าและคนเลี้ยงวัว

เทศกาลทานาบาตะ” หรือในอีกชื่อคือ “เทศกาลแห่งดวงดาว” จะจัดขึ้นทุกวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี เชื่อกันว่า สาวทอผ้า คือ ดาวเวกา และหนุ่มเลี้ยงวัว คือ ดาวอัลแตร์ จะได้โคจรมาพบกันที่ทางช้างเผือก โรแมนติกมากครับ เป็นตำนานความรักระหว่างสาวทอผ้าที่ชื่อว่า “โอริอิเมะ” และชายเลี้ยงวัวที่ชื่อว่า “ฮิโกโบชิ” ซึ่งทั้งสองรักกันมากจนละงานของตัวเองเพื่อมาพบกัน เมื่อเทวดาเห็นจึงได้ลงโทษให้ทั้งสองแยกทางกัน โดยให้อยู่คนละฝั่งของแม่น้ำ และอนุญาตให้พบกันได้เพียงแค่ปีละครั้งคือ ทุกวันที่ 7 เดือน 7 แต่ธรรมเนียมเดิมของชาวญี่ปุ่นที่นับตามปฏิทินแบบเก่า บางครั้งจึงได้จัดในเดือนกรกฎาคมหรือไม่ก็เดือนสิงหาคม

การฉลองเทศกาลทานาบาตะที่เซ็นได ระหว่างวันที่ 6-8 สิงหาคม ถือเป็นงานฉลองเทศกาลทานาบาตะที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยจัดขึ้นร่วมกับงานเทศาลแห่โคมไฟ อาคิตะ คันโต มัสสสึริ , อาโอโมริ โนบูเตะ มัสสสึริ และโทโฮขุ เซนได มัสสสึริ ในงานเทศกาลจะมีการแห่ “nebuta” ซึ่งเป็นรถแห่ที่มีรูปร่างเป็นนักรบผู้กล้าชาวญี่ปุ่นผ่านตรงใจกลางเมือง และมีการแสดงดนตรีพื้นบ้านที่เรียกว่า รำทานาบาตะ อาหารพื้นบ้าน ขบวนพาเหรด และไฮไลท์อยูที่การจัดแสดงดอกไม้ไฟก่อนวันเริ่มต้นเทศกาล โดยมีการจัดงานตลอดความยาวของแม่น้ำฮิโรเซะกาว่าเลยทีเดียว

ตลอดช่วงเทศกาลทานาบาตะ ร้านค้า โรงเรียน ตึกและอาคาร จะประดับด้วยริ้วของกระดาษสีสันต่าง ๆ ผูกติดกับกิ่งไผ่ ซึ่งมีขนาดความสูงมากกว่าสิบเมตร เมื่อมองจากมุมสูงจะคล้ายกับมีคนนำใบไม้หลากหลายสีสันมาโปรยไว้ในเมือง และยังมีสิ่งประดับอื่น ๆ เช่น ชุดกิโมโนกระดาษ ตาข่าย กระเป๋ากระดาษ และถุงขยะกระดาษ โดยในวันรุ่งขึ้นกิ่งไผ่และของประดับทั้งหมด จะถูกนำไปเผาเพื่อเป็นการขอให้พรที่ตัวเองสมความปรารถนา

วิธีการเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นยังเมืองเซนได ภูมิภาคโทโฮคุ : ทุกท่านที่อยากมาเที่ยวสามารถนั่งรถไฟสาย JR Sendai Station แล้วมาลงที่สถานี Hirosegawa ได้เลย หรือรถไฟใต้ดินให้มาลงที่สถานีโคโทไดโคเอ็น เหนือสถานีขึ้นไปจะเจอกับจุดนัดพบชินมิน ฮิโรบะ และสวนสาธารณะโคโตได ซึ่งติดกับถนนโจเซนจิ ข้างกับแม่น้ำฮิโรเซะกาว่า ที่เป็นสถานที่จัดงานเทศกาล